เอ่อสมมุติว่ามีนายตำรวจระดับสูงคนนึงนะ คะถูกทีมสืบสวนตั้งโต๊ะประกาศเลยว่ามี พยานหลักฐานมัดตัวแบบ 100% เลย >> อือฮึครับ >> ในคดีรับสินบนที่เกี่ยวพันกับทองคำแท่ง น้ำหนักนี่คือถึง 246 บาทเลยนะคะ >> โห 200 กว่าบาทเลยนะครับนั่น >> ใช่ค่ะคือมหาศาลมากทีนี้คำถามถามคือถ้า ใครสักคนตกอยู่ในสถานการณ์ที่แบบถูกต้อน ให้จนมุมขนาดนั้นทางออกคืออะไรคะจะไปหา พยานหลักฐานมาหักล้างมั้ยหรือว่าจะรีบหา ข้อแก้ตัวหรือเปล่า >> โดยสัญชาตญาณคนทั่วไปก็คงต้องรีบแก้ต่าง ให้ตัวเองเนอะ >> ใช่มั้ยคะแต่ว่าไม่เลยค่ะทางออกในสมรภูมิ นี้เนี่ยไม่ใช่การพยายามพิสูจน์ความ
บริสุทธิ์ของตัวเองนะคะแต่คือการฟ้องกลับ ทีมสืบสวนแบบยกชุดเลยค่ะ >> อือหืออืมฟ้องกลับยกชุดเลยเหรอครับ >> ใช่ค่ะคือนี่ไม่ใช่พลอตหนังแอคชั่นหัก เหลี่ยมเฉือนคมที่ไหนนะคะแต่มันคือข้อมูล จากเอกสารคดีดังที่เราจะมาแกะรอยแล้วก็ วิเคราะห์เชิงลึกกันในวันนี้ค่ะยินดีต้อน รับเข้าสู่การเจาะลึกข้อมูลของเรานะคะวัน นี้เรามีภารกิจแกะรอยมหากราบคดีสินบนทอง คำ 246 บาทค่ะ >> ครับผมน่าสนใจมากๆเลยครับคดีนี้ >> คือตัวนครหลักในหน้าเอกสารเนี่ยแบ่งเป็น 2 ฝั่งชัดเจนเลยค่ะฝั่งแรกคือบิ๊กเต่าซึ่ง เป็นตัวแทนของทีมสืบสวนนะคะและอีกฝั่งก็
คือบิ๊กโจ๊กผู้ตกเป็นเป้าหมายแต่เลือกที่ จะพลิกกระดานกลับอ่ะค่ะ >> ใช่ครับแล้วก็เอ่อก่อนที่เราจะกางเอกสาร ทั้งหมดลงบนโต๊ะเพื่อเจาะลึกกันเนี่ยผม ต้องขอเคลียร์ให้ชัดเจนก่อนนะครับว่าเรา 2 คนไม่ได้มีลูกแก้ววิเศษที่จะไปอย่างรู้ ความจริงเบื้องหลังได้อือฮึถูกต้องค่ะ >> แล้วเราก็ไม่ได้กำลังสวมบทเป็นผู้พิพากษา เพื่อตัดสินว่าใครถูกหรือใครผิดหรือใคร คือพระเอกใครคือผู้ร้ายนะครับเราแค่จะ หยิบโอบรรดากลยุทธ์แล้วก็หมากทำกฎหมายที่ ปรากฏในเอกสารที่เราได้มาเนี่ยมา วิเคราะห์ให้เห็นกลไกการทำงานของมันเท่า นั้นครับ >> ใช่ค่ะคือเราแค่นำเสนอตามแฟมข้อมูลเลย >> ถูกต้องครับ
> ว่าการขับเขี่ยวกันครั้งนี้เนี่ยมันมี กลไกอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังบ้างแค่นั้น เลยค่ะ >> โอเคครับเอาล่ะเรามาค่อยๆแกะรอยเรื่องนี้ กันนะครับเริ่มจากฝ่ายรุกกันก่อนเลยข้อ มูลที่เรามีเนี่ยเนี่ยระบุถึงปฏิบัติการ ของฝ่ายสืบสวนที่นำโดยบิ๊กเต่านะครับ >> ค่ะสิ่งที่น่าสนใจคือฝ่ายรู้เ้ามีความ มั่นใจสูงมากค่ะประกาศเกล้าเลยนะคะว่าการ รวบรวมพยานหลักฐานในคดีสินบนทองคำนี้ เนี่ยมีความสมบูรณ์แล้วเกือบจะ 100% เลย >> โอ้มั่นใจมากนะครับเนี่ย >> ใช่ค่ะโดยเขามีหมัดเด็ด 2 อย่างด้วยกัน ค่ะก็คือพยานบุคคลแล้วก็สิ่งที่เรียกว่า เส้นทางทองคำ 246 บาทค่ะซึ่งข้อมูลบอกว่า ชัดเจนจนดิ้นไม่หลุดเลย
