ข่าวประจำรายการวันนี้ ก็ขอทบทวนภาพรวมของการเมืองไทยในข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์เช้าวันพฤหัสบดีนะครับ แล้วเราวันนี้เราจะมีข้อศึกษาเพิ่มเติม นิดนึงว่าข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์บางข่าว เนี่ยเป็นข่าวช่วยรัฐบาลแท้ๆทั้งๆที่ข่าว เนี่ยมันมีข่าวอื่นมาแล้วนะครับที่จะ สามารถจะโต้แย้งได้เรามาดูจากไทยรัฐก่อน ครับ วันนี้ข่าวใหญ่คือเรื่องของชัยชนกชิชอบ ที่ผมบอกว่าแจ้งเกิดนั้นเท่ากับแจ้งตาย แล้ว เริ่มเริ่มอายุลดทอนลงแล้วนะครับเรียนนอก 17 ปีไม่จบชัยชนกเปิดใจปมแม่แท้อย่างที่ ผมรายงานไปแล้วนะครับว่าเอ่อเอ่อนางกกรุณ ชิดชอบคนนี้ไม่ใช่แม่จริงนะครับแต่นั่น
ไม่ใช่ปัญหาเพียงแต่ว่าเธอคุณชัยชนกดันไป ประกาศศักดาในสภาบอกว่าพราพ่อพ่อกูชื่อ เนวินแม่ชื่อกรุณาจริงๆไม่ใช่ก็น่าเห็นใจ นะเด็กๆก็อาจจะมีปมอยู่ในใจอยู่ครับแต่ เอาเถอะก็วันนี้เมื่อมาเป็นรัฐมนตรีแล้ว ก็ต้องถูกตรวจสอบอย่างนี้ กระบอกเรียนนอก 17 ปีไม่จบยอมรับหมดแล้ว ครับเรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ส่วน เรื่องบอล วันนี้ก็บริษัท จัสมินรู้สึกว่าจะได้ลายเส้นรัฐบาลไม่ได้ ลเซ่นนะครับส่วนว่าจะได้ดูแล้วต้องเสีย ตังค์หรือเปล่านี่เดี๋ยวอย่างที่ผมรายงาน ท่านไปแล้วแล้วก็ดูผลออกมาก็แล้วกันนะ ครับ ข่าวเรื่องของ อิหร่านคุณทรัมป์ถล่มอีกแล้วเนี่ย ผมผมไม่ถือว่าเป็นข่าวใหญ่นะครับเพราะ
เป็นข่าวที่เราประเมินแล้วว่าอเมริกามี ศักยภาพเหนืออิหร่าน ดังนั้นที่ผ่านมานั้นเราพูดถึงว่าข่าวใน ประเทศจะเชียร์อิหร่านว่าอิหร่านมี ศักยภาพสูงกว่าอเมริกาผมบอกคือไม่ใช่ว่า เรามาเชียร์อเมริกาแต่เราดูศักยภาพที่ เป็นจริงดังนั้นการตัดสินใจของอเมริกา ถล่มเมื่อไหร่ก็ได้นี่แสดงให้เห็นว่า ศักยภาพเหนือกว่าแต่เรื่องถูกต้องนี้ว่า กันอีกเรื่องนึงนะนี่เราพูดถึงเรื่อง ศักยภาพทางการทหารไทยรัฐก็พลาดหัวนะครับ วันนี้ทำกับรำถล่มอิหร่านไม่ต้องกลับรำ หรอกครับมันส่งสัญญามาตั้งแต่ต้นเพราะมี การต่อรองกันว่าอิหร่านก็จะไม่ยอมพอมาถึง
เดลีนิวสเดลินิวให้ข่าวเรื่องอเมริกาถล่ม อิหร่านเป็นข่าวใหญ่นะฮะทำก่อไฟสงคราม ระอุถล่มอิหร่านการยับสางแค้นสอยอปาเช่ ร่วงอ้าก็ว่าไปแล้วก็ข่าวชัยชรกกลายเป็น ข่าวเล็กในหน้าของDaลีนิวสเช้าวันนี้ สำหรับมติชนถือเป็นข่าวใหญ่นะครับชัยชนก โต้ดราม่า ไม่เคยปิดบังปมแม่กับการศึกษาแต่ไม่ได้ บอกเท่านั้นเองทีแรก แล้วก็อนุทินถกเรื่องหอการค้าหาตลาดใหม่ ทั่วโลกผมให้แจ้งให้ท่านทราบนิดนึงนะครับ ว่าข่าวที่ลงหน้า 1 มติชนนี้ไม่ใช่สิ่ง ใหม่ แต่แน่นอนมันเป็นข่าวของรัฐบาลเค้าก็ลง ว่าอนุทินหาถกหอการค้าหาตลาดใหม่ทั่วโลก ไม่ใช่สิ่งใหม่และไม่ใช่นโยบายเป็นงาน
