#มี่อัพ© ศึกกฐินหลวง? เปิดตัว SAS-นบร. อรอนงค์-ปภัสสร-ชยุตรา “ราชินีจำแลง” เหตุจำสนมยาว #เจ้าคุณพระ?

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระ นางเจ้าพระบรมราชินีเสด็จพระราชกำเนินไป ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย ภากฐินณวัดราชบทพิษสถิตมหาสีมารัมย์และ วัดพระเชตุพลวิมลมังคารัม เวลา 17:20 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีเสด็จพระ ราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวรรณวรีอิรัตราชกัญญาและ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทีมังกร รัศมีโชติมหาวชิโรตมางคูรสิริวิบูล ราชกุมารไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระ ราชกุศลถวายาตพระกฐินณวัดราชบพิษสถิต มหาสีมารัมย์ในการนี้ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวาย

รัชสักการะณพระบรมราชานุสาวรีพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจากนั้น เสด็จเข้าพระอุโบสถพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรงบางพระไตรบนพานแว่นฟ้าซึ่งตั้ง อยู่ตรงหน้าอาสงฆ์ใกล้สมเด็จพระ อริยวงศาคตยานสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระ พุทธอคีรสพระประธานพระอุโบสถแล้วทรงจุด ธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระ บรมราชสรีรังคาร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาล ที่ 7 กับพระราชสรีรังคารสมเด็จพระนาง เจ้ารำไพพานีพระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และพระบรมราชสรีรังคาร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศมหามหาภูมิพล

อดุลยเดชมหาราชบรมนาถโพพิตรรัชกาลที่ 9 ทรงหยิบผ้าห่มสำหรับพระประธานที่วางอยู่ บนพระไตรพระราชทานเจ้าพนักงานอุสามาลาและ ทรงหยิบพระไตรประนมพระหัตถ์ปิ่นพระพักสู่ พระประธานทรงว่านะโมตัสสะจบ 3 หนแล้วพระ พักสู่ที่ชุมนุมสงฆ์ทรงกล่าวคำถวายผ้าพระ กฐินและทรงประเคญพระไตรและเทียงปาติโมกข์ แด่พระสงฆ์รูปที่ 2 พระสงฆ์ทำพิธีกฐิน จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวาย สักการะพระอัตฐิสมเด็จพระสังฆาราชบรมหลวง ชินวราลงกรณ์วาดวาสโนพระราชอุปัทยาจารย์ ทรงทอดพระไตรแล้วถวายเครื่องบริวารพระ กฐินแด่พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐินการโทษ กฐินเป็นกาลทานตามพระวินัยที่กำหนดตั้ง

แต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรง บำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระกฐินของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระ บรมวงศานุวงศ์ราชสกุลองคมนตรีหรือผู้ที่ มีพระราชดำริเห็นสมควรทรงบำเพ็ญพระ ราชกุศลถวายผ้าพระกฐินหรือเชิญภาพพระกฐิน ไปถวายณพระอารามหลวง 18 พระอารามเรียกว่า กฐินหลวง โดยวัดราชบพิสถิตมหาสีมารามเป็นพระอาราม หลวงสำคัญพระอารามหนึ่งปัจจุบันสมเด็จพระ อริยวงศ์สาคตยานสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปินายกทรงเป็นเจ้าอาวาสมีพระ สงฆ์จำพรรษารวม 32 รูปและสามเณร 1 รูป หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระ

ราชกุศลถวายผ้าพระกฐินณวัดราชบพิษสถิต มหาสีมารามัมสมเด็จพระอริยวงศ์สาฆตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลุลมหาสังฆปินายกถวาย เหรียญกิลล็กเนื่องในสถาปนาพระอิสริยายศ เฉลิมพระนามพระอัตถิสมเด็จพระมหาสมณาเจ้า กรมชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์แด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีและเหรียญที่ระลึกคณะสงฆ์ ถวายเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิม พระชมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เนื้อ ทองคำแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเท้าฟ้า สิริวัณวรีนีทัตราชกัญญาและสมเด็จพระเจ้า ลูกยาเท้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรจมางกูรสิริบูลราชกุมาร