อือฮึครับผม >> แต่เดี๋นะคะขอหยุดตรงนี้ก่อนคือถ้าหลัก ฐานมันมัดแน่นดิ้นไม่หลุดขนาดนั้นเนี่ย ทำไมถึงไม่ปิดจ๊อบแล้วก็จัดการฟ้องไปเลย ล่ะคะ >> อ่านั่นสิครับ >> ใช่มั้ยคะทำไมในเอกสารถึงบอกว่าสถานะล่า สุดเนี่ยคือกำลังเตรียมปิดสำนวนเพื่อส่ง ต่อให้คณะกรรมการปปช.เข้ามาจัดการแทนการ โยนเรื่องไปให้ปปช.มันมีกลไกอะไรซ่อนอยู่ คะทำไมถึงต้องพึ่งหน่วยงานนี้ด้วย >> นี่ทำให้เกิดคำถามสำคัญที่ว่าการส่ง เรื่องให้ปปช.เนี่ยมันคืออะไรกันแน่เป็น คำถามที่ตรงจุดมากครับคือหลายคนอาจจะคิด ว่าการส่งสำนวนให้ปปช.หรือทำไมกรรมการ ป้องกันและปรับปรามการทุจริตแห่งชาติ
เนี่ยมันก็แค่ขั้นตอนทางธุรการปกติ >> อืมก็เหมือนส่งเอกสารจากโต๊ะนึงไปอีกโต๊ะ นึงอะไรอย่างงี้ใช่มั้คะ >> ใช่ครับส่งแฟ้มคดีจากโต๊ะตำรวจไปวางบน โต๊ะปปช.แต่นั่นคือความเข้าใจที่คลาด เคลื่อนอย่างสิ้นเชิงเลยครับ >> เอ้าเหรอคะ >> คือในทางกลไกกฎหมายเนี่ยการขยับเรื่องนี้ ไปที่ปปช.มันคือการยกระดับสมรภูมิรบเลย ครับ >> ยกระดับยังไงอ่ะคะคือมันมีน้ำหนักมากกว่า ตำรวจเสอบสวนกันเองยังไงอ่ะคะ >> ต้องทำความเข้าใจกลไกก่อนนะครับว่าปปช.เ ไม่ใช่ตำรวจแต่เขาเป็นองค์กรอิสระระดับ ชาติที่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญเลยนะครับ >> อ๋อคือสเกลมันใหญ่กว่ามาก
>> ถูกต้องครับเมื่อคดีใดก็ตามถูกส่งเข้าสู่ กระบวนการของปปช.แล้วเนี่ยมันจะพ้นจากมือ ของการตรวจสอบกันเองภายในองค์กรตำรวจไป เลยครับมันคือการเคลื่อนย้ายข้อพิพาท์จาก ความขัดแย้งภายในไปสู่เวทีระดับชาติเลย >> โหอือฮึ >> แล้วปปช.เพราะเมีอำนาจเด็ดขาดในการไต่สวน เส้นทางการเงินด้วยนะครับการส่งเรื่องให้ หน่วยงานนี้เนี่ยเท่ากับเป็นการประทับตรา เลยว่าคดีนี้มีมูลความจริงมากพอที่จะให้ องค์กรระดับชาติเข้ามาสานต่อ >> คือเหมือนเป็นการบีบให้เป้าหมายต้องไปสู้ ในสังเวียนที่ใหญ่ขึ้นกฎเกณฑ์เข้มงวดขึ้น อะไรแบบนี้หรอคะ >> ใช่เลยครับและที่สำคัญคือเป็นการตัดโอกาส ในการแทรกแซงกระบวนการภายในองค์กรเดิม