ประจำครับซึ่งพูดกันอย่างี้ทุกครั้งครับ หาตลาดใหม่หาตลาดใหม่แต่หาได้จริงไม่ได้ จริงไม่รู้แต่ว่าขอเป็นข่าวก็ทำให้ประชา ชนใจชื้นโอ้ขยันนะหาตลาดใหม่แต่ขอให้ท่าน ทราบนะครับว่าหาได้หรือเปล่ายังไม่ทราบ ครับ ข่าวสดก็เอาชัยชนกเป็นข่าวใหญ่นะครับแจง เรื่องปมแม่กับเรียนไม่จบ ส่วน เอ่องัดมาต 9 มาตรการ รับฝนแหมไอ้ข่าวนี้มันผมว่ามันตลกดีนะวัน นี้ฝนตกแล้วทำไมถ้าเห็นข่าวนี้เนี่ยต้อง ตั้งคำถามกลับไปนะครับเมื่อวันที่ 1920 ที่ประชุมเอ่อองคมนตรี 9 คนเพื่อเตรียม รับฝนภัยแล้งจำได้มั้ยครับแล้วก็บอกว่า แหมท่านมองสายตายาวไกลแล้วอนุทินก็ไปรับ
ลูกปลัดมหาไทยก็ต้องไปรับลูกแล้ววันนี้ ว่ายังไงอ่ะงัดมาต 9 มาตรการรับฝนก็มัน เข้าหน้าฝนแล้วมันไม่ได้มีภัยแล้งแสดงว่า ไอ้ไอ้เรามองย้อนกลับไปก็รู้ทันทีว่าไอ้ 9 องคมนตรีนี่มันหาเรื่องนะครับมันหาเรื่อง จะแสดงบารมีเท่านั้นเองนี่ชัดเจนแล้วนะ ครับส่วนเรื่องข่าวใหญ่สดเรื่องรางวัลที่ 1 หายนี่ผมไม่ไม่รายงานนะฮะ มาดูไทยโพสต์พาดหัวตัวใหญ่บอกพ้อการเมือง โหดร้ายคือชัยชนก อันนี้เห็นชัดครับนี่คือการช่วยชัยชนก ช่วยเนวิน ช่วยรัฐบาลอนุทิน ถามว่าถ้าคุณบอกว่าพ้อการเมืองโหดร้าย เนี่ยคุณชัยชนกพ้อเนี่ยนะ แล้วถามว่าใครสร้างให้การเมืองโหดร้ายแน่ นอนโดยโครงสร้างระบบมันสร้างขึ้นแต่คนที่
ไปสนับสนุนโครงโครงสร้างการสร้างการเมือง โหดร้ายนี้คือตระกูลชิดชอบไม่เชื่อก็ไป ถามคุณเอ่อปณัตเลี้ยงผ่องพันธุสิครับที่ ผมบอกว่าย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีเนี่ยนะคุณ ชัยชนกยังเด็กอยู่มั้ง ที่พ่อคุณชัยชนกคือเนวินสั่งฆ่า ส.ส.ปณวัตรเลี้ยงผ่องพันธุสส.จากพรรค ประชาธิปัตย์เพียงเพราะไม่ยอมมาอยู่ใน กว้วนของเนวินที่จะครองทั้งจังหวัด เอ่อจังหวัดบุรีรัมย์ปณส.ตอนนั้นเป็นพรรค ประชาธิปัตย์นะครับแล้วก็เป็นสส. 7 สมัย แค่นี้เองดังนั้นถามสิครับว่าไปพ้อน่ะ เพราะว่าการเมืองมันโหดร้ายเนี่ยใครเป็น คนส่งเสริมให้ทำให้การเมืองโหดร้ายชัดเจน
ถามพ่อคุณนะคุณชัชนกนะนี่ข่าวในเวลานั้น นะครับ ที่ว่าคำสั่งฆ่ามาจากเนวินนี่ไงเอาล่ะมา ดูข่าวแนวหน้าครับเช่นเดียวกันช่วยชัยชนก บอกแหมเคลียร์ปมเรื่องแม่วุฒกับวุฒิการ ศึกษาชัยชนกฮึ้มไปฮึ้มอะไรเล่าก็โกหกเ้า ในสภานี่ดูดูวิธีการช่วยนะครับของแนวหน้า นะครับแล้วแนวหน้าก็เล่นข่าวชายแดนเรื่อง ชายแดนปัญหานี้ยังกำลังจะลุกกำลังจะปะทุ ใหม่แล้วนะครับสงครามไทยเขมรรอบ 3 กรุงเทพฯธุรกิจจับหน้ากลางเมืองนะครับ หน้าธุรกิจไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ บอกว่าดีวัดดวงรัฐบาลแล้วปัญหาจะเดินหน้า ต่อได้มั้ยผมเชื่อว่าเดินได้ก็ไปอย่างี้ แหละครับแม้จะทุจริตใครไม่เชื่อกูก็จะ เดินชัยชนกขอฟังความเห็นเอ่อ Thai AI
พาสปอร์ต พลาดหัวอย่างนี้เท่ากับว่าเปิดรับฟังความ คิดเห็นทบทวนโครงการไม่ใช่นะครับเพราะผม รายงานท่านแล้วนะครับว่าปลัดกระทรวงวง ดีอีเป็นคนพูดเองว่าที่ฟังความเห็นนี้ เป็นการฟังความเห็น แต่ไม่ได้ยุติโครงการครับ มาดูข่าวราชสำนักวันนี้ครับ ข่าวราชสำนักวันนี้ ผมเรียนท่านว่าเรื่องเจ้าจอมีใครเป็นคน ใหม่คนไหนกำลังขึ้นแท่นอย่างไรนี่ท่านอาจ จะเราขอยุติไว้ชั่วคราวเนื่องจากว่า เอ่อมันไม่ได้บอกนัยยะสำคัญอะไรในทางข่าว สารของข่าววังผมกลับมาพูดถึง เมื่อวันจันทร์ที่ 1 นะครับเมื่อวัน จันทร์ที่ 1 ผมได้พูดถึงรอยร้าว ของกำลังพลในวัง คือการปลดนายทหารออกจากราชองครลักษ์เนี่ย