น.เสด็จพระราชดำเนินไปในกรรม พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภาพพระ กฐินพ.ศักราชศักราช 256 ณวัดพระเชษดุพล วิมลมังคารามเขตพระนครกรุงเทพมหานคร สำหรับประเพณีการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชน ไทยมีมาช้านานโดยมีทั้งพระกฐินหลวงและ กฐินราฎการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภาคพระ กฐินของพระมหากษัตริย์จัดเป็นพระราชพิธี ที่สำคัญประจำปีเป็นพระราชกรณียกิจของพระ มหากษัตริย์พระผู้ทรงเป็นพุทธมามกะและ องค์เอกอัครศาสนูปัมภก เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรง บำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินหรือพระ กฐินหลวงด้วยพระองค์เองหรือทรงพระกรุณา

โปรดโปรดครับโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จไปแทนพระองค์ รวมทั้งพระกฐินพระราชทานแก่พระราชวงศ์ องคมนตรีหน่วยงานต่างๆคณะบุคคลและบุคคล เชิญไปทอดถวายยังพระอารามหลวงสำคัญสำคัญ ในกานี้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นาย ถาปนสิริวัฒนภักดีวยาวัดจกรวัดพระเชษฐุพล วิมลมังคารัมกราบบังคมทูลเบิกผู้มีจิต ศรัทธาปริจากเงินพ่อทุนละองค์ธุรพระบาท รับพระราชทานของกิลลึก วัดพระเชษฐุพลวิมลมังคารัมเป็นพระอารหลวง ชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหารเดิมชื่อวัด โพธารามหรือวัดโพธิสร้างขึ้นระหว่างปี 2231 -2246 สมัยพระเพชรราชากรุงศรีอยุธยาต่อมาสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราชทรงยกฐานะขึ้นเป็นพระ

อารามหลวงมีพระราชาคณะปกครองตั้งแต่นั้น มาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราชมีการบูรณใหม่และทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดงานฉลอง และพระราชทานชื่อใหม่ว่าวัดพระเชษุพลวิมล มังกราวาสเป็นวัดประจำรัชกาลต่อมาปี 2374 พระบาทสมเด็จพระนางเกล้าเจ้าอยู่หัวพระ มหาเจษดาราชเจ้ารัชกาลที่ 3 ทรงบูรณ ปฏิสังขรอีกครั้งเป็นเวลา 16 ปีจึงเสร็จ สมบูรณ์ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัวพระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราชทรง ปฏิสังขรพระรัศมีพระพุทธสายญาทและทรง เปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระเชษฐุพล วิมลมังคารัมทรงสถาปนาพระมหาเจดีย์ประจำ

รัชกาลที่ 4 ขึ้นในวัดอีกองค์หนึ่ง ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่สำคัญอาทิพระ อุโบสถพระวิหารพระเจดีย์ศาลาการปเรียน ศาลาารายพระพุทธรูปและพระมณฑบโอกาสนี้ เจ้าอาวาสวัดถวายพระพุทธปัติมาประทับนั่ง บนหลังช้างพระชัยหลังช้างซึ่งวัดพระเชษุ พลิมังคารัมร่วมกับเจ้าคณะใหญ่โหเหนือจัด สร้างขึ้นโดยเป็นศิลปะล้านนาโบราณขนาดฐาน กว้าง 30 นิ้วยาว 50 นิ้วความสูง 72 นิ้ว เนื้อโลหะปิดทองคำแท้ทั้งองค์และเหรียญ พระกริ่งพระพุทธยอดฟ้าทองคำเลี่ยมทองฝัง เพชรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวาย เหรียญพระกริ่งพระพุทธยอดฟ้าทองคำเลี่ยม ทองฝั่งเพชรแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระ

บรมราชินีสมเด็จพระเจ้าลูกเท้าฟ้าสิริวั นัตราชกัญยาและสมเด็จพระเจ้าลูกยาเท้าฟ้า ทีปังกรรัศมีโชติมหาวชิโรตมังกูล สิริปุลราชกุมาร จากการตามเสด็จในหลวงพระราชินีบำเพ็ญพระ ราชกุศลถวายผ้าพระกฐินวัดราชบพิตสถิต มหาสีมาราม และวัดพระเชตุพลวิมลมังคลาราม ของนายทหารราชองครักษ์พิเศษ 3 สาวที่มี โอกาสได้ใส่ชุด ของอรนงปิยนาถวชิรพัสพระพัศรวชรหทัยพัฒ์ วชิรภัทโสภา สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนที่รู้มุม กล้องก็น่าจะเป็นอรนงปิยนาถวชิรพัฒ์หลายๆ ครั้งหลายๆซีนจะเห็นได้ชัดเลยว่าอรนงค์ นั้นจะหันหน้าใส่กล้องอยู่เสมอไม่ว่าจะ เป็นการเดินแถวหรือไม่ว่าจะเป็นการยืน อยู่ในแถวขนาดกำลังทำพิธีก็ตามมักจะหัน

หน้ามาใส่กล้องอยู่เสมอและมีความน่าจะ เป็นไปได้ว่าช่างภาพนั้นน่าจะมีความรู้ จักมักจี่หรือว่าอาจจะเป็นคนที่อยู่ข้าง ของอนนง์ด้วยเช่นกันมีความรู้มุมกล้องกัน และกันนอกจากนั้นยังพยายามที่จะหาจังหวะ ในการถ่ายใบหน้าของทางอรนงค์ไม่ว่าจะอยู่ ในซอกไหนอยู่ในหลืบไหนก็ตามมักจะติดภาพ ของอรนงค์อยู่เสมอในขณะที่ประพัศร ราชยุตรามาก็เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ ได้สนใจมุมกล้องแต่อย่างใดเหมือนเป็นความ หิวแสงหาแสงของอนงเพื่อที่จะทำให้ตัวเอง นั้นมีความโดดเด่นขึ้นมาแต่ในการออกงานใน ครั้งนี้คงจะสังเกตเห็นว่าบรรดาทหาร ราชงครักษ์นั้นถึงแม้ว่าจะใส่ชุดไทยทั้ง 3

สาวแต่ก็ไม่สามารถเดินบนพรหมตามเสด็จได้ หรือจะเรียกให้ถูกต้องนั่นก็คือลาดพระบาท ลาดพระบาทหมายถึงพรหมทางสำหรับปูราฎเป็น ทางเดินของพระบรมวงศ์ชั้นสูงโดยเฉพาะพระ มหากษัตริย์และพระราชินีซึ่งปัจจุบันใช้ สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงเป็นคำราชา ศัพท์ที่ใช้ในความหมายว่าพรหมทางเดินหรือ ที่จัดปูไว้สำหรับเดินสีที่ใช้และก็เห็น กันเป็นประจำก็น่าจะเป็นสีแดงหรือไม่ก็สี น้ำตาลถึงแม้ว่าจะเปิดตัวพร้อมชุดไทยและ สายสะพายแต่ก็ยังไม่สามารถเดินไปบนลาดพระ บาทพร้อมกับพระมหากษัตริย์และพระราชินี ได้ความแตกต่างของ 3 สาวนี้ก็น่าจะเป็น สายสะพายสายสะพายของอรนงนั้นเป็นสีชมพู

เป็นสายสะพายของท่านผู้หญิงส่วนสายสะพาย สีน้ำเงินของประพัศรและชยุทตราเป็นสาย สะพายของคุณหญิงสิ่งที่น่าสังเกตในงานนี้ อีกอย่างหนึ่งทำไมนายทหารราชวงรักพิเศษ อย่างคุณหญิงนรมูลสัมผัสหรือคุณหญิง อนุสราสุขสวัสดิ์วัชราภรณ์ถึงไม่ได้รับ อนุญาตให้ใส่ชุดไทยเหมือนกับ 3 สาวแต่ กลับใส่ชุดนายทหารราชงครักษ์พิเศษและนั่ง อยู่แถวหลังของ 3 สาวชุดไทยนี้แต่เวลา เดินนั้นกลับเดินนำหน้า 3 สาวชุดไทยหาก สังเกตให้ดีภายในงานจะเห็นมีคุณหญิงปราณี อุ่นพรหมที่ในบางช็อตบางซีนจะเห็นว่านั่ง อยู่ทางด้านหลังของอรณนงค์ปิอาถวชิรพัส ที่นั่งของคุณหญิงปราณีอุ่นพรหมดูเหมือน