ด้วยครับ >> โอ้โหถ้าอย่างงั้นเนี่ยการเตรียมส่งสำนวน ให้ปปช.ก็เหมือนกับบิ๊กเต่ากำลังต้อนคู่ ต่อสู้ให้จนมุมบนกระดานหมากรุกเพื่อ เตรียมรุกคาดเลยสิคะ >> เปรียบเทียบได้เห็นภาพมากครับ >> เหมือนกดปุ่มยิงขีปนาวุธนำวิถีเลยคือ ต้องการอัพเลเวลคดีให้หลุดออกจากวงจรเดิม ให้ได้เพื่อกดดันเป้าหมายขั้นสุดเลย >> ครับ >> แต่ว่ามีจุดที่ดิฉันยังสะดุดใจจากเอกสาร อยู่นิดนึงค่ะคือคำที่ฝ่ายรุกใช้นะคะเขา บอกว่าหลักฐานสมบูรณ์เกือบจะ 100% >> อ้าคำว่าเกือบใช่มั้ครับ >> ใช่ค่ะคำว่าเกือบตรงนี้เนี่ยในภาษาของการ สืบสวนระดับนี้มันแปลว่ายังมีช่องโหวเล็ก
ๆให้พลิกเกมได้ใช่มั้ยคะคือถ้าดิฉันโดน ฟ้องดิฉันควรจะเจาะตรงไอ้คำว่าเกือบนี่ หรือเปล่าคะ >> คือเอาจริงๆนะครับในโลกของกฎหมายเนี่ยคำ ว่า 100% แทบจะไม่มีอยู่จริงเลยครับตราบ ใดที่ศาลยังไม่พิพากษา >> อ๋อก็จริงค่ะ >> คำว่าเกือบ 100% ในมุมหนึ่งมันคือการส่ง ข้อความจิตวิทยาเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ให้ ยอมจำนนครับแบบขู่ไว้ก่อนว่าหลักฐานฉัน แน่นนะ >> ใช่ครับแต่ในอีกมิติหนึ่งมันก็คือการยอม รับโดยในนั่นแหละครับว่ายังมีรอยต่อของ กระบวนการที่อาจจะถูกตั้งคำถามได้ >> อือฮึ >> และตรงรอยต่อนี้แหละครับที่ทำให้ฝ่ายเป้า หมายเขามองเห็นพื้นที่ในการสวนกลับซึ่งนำ ไปสู่กลยุทธ์การแก้เกมที่แบบเหนือความคาด
หมายมากๆครับ >> จุดที่มันน่าสนใจมากๆอยู่ตรงนี้เลยค่ะ ซึ่งมีพาเรามาสู่ยุทธวิธีของฝ่ายรับนะคะ พอเห็นว่าฝ่ายรุกกำลังเตรียมเียมชงแฟ้ม เข้าปปช.พร้อมหลักฐานที่อ้างว่าแน่นหนา เนี่ย >> ครับผม >> เอกสารระบุเลยว่าบิ๊กโจ๊กไม่ได้เลือกวิธี ตั้งโต๊ะอธิบายนะคะว่าทองคำ 246 บาทนั่น มีที่มาที่ไปยังไง >> อ้าวไม่ได้อธิบายเรื่องเส้นทางการเงินเลย ครับ >> ไม่เลยค่ะไม่ได้มานั่งแก้ต่างเรื่องเส้น ทางเงินเลยแต่กลับเลือกเปิดยุทธวิธีฟ้อง กลับยกชุดค่ะโดยงัดเอาข้อหาตามมาตรา 157 หรือข้อหาละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิ ชอบมาฟ้องทีมพนักงานสอบสวนทั้งหมดเลยค่ะ นี้มันทำงานยังไงคะทำไมถึงไม่สู้ใน
ประเด็นเรื่องทองคำแต่กลับหันไปฟ้องคนที่ ทำคดีแทนซะงั้นนะ่ะคะสิ่งที่น่าทึ่งใน ประเด็นนี้ก็คือนี่แหละครับคือความแยบยน เชิงกลยุทธ์ที่น่าประหลาดใจมากถ้าเราจะ เปรียบเทียบให้เห็นกลไกของมันนะครับการ เอามาตรา 157 มาฟ้องทีมสืบสวนเนี่ยมันไม่ ได้เหมือนกับการเอาโล่มาปัดป้องหอกที่ พุ่งเข้ามานะครับ >> แล้วมันเหมือนอะไรคะ >> แต่มันเหมือนกับการฉีดไวรัสคอมพิวเตอร์ เข้าไปในระบบปฏิบัติจัดการของฝ่ายสืบสวน เลยครับ >> เดี๋ยวนะคะไวรัสคอมพิวเตอร์หรอคะมันทำงาน ทำลายล้างยังไงคะอธิบายกลไกนี้เพิ่มทีค่ะ >> คือลองนึกภาพตามเลยครับแฟ้มคดีที่ชื่อว่า หลักฐานทองคำ 246 บาทเนี่ยอาจจะเป็นไฟล์
ข้อมูลที่สมบูรณ์มากชัดเจนมาก >> อือฮึค่ะ >> แต่แทนที่ฝ่ายรับเขาจะพยายามเข้าไปลบไฟล์ นั้นหรือไปเถียงหน้าดำหน้าแดงว่าไฟล์นั้น เป็นของปลอมเขาเลือกที่จะปล่อยไวรัสเข้า ไปทำลายตัวโปรแกรมที่กำลังจะเปิดไฟล์นั้น แทนครับ >> อ๋อคือเล่นที่ตัวโปรแกรมเลย >> ใช่ครับไวรัสที่ว่าก็คือการฟ้องตราหน้า ว่าทีมสืบส่วนนี่ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎ หมายหรือทำงานโดยมิชอบตั้งแต่ต้นเลย >> โหเข้าใจเปรียบเทียบมากค่ะ >> ทีนี้กลไกทางกฎหมายของมันคืออะไรในระบบกฎ หมายเนี่ยถ้าผู้ที่ทำการรวบรวมหลักฐานถูก ตั้งข้อสงสัยอย่างเป็นทางการว่าปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบเสียเองความน่าเชื่อถือ
และความชอบธรรมของทุกสิ่งทุกอย่างที่นี้ ทำมามันจะถูกแช่แข็งทันทีเลยครับ >> อ๋อเข้าใจแล้วค่ะคือแทนที่จะมัวตัดเถียง เนื้อหาว่าฉันไม่ได้ทำผิดกลับตั้งคำถาม กับกระบวนการว่าคุณมีสิทธิ์อะไรมาสอบสวน ฉันตั้งแต่แรก >> ใช่เลยครับ >> แบบนี้คือแทนที่จะหาโล่มากันบิ๊กโจ๊กกลับ เลือกที่จะคว่ำกระดานหมากรุกทิ้งเลยแล้ว หันไปตรวจสอบคนจัดกระดานแทนว่ามีสิทธิ์ จัดกระดานนี้ตั้งแต่แรกหรือไม่เหมือนการ สร้างอุปสรรคขวางทางไว้เลยใช่มั้ยคะ >> ถูกต้องครับผมมันคือการสร้างอุปสรรคทาง เขตอำนาจหรือที่เรียกว่า Jurisdictional Road Block ครับลองคิดดูสิครับถ้าปปช. กำลังจะรับแฟมป์คดีมาพิจารณาแต่ปรากฏว่า
ทีมคนที่ส่งแฟมป์นั้นเนี่ยกำหนนถูกฟ้อง ร้องและต้องขึ้นศาลในข้อหาทำคดีโดยมิชอบ เสียเอง >> อ้าวปปช.ก็ต้องชะงักสิคะแบบนี้ >> นั่นแหละครับปปช.ก็อาจจะต้องเหยียบเบรก ชะลอการพิจารณาคดีหลักออกไปก่อนเพื่อรอดู ว่าตกลงแล้วทีมสอบสวนนี้มีอำนาจทำคดีจริง ๆหรือเปล่าหลักฐานที่ได้มานั้นโปร่งใส่ หรือไม่ >> อื >> นี่คือการใช้กฎหมายเพื่อสกัดกั้นขั้นตอน ทางกฎหมายด้วยกันเองครับ >> นี่มันคว่ำกระดานของแท้เลยนะคะเนี่ยคือ คุณจะเอาหมากรุกมาเดินรุกคาดดิฉันดิฉัน ไม่เดินหนีตามเกมคุณนะแต่ดิฉันเตะโต๊ะ หมากรุกทิ้งเลย >> ใช่ครับดุเดือดมาก >> โหยเห็นภาพกลไกเลยค่ะว่าทำไมถึงต้องใช้
มาตรา 157 แต่คำถามที่ตามมาทันทีเลยก็คือ แล้วถ้าเรามองในมุมของบิ๊กเต่าล่ะคะคือ ถือหลักฐานเรื่องทองคำอยู่เต็มมือเลยจะ แก้เกมไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวนี้ยังไงคะที นี้ >> ใฝ่รุกก็ต้องพยายามพิสูจน์แล้วก็ยืนหยัน ในความชอบด้วยกฎหมายของตัวเองให้ได้ครับ >> คือต้องชี้แจงกลับไป >> ใช่ต้องแสดงให้เห็นว่ากระบวนการสืบสวน ทั้งหมดเนี่ยทำตามระเบียบขั้นตอนแล้วก็มี อำนาจหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ เลยไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งกันแต่อย่างใด >> อ๋อแบบนี้มันก็กลายเป็นการเปิดสมรภูมิคู่ ขนานกันไปเลยสิคะ >> ใช่ครับสนามแรกคือการสู้ในเนื้อหาคดี เรื่องทองคำส่วนสนามที่ 2 คือการสู้
เรื่องอำนาจหน้าที่ของทีมสืบสวน >> โหซับซ้อนมากค่ะ >> ซึ่งความซับซ้อนนี้เองครับที่ทำให้วันที่ 27 เมษายนปี 2569 กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทุกคนต้องจับตา มองครับ >> วันที่ 27 เมษายหลังสงกรานต์พอดีเลยนะคะ เอกสารระบุว่านี่คือหมุดหมายสำคัญมากๆ เพราะว่าเป็นวันที่ศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะ รับฟ้องคดีมาตรา 157 ที่บิ๊กโจ๊กฟ้องทีม บิ๊กเต่าหรือไม่ >> ครับผมเป็นวันชี้ชะตาเลยครับ >> เดี๋ยวนะคะขอเจาะลึกตรงนี้อีกนิดนึงแล้ว เรื่องทั้งหมดนี้มันแปลว่าอะไรกันแน่คะ ทำไมแกนหลักของเรื่องนี้ถึงไปตกอยู่ที่ แค่วันฟังคำสั่งรับฟ้องคะการที่ศาลแค่บอก
ว่ารับหรือไม่รับฟ้องเนี่ยมันเปลี่ยนเกม หรือว่ามีนัยยะสำคัญยังไงอ่ะคะ >> คือดูเหมือนว่าวันที่ 27 เมษายนจะไม่ใช่ แค่วันฟังคำสั่งศาลธรรมดาแล้วล่ะครับแต่ มันคือจุดชี้เป็นชี้ตายว่าใครจะเพี่ยง พล้ำก่อนกันกลไกมันลึกซึ้งกว่าแค่การไป ฟังผลครับ >> ลึกซึ้งยังไงคะ >> ในคดีอาญาที่เจ้าหน้าที่รัฐฟ้องกันเอง เนี่ยศาลจะต้องมีการไตสวนมูลฟ้องก่อนครับ เพื่อดูว่าเรื่องที่ฟ้องมาเนี่ยมันมีเค้า โครงความจริงหรือที่ภาษาศาลเรียกว่ามี moon พอที่จะตั้งเป็นคดีได้ไหม >> อ๋อคือต้องคัดกรองก่อน >> ใช่ครับถ้าศาลพิจารณาแล้วสั่งไม่รับฟ้อง แปลว่าศาลมองว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ฉีด
เข้ามานี้ไม่มีน้ำหนักศาลก็ลบทิ้งเลยครับ >> แล้วฝั่งบิ๊กเต่าจะเป็นยังไงคะ >> ฝ่ายบิ๊กเต่าก็จะพ้นมงลทินตรงนี้แล้วก็ เดินหน้าส่งแฟ้มคดีทองคำเข้าปปช.ได้อย่าง ราบรื่นเลยครับ >> อ้าวแต่ถ้าศาลสั่งรับฟ้องล่ะคะอะไรจะเกิด ขึ้นคะทีนี้ >> ถ้าศาลสั่งรับฟ้องนั่นแหละครับคือแผ่นดิน ไหวครั้งใหญ่เลย >> โหขนาดนั้นเลยเหรอคะ >> เพราะมันแปลว่าศาลประทับรับรองเบื้องต้น แล้วว่าข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้า ที่โดยมิชอบของทีมสึกสวนมีมูลเพียงพอที่ จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีครับ >> อื >> ทันทีที่เกิดสิ่งนี้ขึ้นนะครับสถานะของ ทีมสืบสวนจะเปลี่ยนจากผู้บังคับใช้กฎหมาย กลายเป็นจำเลยในคดีอาญาทันทีครับ
>> โอ้โหพลิกบทบาทเลยนะคะเนี่ยและนั่นคือตอน ที่ไวรัสคอมพิวเตอร์มันเริ่มทำงานทำลาย ระบบปฏิบัติการอย่างสมบูรณ์แบบเลยครับมัน จะสร้างความชอบธรรมขั้นสุดให้ฝ่ายรับใน การร้องขอให้ระงับกระบวนการสืบสวนและแฟ้ม คดีหลักทั้งหมดไว้ก่อนเลยจนกว่าคดี 157 จะถึงที่สุดครับ >> นี่มันดุเดือดมากจริงๆนะคะพอคุณอธิบาย กลไกแบบนี้ดิฉันเห็นเลยว่าการฟ้อง 157 เนี่ยมันไม่ใช่แค่เทคนิคการดึงเวลาใน บริบทนี้หรือยื้อลมหายใจไปวันๆอย่างที่คน อาจจะคิดกันเผินๆ >> ไม่ใช่เลยครับแต่มันคืออาวุธหนักที่หวัง ผลถึงขั้นหยุดยั้งแล้วก็ทำลายความชอบธรรม ของอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์เลยแบบดึงเวลา ได้คุ้มค่ามาก
> ใช่ครับและถ้าเราเชื่อมโยงเรื่องนี้กับ ภาพใหญ่นะครับถ้าเรามองทะลุตัวละคร 2 ฝั่งนี้ออกไปสิ่งที่เกิดขึ้นมันเปิดให้ เราเห็นภาพของสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก มายนั่นคือสิ่งที่เรียกว่าสงครามตัวแทน เชิงระบบหรือ systemic proxy war ครับ >> สงครามตัวแทนเชิงระบบหมายความว่ายังไงคะ มันมีผลกระทบอะไรที่กว้างกว่าเรื่องของ 2 คนนี้หรอคะ >> แน่นอนครับคือในระดับของข้าราชการชั้นผู้ ใหญ่หรือการต่อสู้ในระดับสูงเนี่ยกฎหมาย ไม่ได้ถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือในการค้น หาความจริงว่าใครทำผิดหรือใครบริสุทธิ์ เสมอไปนะครับอือฮึแล้วเขาใช้ทำอะไรค่ะ
แต่มันถูกนำมาใช้เป็นกลไกประวิงเวลาทาง ยุทธวิธีแล้วก็เป็นอาวุธในการทำลายล้าง ซึ่งกันและกันเลยครับหรือที่เรียกว่า Mutally Asure Destruction น่ะครับ >> โหฟังดูน่ากลัวเหมือนกันนะคะ >> ระบบยุติธรรมของเราเปิดพื้นที่ให้เกิดการ งัดง้างกันระหว่าง 2 แกนอำนาจหลักครับแกน 1 คือการใช้อำนาจรัฐซึ่งก็คือทีมสืบสวน ที่อ้างความชอบธรรมในการปราบปรามทุจริต กับอีกแกนหนึ่งคือสิทธิในการปกป้องตนเอง ซึ่งให้สิทธิ์ผู้ที่ถูกกล่าวหาในการตั้ง คำถามและตรวจสอบกลับอำนาจรัฐนั้น >> ค่ะ >> เมื่อ 2 แกนนี้มาชนกันด้วยข้อกฎหมายที่ แหลมคมอย่างคดีนี้เนี่ยการฟ้องกลับไม่ใช่ แค่การดึงเวลาเสมอไปแต่มันกำลังจะสร้าง