มีการปลดไปเรื่อยๆแต่ผมไม่ได้รายงานแต่ บังเอิญในระยะหลังนี้เราจะเห็นปัญหา เรื่องการเมืองปลายราชการ หรือการสวรรคตของพระองค์ภาแต่ไม่ยอม ประกาศ ว่าเป็นการสวรรคตก็ยังคาเรื่องไว้เนี่ยนะ ครับทำทำให้เราเห็นว่าวังมีวิกฤตเนื่อง จากว่ายังไม่มีการประกาศองค์รัชทายาทได้ จะประกาศเป็นพระองค์ทีก็ไม่ได้ประกาศทั้ง ๆที่บรรลุนิติภวะแล้วอายุ 21 แล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าความสมบูรณ์ทางสมอง เนี่ยยังเป็นปัญหาอยู่เนื่องจากว่าขณะนี้ อายุครบจบไฮูแล้วก็ยังไม่ได้เข้ามหาลัยก็ ไม่ได้ต่างจากเจ้าชัยชนกนี่หรอก ส่วนจะเป็นเอ่อคุณสิริวัณวลี ในวังก็ไม่ประกาศว่าเป็นรัชทายาทจะมีแต่ กิจกรรมก็เราประเมินกันว่าน่าจะใช่แต่
ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ดังนั้นไอ้ภาวะการ เช่นนี้ที่ประสานกับ 9 องคมนตรีออกมาแสดง บทบาทซึ่งเรามองวิเคราะห์ว่ากำลังแสดงบท บาทเพื่อที่จะ ควบคุมกำลังในวังเพราะว่าแกนนำของ องคมนตรี 9 คนส่วนใหญ่นั้นคือคณะ รัฐประหารของประยุทธ์ ด้วยเหตุนี้นะครับที่ทำให้เราต้องจับตา เรื่องราวของตำแหน่งทหารในกองกำลังถวาย ความจงรักภักดีของพระราชวังเป็นสำคัญดัง นั้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนเราจึงพูดถึง การ การปลดนายพลนายพลโทนะครับเนื่องจากว่าเรา กำลังติดตามสถานการณ์นี้อยู่นะครับว่า สถานการณ์ใหม่ใกล้มาถึงตอนที่ว่าพูดคุณ เท้งพูดถึงระบอบสีน้ำเงิน
ผมก็ยังถามว่าส้มจะเดินไปทางไหนเพราะ สถานการณ์ใหม่มันใกล้มาถึงแล้วนะเอออย่า จะพูดกันเล่นๆไปสุดท้ายก็รู้สึกว่าจะ คุณเท้นก็จะเอาแค่เรื่องหาเสียงเลือกตั้ง ผู้ว่ากทม.เท่านั้นแต่นี่คือความจริงของ ภาววิสัยถูกผิดยังไม่ต้องเชื่อผมแต่ขณะ นี้การเมืองปลายรัชกาลมันเริ่มนับ 1 แล้ว นะครับ ส่วนจะอีก 4 ปีหรือ 5 ปีอันนี้ยังประเมิน ไม่ได้เนื่องจากว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 การ เมืองปลายรัชกาลเริ่มนับตั้งแต่การ รัฐประหาร 19 กันยายน 49 นะครับพอ รัฐประหารปั๊บท่านก็เข้าโรงพยาบาลศิริราช เลยวันนี้ก็ใกล้เคียงกันแต่ว่า ยังไม่ได้พูดถึงการเข้าโรงพยาบาลแต่ดูจาก สุขภาพอนามัยจากฟังจากสายข่าวหลายทางนะ
ครับว่ารัชกาลที่ 10 นั้นสุขภาพไม่แข็ง แรงเท่าไหร่ถ้าเทียบอายุตอนนี้กับตอนที่ รัชกาลที่ 9 เข้าโรงพยาบาลก็ใกล้เคียงกัน ท่านเข้าโรงพยาบาลหลังจากมีการรัฐหาร 19 กันยายน 49 เป็นอีก 10 ปีแล้วท่านก็ สวรรคต นะครับดังนั้นวันนี้การเมืองปราชการนั้น อาจจะอยู่ช่วง 4 ปี 5 ปีหรือ 8 ปี 10 ปี แล้วแต่ทุกอย่างมันเริ่มเคลื่อนเราจึงมา ดูว่าเมื่อคราวที่แล้วเราพูดเมื่อวัน จันทร์เอ่อเมื่อวันจันทร์ที่ 1 เอ่อมิถุนายนนะครับเราได้พูดถึงการปลด กำลังพล นะครับทบทวนการปลดกำลังพลในปีนี้จากข่าว เดิมเมื่อต้นปีนะครับ 11 กุมภาพันธ์ก็ปลด 3 นายพลออกจากตำแหน่งราชองครักษ์นี่เป็น
ข่าวจากประชาชาตินะครับ 3 นายพลนั้นก็มี พลโทเฉลิมเกียรติพลโทเฉลิมชัยและพลอากาศ เอกเผด็จวงปิ่นแก้วนี่เป็นข่าวสดที่ลงไว้ นี่ผมรายงานท่านไปแล้วและคนที่เป็น ปัจจุบันเมื่อวันเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมนะ ครับก็คือพลโทพงษ์ศักดิ์เปรมทองสุข ที่พ้นจากตำแหน่งราชองครลักษ์และเป็นเอ่อ เจ้ากรมกำลังพลในสำนักพระราชวังนะครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจและก็ได้ รับความสนใจจากสมาชิกมากนะครับกรณีการปลด พลโทพงศักดิ์ มีเพราะว่าเป็นข่าวแพร่กระจายเป็นไวรัลใน ในโซเชียล พลโทพงศักดิ์เปรมทองสุขนี้ ผมได้รายงานท่านไปแล้วจากข่าวที่มัน กระจายอยู่แล้วผมเก็บมารายงานให้ท่านทราบ
ปรากฏว่ามีคนสนใจมากครับในสุนัยทีวีสุนัย แฟนคลับนี่เป็นแสนนะครับภาพที่ผมให้ท่าน ดูนี้ ผมพูดเรื่องนี้ไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน จนเราก็คิดว่า น่าจะเป็นไปได้ที่ วังต้องรับฟังเสียงสะท้อนของสังคมแต่ข้อ สันนิษฐานของเราที่บอกวังไม่ฟังใครอยู่ แล้วนี่อันนี้เป็นจริงครับ แม้กระทั่งสุนัทีวีมารายงานข่าวของเอ่อ โซเชียลนะครับที่พูดถึงพลโทพงศักดิ์นั้น กระจายกันทั่วไปก็ไม่มีใครสนใจในวังเ้า ไม่สนอยู่แล้วอันนี้เรื่องจริงก็ปรากฏ อยู่ปรากฏว่าวันที่ 8 มิถุนายนเมื่อ 2 วันส 2 วันก่อนนั้นประกาศปลดอีกแล้วครับ คราวนี้ไม่ใช่ปลดธรรมดาลดยศด้วยก็เป็น
เรื่องที่เราเคยได้ยินมาตั้งแต่ต้นรัชต้น รัชกาลที่ 10 เนี่ยนะครับนะฮะ ราชกิจจันเบกษาประกาศปรับรถชั้นยศ พลตรีและให้พ้นการปฏิบัติหน้าที่ ราชองครลักษณ์ประจำพระองค์ครับเราไม่ค่อย เคยเห็นนะฮะประเภทยศนายพลแต่เหลือนาย พันธ์แทนเนี่ยแต่จริงๆเราเห็นในรัชกาลที่ 10 นี่แหละแต่ผมไม่ค่อยไม่ค่อยได้มาราย งานท่านแต่ทีนี้เมื่อเราคิดเมื่อเรา ประเมินสถานการณ์ว่าเป็นช่วงของการเมือง ปลายรัชกาลที่เริ่มนับ 1 แล้วเนี่ยเรา ต้องจับตามากขึ้นกรณีนี้พลตรี ที่ถูกลดยศแล้วก็ปลดออกเนี่ยนะครับเมื่อ วันที่ 8 มิถุนายนชื่อพลตรีสุเมทิตศ วีรกิตติสุนทร นะฮะในข่าวอันนี้ก็เป็นในข่าวมุมข่าวแล้ว
ก็ข่าวไทยรัฐตรงกันนะครับนี่ครับถูกปลด ออก นี่ครับพระบรวราชโองคการโปรดโปรดก้าวให้ ปลดลดยศด้วยครับ ท่านลองคิดถึงว่าคนที่เ้าเป็นนายพลเนี่ย เค้าภาคภูมิใจขนาดไหน แล้วถูกลดยศเหลือแค่นายพันเนี่ยเขาจะรู้ สึกยังไง ในอดีตก็มีนะครับนายพันเหลือเหลือนายรอย นี่ก็มีนะนายร้อยเหลือนก็มีนะ ถ้าว่าเป็นการกระทำความผิดอย่างหนักแต่ ว่าในทหารทหารรัชกาลที่ 10 กับทหารรัชกาล ที่ 9 ผมก็ว่าก็กองทัพเดียวกันนี่แหละก็ มีคนดีคนไม่ดีทำผิดบ้างอะไรบ้างแต่เราไม่ ค่อยเคยเจอการลดยศอย่างนี้ และผมก็ได้รายงานให้ท่านทราบแล้วนะครับ ว่า ในการปฏิวัติ 2475 สภาพการอย่างนี้ก็เกิด
