ซึ่งทางด้านของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นั้นได้มีการเข้าแจ้งความกับตำรวจสน พระหลิน เพื่อการให้ดำเนินคดีกับคณะพนักงานสืบสวน และสอบสวนทั้ง 2 ชุดส่วนทางด้านของทนาย ความนั้นก็ได้บอกว่าจากการที่ได้รับฟัง การสอบสวนของบิ๊กโจ๊กนั้นพบว่าพลตำรวจตรี จรุณเกียรติปานแก้วได้มีการแจ้งข้อกล่าว หากับตัวของบิ๊กโจ๊กโดยได้มีการอ้างอิง ตามลำดับของคำกล่าวอ้างพล.ตำรวจเอกภาค ภูมิว่าได้ไปรับทองคำและนำเอาไปมอบให้กับ กรรมการของปปช.ท่านหนึ่งซึ่งก็คือการรับ ในข้อเท็จจริงส่วนของตัวเองซึ่งก็ยังมี การกล่าวหาและพลาดพิงไปยังบุคคลอื่นอีก 6
คนทั้งๆที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบและ พิสูจน์หลักฐานถึงข้อเท็จจริงใดๆว่าการ กระทำผิดนั้นมีจริงหรือไม่ซึ่งบิ๊กโจ๊ก นั้นก็เป็นหนึ่งในนั้นและสิ่งที่เป็นที่ พิสูจน์และตนเองนั้นตั้งข้อสังเกตเอาไว้ คือทั้งๆที่พลตำรวจเอกภาคภูมิยอมรับแล้ว แต่พนักงานสืบสวนและสอบสวนทั้ง 2 ชุดนี้ ก็ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับพล. ตำรวจเอกภาคภูมิทั้งๆที่ตามขั้นตอนแล้ว แม้จะกันไว้เป็นพยานก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหา ให้เป็นผู้ต้องหาอีกทั้งๆด้านของการ พิจารณาและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในระดับของการอำนวยการขึ้นไปนี้ในคดีแล้ว ก็ต้องมีอัตราโทษสูงและควรจะเป็นอำนาจ
หน้าที่ของปปช. สำหรับการดำเนินการไม่ใช่อำนาจของพนักงาน สอบสวนซึ่งหากกรณีที่ปปช.นั้นทำการส่งคืน สำนวนกลับมาให้กับทางด้านของพนักงานสอบ สวนชุดที่ทำคดีนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน ซึ่งแต่ละท่านนั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นคู่ กรณีของบิ๊กโจ๊กทั้งสิ้นหากปปช.นั้นส่ง คืนสำนวนมาก็กลัวว่าบิ๊กโจ๊กนั้นจะไม่ได้ รับความเป็นธรรมดังนั้นตนเองก็จะไปยื่น คัดค้านกับปปช.ต่อเรื่องของการส่งคืน สำนวนนี้