บรรทัดฐานใหม่ให้กับระบบราชการในการคาน อำนาจภายในหน่วยงานเลยนะครับ >> ยังไงคะมันจะสร้างบรรทัดฐานแบบไหนคะเนี่ย >> ลองจินตนาการดูสิครับถ้าในอนาคตมีตำรวจ ชั้นผู้น้อยหรือพนักงานสอบสวนที่ต้องไปทำ คดีจับกุมผู้มีอิทธิพลหรือข้าราชการระดับ สูง >> อือฮึ >> แล้วพวกเขาเห็นบทเรียนจากคดีนี้ว่าถ้าสืบ สวนไปแล้วอีกฝ่ายสามารถใช้ข้อหา 157 มา ฟ้องกลับเพื่อแช่แข็งคดีแล้วเอาพวกเขา เข้าคุกแทนได้เนี่ยมันจะเกิดภาวะเกียร์ ว่างมครับ >> อ๋อคือคนทำงานก็อาจจะฝ่อไปเลยไม่กล้าแตะ >> ใช่ครับมันจะกลายเป็นการคานอำนาจที่ทำให้ ระบบโปร่งใสขึ้นหรือว่าจะเป็นการสร้าง
ความหวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าตรวจสอบผู้มี อำนาจนี่คือผลกระทบเชิงระบบที่ใหญ่กว่า ทองคำ 246 บาทมหาศาลเลยครับ >> โอ้โหฟังดูเหมือนกันดวนปืนในหนังคาวบอย เลยนะคะที่ต่างฝ่ายต่างจ่อปืนใส่หัวกัน และกันถ้าคุณลั่นไกลส่งคดีฉันให้ปปช.ฉัน ก็ลั่นไกลข้อหา 157 สวนกลับทันที >> ภาพนั้นเลยครับ >> เพื่อเป็นการรวบรวมประเด็นทั้งหมดให้ผู้ ติดตามทุกท่านได้เห็นภาพโครงสร้างชัดเจน อีกครั้งนะคะจากจุดเริ่มต้นของเอกสาร เนี่ยเราเริ่มแกะรอยจากฝ่ายสืบสวนของบิ๊ก เต่าที่ถือไพ่หลักฐานพยานบุคคลและเส้นทาง ธงคำแท่ง 246 บาทที่เขามั่นใจว่ามัดแน่น
เกือบจะ 100% เตรียมยกระดับสมรภูมิส่งให้ องค์กรอิสระอย่างปปช.ครับผม >> นำไปสู่การแก้เกมแบบพลิกกระดานของบิ๊ก โจ๊กเลยโดยใช้ข้อกฎหนมาตรา 157 ฟ้องกลับ ทีมสอบสวนยกชุดซึ่งเปรียบเสมือนการฉีด ไวรัสเข้าไปเพื่อโจมตีอำนาจหน้าที่แทนที่ จะไปสู้ในเรื่องเนื้อหาของคดีโดยตรง >> อือฮึสรุปได้ครบถ้วนเลยครับ >> และความซับซ้อนทั้งหมดนี้เนี่ยกำลังนับ ถอยหลังไปสู่วันชี้ชะตา 27 เมษายนปี 2569 ที่ศาลจะชี้ขาดว่าจะรับฟ้องคดี 157 หรือ ไม่ซึ่งนี่แหละค่ะจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง ของมหากราบครั้งนี้ว่าจะออกหัวหรือออก ก้อยเลย >> ใช่เลยครับและขงก็ขออนุญาตย้ำในตอนท้าย นี้อีกครั้งนึงนะครับเพื่อความเข้าใจที่
ตรงกันของพวกเราว่าสิ่งที่เราหยิบยกมา วิเคราะห์และแกะรอยกันมาตั้งแต่ต้นจนจบ นี้เนี่ยคือการถอดรหัสกลไกทางกฎหมายและ ยุทธวิธีตามที่ปรากฏอยู่บนหน้าเอกสารข้อ มูลเท่านั้นเลยนะครับ >> จริงค่ะเราอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลเท่านั้น >> ใช่ครับนี่คือภาพสะท้อนของการต่อสู้เชิง กลยุทธ์ภายใต้กติกาของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราเนี่ยไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะฟันธง หรือชี้ขาดว่าท้ายที่สุดแล้วบทสรุปที่แท้ จริงคืออะไรหรือใครคือผู้ที่กระทำผิดตาม ที่ถูกกล่าวหาครับ >> ใช่ค่ะเรามีหน้าที่แค่อ่านกระดานหมากรุก แล้วก็อธิบายกลไกให้ฟังว่าเาเดินหมากกัน