ขึ้นตั้งแต่รัชกาลที่ 6 ต่อเนื่องมาถึง รัชกาลที่ 7 ที่ทหารถูกข่มเหงน้ำใจอย่าง มากผมถึงบอกว่าวันนี้เรื่องของทหารเนี่ย เราควรจะต้องทำความเข้าใจร่วมกันกับประชา ชนทำความเข้าใจว่าบ้านเมืองนี้มันไม่มี หลักเกณฑ์อย่างนี้เราถึงจุดสำคัญจุดสจุด สันดาบเนี่ยเราจะร่วมมือกันอย่างไรผมว่า ต้องเริ่มแล้วนะครับใครอยู่ใกล้ทหารทหาร ที่เข้าใจปัญหาก็จะต้องจัดตั้งขึ้นจัด ตั้งกลุ่มศึกษาในหมู่เพื่อนในหมู่รุ่นของ ท่านแล้วนะครับว่าบ้านเมืองเรานี่ถ้าเกิด การเปลี่ยนแปลงขึ้นเมื่อไหร่เนี่ยเราจะ ช่วยกันอย่างไรนะครับทั้งทหารและตำรวจจะ ต้องร่วมมือกันทหารตำรวจพลเรือนจะต้อง
ร่วมมือกันนะครับ ตามข่าวที่ว่านี้ พลตรีสุภเมธนะครับเชื่อสุเมธีพลตรีสุเมธี ที ดำรงตำแหน่งทหารประจำสำนักงาน สำนักงานรองผู้บัญชาการกองบัญชาการมหาด เล็กรักษาพระองค์นี่นะครับเป็นข่าวไปแล้ว นะครับเมื่อวันที่ 8 นี่คือราชกิจ จันุเบกษาประกาศไปแล้วเอาล่ะ มาดูอีกข่าวหนึ่ง เรื่องของ พระสนมเจ้าจอมทั้งหลายเนี่ย ถ้าเราไม่ติดตามเลยนะครับแหข่าวมันจะทับ กันเรื่อยมันมากขึ้นเรื่อยๆเดี๋ยวจะตาม ไม่ทัน อาจารย์สมศักดิ์เป็นอีกท่านหนึ่งนะครับ ที่ท่านติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว ก็ท่านจะเก็บเรื่องเก่าๆมารายงานเรื่อง เก่าๆบางเรื่องนั้นผมก็รู้มาแล้วหลายคน
รู้มาแล้วแต่บางคนไม่รู้ยกตัวอย่างอย่าง กรณีของวันที่ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ยังดำรงตำแหน่งมกุฎ ราชกุมารนั้นมีเมียกี่คนพร้อมกันเนี่ยนะ อาจารย์สมศักดิ์ได้รายงานว่าในวันที่เป็น พระบรมราชเอ้เป็นสมเด็จพระบรมนั้นมีเมีย 3 คน ที่ 1 นะครับก็คือคุณศรีรัตน์ตอนนั้นเป็นพระ วรชายา มีการจดทะเบียนเรียบร้อยคุณศรีรัตน์ก็คาด หมายว่าตัวเองจะขึ้นเป็นพระราชินี อาจารย์สมศักดิ์บอกว่าคุณศรีรัตน์ที่เป็น เมียหลวงนะครับที่แต่งส่วนคุณนุ้ยเมียที่ เจอตอนขับเครื่องบินการกุศล ท่านก็บอกนั่นก็เป็นคุณนุ้ยคนหนึ่งนี่ เป็นเป็นเมียน้อยถ้าพูดอย่างนี้นะครับ แล้วก็คุณก้อยเป็นเมียเป็นพยาบาลที่คอยดู
แลทีปังกรตอนนั้นก็เลยมี 3 คนนี่อาจารย์ สมศักดิ์ว่านะแต่เท่าที่ผมรู้นั้นน่ะเมีย เป็นตัวเป็นตนนั่นน่าจะ 3 แต่ไม่เป็นตัว เป็นตนอีกเท่าไหร่ผมว่าไม่สามารถจะยืนยัน ได้นะครับอันนี้ยากที่คนทั่วไปจะรู้แต่ เอาตามข้อมูลอาจารย์สมศักดิ์ก่อนท่านบอก ว่าอันที่จริงคุณนุ้ยก็มีเรื่องมีราวกับ คุณก้อยมากเป็นพิเศษ ขณะที่ทำไมบรรดาเจ้าจอมโดยเฉพาะอรนงค์จึง ไม่มี เพราะคุณนุ้ยมาไล่เลี่ยกับคุณก้อยแข่งกัน อยู่ จริงๆมันมีเกล็ดข่าวแต่ว่าผมไม่รู้จะอ้าง อิงจากอะไรอ้างอิงจากแหล่งข่าวก็คือวัน ที่ เอ่อคุณศรีรัตน์ เป็นพระวรัชญาแล้วถูกปลดนั่นน่ะก่อนถูก ปลดนั้น
เธอนั่งเครื่องบินผมได้ทราบข่าวจากกัปตัน คนที่ขับเครื่องบินให้ศรีรัตน์บินไป เยอรมันแล้วไปตบกับนุ้ยที่เยอรมัน นั่นแหละทำให้เบรกแตกเบรกมกุเอ่อเบรก สมเด็จพระบรมเบรกแตกเลยแล้วก็เลย อย่าคุณศรีรัตน์ตอนนั้นผมเป็นส.ส.อยู่เรา ก็ได้ข่าวนะครับในสภาว่ามีการพูด สมเด็จพระบรมพูดว่าตั้งได้ก็ปลดได้นะ คือ เอ่อศรีรัตน์เนี่ยตั้งได้ก็โปรดได้เป็น พระวรัชญาแล้วก็ปลดได้แล้วก็โปรดได้จริงๆ แต่สาเหตุของการปลดก็คือไปตบเขาบอกว่า เอ๊ะทำไมถึงถึงเกิดสาเหตุหย่ากันก็เพราะ ว่าหวงไงถือว่าตัวเองเป็นเพราะวรชายาแล้ว แล้วคุณสุธิดานี่ดูท่าทางมาแย่งแน่ๆแล้ว ตอนนั้นเนี่ยมันมีข่าวระหองระแหงกัน
เรื่อยนะครับต้องพ้นเป็นผู้แทนนี่เล่าให้ ฟังแต่ว่าไม่มีใครเขียนจะเอาว่าผมอ้าง อ้างจากผมก็ได้นะครับจากข่าวที่ผมได้มา ตอนนั้นถนนพระหลโยธินเนี่ยปรากฏว่าคุณ นุ้ยตอนนั้นยังไม่ได้ยังไม่ได้ขึ้นแท่น เป็นพระราชินีนะครับยังไม่เป็นยังไม่ได้ ตั้งเป็นพระสนมอะไรทั้งนั้นน่ะแต่ว่าเป็น เป็น กิ๊กกันอยู่ละ พรรคอยู่วังที่กองบิน 6 อยู่หลัง ดอนเมือง เธอก็จะต้องวิ่งเส่นถนนพลยุทธินเป็นประจำ คุณศรีรัตน์ก็ไปเรียนที่เกษตรและเอาหมาไป ว่ายน้ำที่มหามหาลัยเกษตรเสร้างสระว่าย น้ำให้หมาดังนั้น 2 คนนี้เนี่ยจะใช้ถนน เส้นเดียวกัน เมื่อ เกิดแจ็คพอต
เกิดจะไปเค้าต้องปิดถนนอีกครับทหารตำรวจเ ต้องปิดถนนตำรวจสนดอนเมืองก็ปวดศีรษะสิ ครับสนผลโยทินต่อดอนเมืองนี่ก็ปวดศีรษะจะ ให้ใครไปก่อนไปหลังอ่ะโดยหลักการศรีรัตน์ เป็นพระองค์เจ้าเขาจะต้องได้ไปก่อนถูก มั้ยครับ แต่ความเป็นจริงกลายเป็นว่าตำรวจให้นุ้ย ไปก่อนครับเพราะว่ารู้สึกว่าตอนนั้นโปรด นุ้ยมากตำรวจเก็ต้องอยู่เป็นเอาว่าเอาว่า สมเด็จพระบรมโปรดใครมากคนนั้นก็ได้สิทธิ พิเศษ นุ้ยได้ไปก่อนข่าวนี้ก็เลยกระจายในช่วง เวลานั้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อนนะครับก่อน ที่จะเปลี่ยนราชการนั่นน่ะในที่สุดก็เลย เบรกแตกแล้วมีอยู่ครั้งนึงที่ผมบอก ยัะมากศรีรัตน์ก็เลยบินไปบินไปเยอรมันไป
ตบนุ้ยที่นั่น เรื่องก็เลยแตกเพราะดังนั้นปัญหาอย่างนี้ มันเกิดได้เสมอครับการแข่งกันการแย่งชิง กันว่า ในหลวงนี่จะโปรดใครมากที่สุดดังนั้นภาพ ที่เป็นอยู่ที่คุณสมั่งบอกว่าตอนนั้นตอน เป็นมกุฎราชกุมารนั้นมีเมีย 3 คนเอาเถอะ แต่ปัจจุบันท่านบอกว่า 11 คนนี่ Facebook อาจารย์สมศักดิ์ต่อนะบอก 11 คน 3 คนยังตบกันแล้ว 11 คนจะไม่ตบเหรอ ถ้าบอกว่าไม่ตบหรอกเพราะว่าราชินีสุธิดา นั้นรู้ว่ารู้แล้วอยู่เป็นขอฉันเป็น ราชินีก็แล้วกันให้ฉันอยู่ในตำแหน่งนี้ ส่วนในหลวงจะไปมีพระสนมกี่คนช่างท่านนี่ เขาวิเคราะห์กันอย่างนั้นซึ่งผมก็ไม่ เชื่อว่า
จะไม่มีการตบกันอีกต่อไปเพราะวันนี้ก้อย ก็ทะยานขึ้นมาพยายามจะตีคู่แล้วก็มีข่าว ออกมาว่า แนวโน้มจะยกฐานะของก้อยไม่ขึ้นสูงกว่า เจ้าคุณพระแล้วส่วนอรออานงค์ที่ว่าเป็น สนมดาวรุ่งจะขึ้นมาเป็นเจ้าคุณพระแทนแล้ว เจ้าคุณพระก้อยก็จะขึ้นไปเป็นราชเทวี วันก่อนนี่ผมก็รายงานไปแล้วนะครับ แอดมินบอกน่าจะเป็นมหาราชเทวี ดังนั้นสถานการณ์ในวังเกี่ยวกับราชินี เจ้าคุณพระเจ้าจอมทั้งหลายที่อาจารย์ สมศักดิ์บอกมี 11 คนเนี่ยอันนี้น่าจะเป็น ปัจจัยที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ตบกันอีก เมื่อไหร่ก็ได้อันนี้เป็นเรื่องของผู้ หญิงของการมีเมียหลายคนเป็นเรื่องปกติอัน
นี้เราคาดการณ์ไม่ได้ อาจารย์สมศักดิ์บอกว่ามี 11 คนนี้ผมว่า น่าจะผิดพลาดนะครับเพราะในรูปที่อาจารย์ สมศักดิ์โชว์นี่ผมนับแล้วก็ 15 แล้วไม่ 11 ท่านบอกว่า วันที่เป็นกษัตริย์แล้วเป็นเรามีเอ่อ กษัตริย์วชิราลงกรณ์นั้น 1 คนมีเมีย 11 คนผมยืนยันว่า 15 นะตามที่ตามรูปอาจารย์ สมศักดิ์นะส่วนจริงๆอาจจะมากกว่านี้ครับ เดี๋ยวเราว่ากันมีความจำเป็นไหมที่เราจะ ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเมียของกษัตริย์มาก เท่านี้ นี่ท่านบอกว่ายังไม่นับรวมบริวารที่คอย รับใช้คนเหล่านี้อีกนะงบประมาณอีกเท่า ไหร่ ถ้าอย่างงั้นทำไมจึงยอมทำไมจึงมีกฎหมาย ปราบปรามคนที่ขึ้นพูดมาพูดขึ้นมาเรื่อง นี้คนที่พูดเรื่องนี้จะถูกปราบปามเจอ 112
อย่างนี้มันชอบธรรมแล้วหรือพวกคนที่อิน กับยัลิ เช่นนายอัสดางดอกนายอัสดางดร.นิวดร.ลูก บิดดร.ชัยยันตชยาพรจะว่าอย่างไรถูก มะพร้าวห้าวยัดปากหรืออย่างไรแหมคำถามนี้ สะใจดีนะไอ้พวกนี้ที่เชียร์ๆเนี่ยมันเป็น สิ่งที่ผิดกฎหมาย ปรากฏว่าใครพูดความจริงกลายเป็นคนผิดเอง เรื่องของเมียของรัชกาลที่ 11 นะครับดัง นั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราต้องติด ตามเพราะ เมื่อมีการยืนยันถึง 11 คนนะครับจากภาพ ถ่ายนี้ นี่ครับจากภาพถ่ายนี้ผมเลยขยายให้ท่านดู ชัดๆ นับเฉพาะที่อาจารย์สมศักดิ์โพสต์มานี่ก็ 15 แล้วครับไม่ใช่ 11 นะ 15 นี่ยังไม่ นับราชินีสุธิดากับเจ้าคุณพระนะ 15 แล้ว
ครับ ใน 15 นี้ถามว่ามีมากกว่านี้อีกมั้ยตาม แหล่งข่าวเขาว่ามีลำดับเข้ามาเรื่อยๆแต่ ว่ายังไม่ขึ้นแท่นยังไม่เป็นข่าวเช่นใน ระดับในร้อยรตีรโทเราไม่รู้ และมีอยู่คนหนึ่งที่ผมตีกรอบสีเขียวเป็น ข่าวที่แปลกที่อาจารย์สมศักดิ์บอกว่า มาเป็นเจ้าจอมตอนอายุ 55 คือเจ้าจอมนิรมนสัมผัส เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นตัวอย่าง ที่ดีว่า การนับจำนวนเจ้าจอมนั้นนับยากมาก 15 เนี่ยเชื่อได้ว่ามี แต่จะเกิน 20 ไหมบางคนมาเป็นเจ้าจอมตอน ายุ 55 อย่างกรณีคุณนฤมนสัมผัส คุณนรุมนสัมผัสนี้ เดิมเขาเรียกครูนุชภาพที่ตีกรอบข้างล่าง สีเขียวนั้นน่ะตอนเธอสาวๆสวยนะครับ
เมื่อย้อนหลังกลับไปสัก 30 ปี ตอนนั้นผมก็อยู่ในประเทศไทยแล้วก็ผมก็ เป็นส.ส.เราก็เคยเห็นภาพครูนุ้ยคนนี้เป็น นายพันเป็นนายพันเอกครับ แต่ว่ามีรูปร่างสะโอดสะอสวยงามตอนนั้น ในหลวงรัชกาลที่ 10 ยังเป็นมกุฎราชกุมาร อยู่เขาก็มีข่าวลือว่าคุณนฤมนสัมผัสคนนี้ น่าจะเป็นพระสนมแล้วน่าจะเป็นคู่ เป็นเมียน้อยท่านแล้วล่ะว่าอย่างนั้นนะ ครับแต่ก็ไม่มีใครรู้จริงทั้งนั้นเรื่อง ในวังจนกระทั่งผ่านมา 20 กว่าปี เรามาเจอคุณนิรมนต์สัมผัสอายุ 55 แล้ว กลายเป็นเจ้าจอมครับมีหลักฐานมั้ยมีเพราะ มีตำหนักอยู่ครับ ผมเลยตีกรอบสีเขียวให้ท่านดูอาจารย์ สมศักดิ์ได้ขยายความเรื่องนี้ว่าเป็น