ว่าจะไม่ได้กำหนดเพราะว่าบางครั้งก็จะ นั่งอยู่ทางด้านหลังแต่เป็นทางด้านขวามือ บางเซียนก็จะเห็นว่าขยับมาทางริมทางเดิน ทางด้านซ้ายมือซึ่งจะตรงกับทางด้านหลัง ของอรนงปินาถวชิรพัฒ์ยังเป็นที่น่าสับสน ว่าความแรงความโดดเด่นของอนงค์นั้นยังมา เป็นที่หนึ่งอีกหรือไม่ในขณะที่ว่าอีก 2 สาวประพัสรยุตตรา นั้นยังมีตำแหน่งเป็นเพียงแค่คุณหญิงแต่ กลับมีโอกาสใส่ชุดไทยตามเสด็จออกงานด้วย และหลังจากนี้จนกระทั่งถึงสิ้นปีก็น่าจะ เป็นการขับเคี้ยวกันอย่างหนักระหว่าง อรณนงค์ประพัศรชยุตตราในการพัวพันเกี่ยว กับเรื่องของกฐินพระราชทานที่ได้มีโอกาส

ไปเป็นผู้แทนพระองค์ส่วนอนุสราก็ใช่ย่อย ก็ยังคงตีตื้นตามขึ้นมาเรื่อยๆส่วนนุม สัมผัสถึงแม้ว่าจะได้ตำแหน่งคุณหญิง เหมือนกับคนอื่นแต่ก็มียศเป็นถึงพลโทหญิง ส่วนพลโทหญิงคุณหญิงสุทัตาภัก์บริรักษ์ ภูมินทดูเหมือนว่าจะมาแรงอยู่ช่วงนึงแต่ ก็เงียบหายไปจับตากันดูต่อไปนอกจากจะมี ศึกของพลโทหญิงกับพลตรีหญิงก็ยังมีศึกของ ท่านผู้หญิงและคุณหญิงอีกด้วยเนื่องจากใน ครั้งนี้ถึงแม้ว่าอรณงค์นั้นจะได้รับ ตำแหน่งเป็นท่านผู้หญิงมีสายสะพายสามารถ ที่จะใส่ชุดไทยเดินตามเสด็จได้ในขณะที่ ประพัศรและชยุตตรานั้นยังเป็นเพียงแค่คุณ หญิงแต่ก็มีโอกาสที่จะใส่ชุดไทยดังนั้น

หลังจากนี้จับตาดูให้ดีจนกระทั่งถึงสิ้น ปีมีการฟาดฟันกันอย่างแน่นอนงานนี้สิงห์ เหนือเสือใต้สายอีสานร้อย 7 ย่านน้ำงาน นี้รับรองคนเล่นของสายดำสายโมไม่ได้ด้วย ก็เอาด้วยกลไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา เจ้าคุณพระถือว่าเสียม้าเสียตำแหน่งเสีย เก้าอี้ถูกลูกน้องกล่าววัดรอยเท้าขนาดนี้ คงยากที่จะมีโอกาสหวนคืนกลับมาแล้วเพื่อน ๆล่ะคะเห็นอะไรผิดปกติในงานกฐินหลวงปี พ.ศ. 256 และเพื่อนๆคิดว่าเจ้าคุณพระจะมีโอกาสได้ เดินทางกลับมาหรือไม่ไปดูที่ความคิดเห็น ใต้คลิปก็มีคนมาแสดงความคิดเห็นด้วยเช่น กันว่าเจ้าคุณพระนั้นดูแลพระองค์ทีอยู่