ยังไงและมีกฎเกณฑ์อะไรซ่อนอยู่บ้างแล้ว สำหรับประเด็นทิ้งท้ายของการเจาะลึกในวัน นี้ล่ะคะมีแง่มุมหนังที่อยากฝากให้ไปขบ คิดต่อกันบ้างมั้ยคะ >> มีประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าตั้งคำถาม ต่อยอดจากข้อมูลทั้งหมดนี้มากเลยครับ >> ออาฮะอะไรคะ >> ลองจินตนาการดูนะครับว่าเหนือสิ่งอื่นใด ไม่ว่าในวันที่ 27 เมษายนนี้ผลจะออกมา เป็นอย่างไรศาลจะสั่งรับฟ้องหรือไม่รับ ฟ้องหรือในท้ายที่สุดแล้วเมื่อสงครามข้อ กฎหมายครั้งนี้ยุติลงฝ่ายใดจะเป็นผู้ เพี่ยงพล้ำหรือใครจะชนะเนี่ย >> ค่ะ >> แต่คำถามที่น่าคิดต่อก็คือเมื่อผู้รักษา กฎหมายระดับสูงสุดของประเทศต้องมาขับ
เขี้ยวกันเองใช้กฎหมายเป็นอาวุธทาง ยุทธวิธีเพื่อห้ำหั่นและดิสเครดิตกันเอง ด้วยข้อหาที่รุนแรงและเปิดเผยต่อสาธารณะ ขณะนี้ >> โหฟังแล้วแอบขนลุกนะคะ >> ใช่ไหมครับสุดท้ายแล้วสิ่งที่พังทลายลง และกลายเป็นความสูญเสียที่แท้จริงอาจจะ ไม่ใช่ตัวละครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่มันคือ ความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนที่ มีต่อความโปร่งใสของสถาบันยุติธรรมหรือคำ ว่ากฎหมายจะกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความ เสียหายมากที่สุดหรือไม่ครับและติดตามทุก ท่านนะคะ >> การแกะรอยและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในวัน นี้น่าจะทำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วล่ะค่ะ ว่าเบื้องหลังข้อพิพาท์ที่ปรากฏตามหน้า
สื่อเนี่ยมันมีกลไกทางกฎหมายยุทธวิธีแล้ว ก็ผลกระทบเชิงระบบที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่มาก มายมหาศาลเลย >> ครับผมหวังว่าทุกท่านจะได้มุมมองใหม่ๆไป คิดต่อนะครับ >> ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับฟังการเจาะ ลึกข้อมูลจากแหล่งเอกสารของเราในวันนี้นะ คะหวังเป็นอย่างยิ่งค่ะว่าข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยจุดประกายความเข้าใจและทำให้ทุก ท่านได้ลองนำไปคิดต่อตลอดจนสังเกตเกตการ ความเป็นไปของกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ ด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นนะคะแล้วพบ กันใหม่กับการแกะรอยข้อมูลครั้งหน้าค่ะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ >> สวัสดีครับ