เพราะ ตอนสาวๆนั้นเธอได้อยู่กับมกุฎราชกุมาร แล้วดูตดูตอนความสำคัญนี้นะครับเจ้าจอมพล โทหญิง คุณหญิงนฤมนสัมผัสตอนแรกดูไม่น่าเชื่อว่า คนนี้จะเป็นเจ้าจอม วชิราลงกรณ์ด้วยอายุก็ 55 ปีเข้าไปแล้ว ต้องถือว่ามากนะครับไม่คือถ้าไปเจอใหม่ ใหม่นี่ท่านไม่เอาอยู่แล้วว่าเพราะว่า ท่านมี 20 30 อยู่แล้วจะไปเอา 55 มาได้ ยังไงอาจารย์สมศักดิ์ก็บอกแต่สมัยก่อน เป็นพยาบาล นะครับคุณนรุ่นมนสัมผัสเนี่ยเป็นชาบาล พยาบาลเลี้ยงดูองค์ทีติดตามคุณศรีรัตน์ ด้วยหน้าตาตอนสาวๆก็ใช้ได้อยู่ก็เลยได้ ข้อสรุปว่าคงไม่ผิดเพียงแต่ว่า วชิราลงกรณ์ไม่ยุ่งด้วยแล้วคงยุ่งตอนสาวๆ แต่ตอบแทนแต่งตั้งตำแหน่งให้เสียสูงเชียว
แล้วมีภาพนะครับมีภาพพยาบาลแล้วตอนเลี้ยน ทีังกรตอนเล็กๆ และนี่คือภาพจริงของคุณนฤมนสัมผัสเธอเป็น ครูโยคะตอนเธอสาวๆเซฟเชฟสลเดอร์อยู่หน้า ตาสวยครับ >> แต่เธอจะมีสามีหรือเปล่านี่อันนี้เราก็ ไม่รู้แต่ตอนนั้นมีข่าวลือว่าคุณนฤมน สัมผัสนี้ในเป็นนายพันธุนี่นะครับเธอน่า จะมีความสัมพันธ์กับมกฎราชกุมาร ในเวลานั้นเราก็ไม่รู้จริงไม่จริงดังนั้น ดูข่าววังเนี่ยต้องอดทนแล้วต้องติดตาม เป็นระยะเวลาถ้าอยากจะรู้จริงวันนี้ผ่าน ไป 20 กว่าปีใช่ครับเพราะว่าคุณนฤมน สัมผัสนี้เธอคือครูนุชและศรโยโลฆะที่ เรียกว่าไจโรทonนิค ดูแลสุขภาพ
ตอนนั้นเธอเป็นสาวๆยศนายพันธุ์ครับ นะฮะ แล้วเธอก็มีอาชีพเสริมมีอาชีพเสริมคือสอน โยคะ มาถึงวันนี้เหตุการณ์ผ่านไป 20 กว่าปีถึง 30 ปีพลโทหญิงคุณหญิงนรุมน กลายเป็นเจ้าจอมแล้วจริงครับ โดยดูจากนี้ครับเธอ เรียกว่าเจ้าจอม นุชนะครับอยู่ตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน กรุงเทพฯ อันนี้เ้าขึ้นตำแหน่งไว้ 2 คนนะครับมี ราชฤทธิ์รุ่งโรจนกรุงเทพฯกับที่นครปฐมอีก คนหนึ่งเป็นเจ้าจอมเหมือนกันพลโทหญิงคุณ หญิงสุภัฒ สุภัฒศักดิ์ คุณกเก้าเก๋อยู่ราชฤทธิ์ตำหนักราชฤทธ์ รุ่งโรจนนครปฐมเมื่อมีตำหนักอยู่อย่างนี้ เป็นเรื่องเป็นราวก็แสดงว่าใช่แน่นะครับ แล้วก็มีการดำรงตำแหน่งเจ้าจอมเป็นข่าว
ทั้งหมด ตามเหตุการณ์ก็น่าจะใช่ว่าเธอน่าจะมีความ สัมพันธ์กันตั้งแต่เธอสาวๆตอนเป็นนายทหาร ดังนั้นเราจะเห็นนะครับ คนตั้งคำถามว่าเอ๊ะแล้วไปเป็นกันทำไมก็ เป็นแล้วมันได้ดียิ่งเป็นทหารเป็นข้า ราชการถ้าถูกใจปั๊บได้ไปเป็น ภรรยาเป็นพระสนมเมื่อไหร่ยศมันจะขึ้นพรวด พรวดๆธรรมดา นายนายทหารที่จะเป็นนายพลเนี่ยผู้หญิงนี่ เป็นยากมากนะครับถ้าโดยรัฐราชการโดย ตำแหน่งปกติเป็นยากมากแต่ว่าถ้าปฏิบัติ การในวังนี่รู้สึกว่าจะเป็นวัยใครก็เอา ทั้งนั้นและนี่คือข่าวสารและบทวิเคราะห์ ที่ขาดหายไปในประเทศไทยครับช่วยกดไลก์นะ ครับขอบพระคุณ Yeah.