ที่ต่างประเทศดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะ เดินทางกลับมาแล้วก็ไปเห็นความคิดเห็นของ แอดมินที่ไปตอบก็ถือว่าเป็นประเด็นที่น่า สนใจด้วยเช่นกันเพราะว่าทางแอดมินก็ได้ไป แสดงความคิดเห็นว่าถ้าเป็นการดูแลทางพระ องค์ทีจริงณปัจจุบันนี้พระองค์ทีเดินทาง กลับมาทำพระกรณียกิจทำไมเจ้าคุณพระถึงไม่ สามารถที่จะเดินทางกลับมาได้แล้วยิ่งใน กรณีที่เจ้าคุณพระนั้นเป็นคนโปรดถ้าไม่ ได้มีอะไรจริงน่าจะเดินทางกลับมาได้ไม่ ควรที่จะต้องทิ้งร้างจากเมืองไทยไปนาน หลายปีถึงขณะนี้แล้วยิ่งมีเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในกรณีเดียวกันถึง 2 ครั้ง 2 ครามันก็มีความน่าจะเป็นไปได้

แล้วก็ถือว่าเป็นประเด็นที่น่าคิดด้วย เช่นกันว่าถูกสกัดจริงหรือไม่แล้วใครเป็น ผู้สกัดจะเป็นโจทย์เก่าหรือว่าจะเป็น โจทย์ใหม่เพราะว่าในครั้งนี้ทุกๆคนก็คงจะ เห็นว่ามีศึกนางนายเกิดขึ้นแล้วคนที่มา ใหม่ก็ถือว่าไม่เบาถือว่าเป็นคนที่แรงพอ สมควรถึงขณะที่มีข่าวละแคะระคายออกมาว่า ในจังหวัดของเขานั้นไม่ได้มีรูปของพระ ราชินีหลงเหลืออยู่เลยต้าตามสถานที่ ราชการหรือว่าสถานที่สำคัญๆคัญหรือว่าตาม ถนนสายต่างๆล้วนแล้วแต่ไม่ได้มีรูปของพระ ราชินีขึ้นอยู่อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ น่าแปลกมากๆหน่วยงานราชการคิดอะไรกันอยู่ หรือว่าได้รับไฟเขียวจากใครเพราะว่า

เรื่องแบบนี้ทุกคนย่อมจะทราบอยู่แล้วไม่ ว่าจะอยู่ในแห่งหนตำบลใดว่าพระราชินี สุธิดานั้นคือใครแล้วใครคือพระราชินีของ ประเทศไทยแต่กลับปล่อยให้หน่วยงานหรือว่า ในจังหวัดนั้นละเเลยการตั้งหรือว่าการนำ รูปของพระราชินีสุธิดาขึ้นมันก็อาจจะดู แปลกไปหรือว่าจะเป็นความจงใจหรือว่าจะ เป็นไฟเขียวที่เป็นคำสั่งแบบลับๆแบบรู้ กันในหน่วยงานราชการภายในเป็นอันรู้กัน ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ทหารราชงครักษ์ วิเศษหรือแม้กระทั่งหน่วยซาสคนอื่นๆด้วย เช่นกันถือเป็นนางต้องห้ามหรือไม่เพราะ ว่าแต่ละนางล้วนแล้วแต่สวมใส่แหวนที่นิ้ว นางข้างซ้ายคนที่ได้รับการสถาปนาแต่ไม่

ได้รับอนุญาตให้กลับมาแต่คนที่ยังไม่ได้ รับการสถาปนากลับมีอำนาจหรือว่ากลับมี อภิสิทธิ์ที่จะทำอะไรต่างๆได้มากมายศึก ครั้งนี้ใหญ่หลวงยิ่งนักปลายปีนี้กฐินพระ ราชทานจะร้อนฉ่าขนาดไหนเพื่อนๆอย่าลืม ช่วยกันแสดงความคิดเห็นอย่าลืมช่วยกันกด ไลก์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเราใน การสนับสนุน จขอบพระคุณค่ะสวัสดีค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *