#มี่อัพ© จักรีปิตาธิปไตยจงเจริญ? “ปวิน” ฟาดแรง#เจ้าคุณพระ “สินีนาถ” กุลสตรีกี่โมง? นาถ-หลุดนับพันใบ!

สวัสดีค่ะสวัสดีชาวี่อัพทั้งหลายสวัสดี ทุกคนเลยนะคะที่เข้ามาติดตามรับฟังข่าว สารของี่อัพเสมอๆสำหรับวันนี้เช่นเคยค่ะ มาตามเรื่องกันต่อต่อจากความเดิมที่มได้ ขยายความถึงการแสดงความคิดเห็นของทาง อาจารย์ปวินนะคะเกี่ยวกับเรื่องของการ สลายมโนไม่มีแล้วนะจ๊ะในเรื่องของงานดำ เ่าความคืบหน้าขององค์ภาหรือว่าหมอกทุม เกดโดยอาจารย์ปวินก็ได้พูดถึงเรื่องของ สถาบันพระมหาษัตริย์แล้วก็เดอะแบกทั้ง หลายที่อยู่ในราชวงศ์จักรีด้วยหลังจากที่ อาจารย์ปวินได้แสดงความคิดเห็นไปนะคะก็ อาจจะพักผ่อนแล้วตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็มี อีกยคนึงก็ออกมาแสดงความคิดเห็นที่ตรง

ประเด็นเลยก็คือพระบรมราชโองการในการพระ ราชทานชื่อใหม่ให้กับทางเจ้าคุณพระ สินีนาถพิราชกัลยาณีโดยเปลี่ยนจากนหนู สระอาตปตักเป็นนหนูสระอาแล้วก็ถอถุงเพื่อ เพิ่มความมีเกียรติให้กับเจ้าคุณพระ อาจารย์ปวินได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ นะคะค่อนข้างที่จะแรงนิดนึงดังนั้นเพื่อน ๆที่เป็นแฟนคลับของเจ้าคุณพระนะตั้งใจดีๆ แล้วก็อย่าลืมช่วยกันแสดงความคิดเห็นใน ประเด็นนี้นะคะว่าคุณคิดเห็นอย่างไรกับคำ ถามที่อาจารย์บวินได้ตั้งเอาไว้แล้วก็ อย่าลืมช่วยกันกดไลก์กดแชร์เพื่อเป็น กำลังใจให้กับนี่ในการนำเสนอข่าวนี้ด้วย จ้าถ้าอ่านจากข้อมูลนะคะจะเห็นว่าอาจารย์

ปวินก็ประชาสัมพันธ์อยู่ว่าปัจจุบันนี้ก็ กำลังจะออกงานเขียนของตัวเองในเชิง วิชาการเกี่ยวกับเรื่องของลัทธิชายเป็น ใหญ่จงเจริญนะคะนี้แปลให้แล้วบอกว่าจุด ยืนของ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยต่อความเท่าเทียม และความยุติธรรมทางเพศทีนี้มาถึงบทความ ของอาจารย์นะคะอาจารย์บอกว่าเมื่อวานนี้ มีข่าวของการเปลี่ยนชื่อเจ้าคุณพระ สินีนาถได้กลายมาเป็นสินีนาถแล้วก็มีคำ แปลที่สวยหรูว่านางผู้เป็นที่พึ่งอันงด งามเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติแห่งกุลสตรี อันนี้มาได้จังหวะพอดีเลยบทความที่ฉัน กำลังจะเขียนในเรื่องนี้กำลังจะออกแล้ว มองถึงเรื่องทัศนคติและจุดยืนของกษัตริย์ วชิราลงกรณ์ต่อความเท่าเทียมและความ

ยุติธรรมทางเพศในบทความนี้ดิฉันกำลังจะ พูดถึงคอนเซปของคำว่ากุลสตรีด้วยที่ได้ รับการโปรโมทโดยรัฐบาลจอมพลปซึ่งมีชื่อ อย่างเป็นทางการก็คือ Flowers of The Nation ให้ความหมายของกุลสตรีว่าต้อง ต้องมีความนุ่มนวลจิตใจดีมีความเป็นหญิง และจะต้องซัพพอร์ตผู้ชายหรือว่าผัวดัง นั้นจริงๆแล้วไอ้คำว่ากุลสตรีหรือว่าคำ ที่ทำให้ความเป็นชายนั้นแข็งแกร่งขึ้นไม่ ได้ให้อะไรกับสตรีเลยนอกจากอัตลักษณ์ที่ จะต้องพึ่งพิงผู้ชายเอาดีๆนะก้อยเนี่ยมี ความเป็นกุลสตรีอะไรบ้างการที่เขาเป็น เมียน้อยขึ้นมาอย่างออกหน้าออกตาอย่าง เป็นทางการหรือว่าการถ่ายรูปจุดๆๆๆๆเป็น

พันๆรูปส่งให้กับสามีถามว่ามีความเป็น กุลสตรีหรือเปล่าคุณๆลองไปคิดดูนะบางคน อาจจะบอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเค้า อ้าวแล้วถ้าอย่างงั้นเราจะนับว่าใครนั้น มีความเป็นกุลสตรีก็ต้องนับแค่ที่เราเห็น เจากหน้า่าตาในสังคมเท่านั้นหรอตกลงว่า ความเป็นกุลสตรีนั้นมันไม่ได้ครอบคลุมไป ตลอดถึงความเป็นหญิงที่ดีงามมีคุณสมบัติ เพียบพร้อมภายหลังฉากหรือว่าครอบคลุมไป ถึงความเป็นส่วนตัวด้วยหรือเปล่าอันนี้ก็ คือคำถามที่อาจารย์ปวินได้ทิ้งเอาไว้นะคะ ทีนี้มาขยายความกันนิดนึงสำหรับใครที่ติด ตามข่าวการเมืองหรือว่าเรื่องราวของเจ้า คุณพระมาตั้ง 4 ปีประมาณนี้ก็คงจะได้ทราบ

อ่ะเนาะว่าในช่วงจังหวะปีพ.ศ 2563 ก็มรุม มะตุ้มเป็นพิศไทยการเมืองที่เป็นมรสน ชีวิตของทางเจ้าคุณพระเนาะแล้วไอ้เรื่อง ที่บอกว่าเป็นรูปส่วนตัวพันใบเนี่ยคือ จริงๆแล้วมันมีประมาณ 1,500 กว่าใบแล้ว มันก็หลุดออกมาในช่วงที่เจ้าคุณพระนั้นมี ข่าวว่าอยู่ในเรือนจำก็จะต้องทิ้งทุก อย่างเอาไว้ข้างนอกแต่จริงๆแล้วเราก็มอง ว่าคงไม่ได้เป็นเรือนจำปกติหรอกบางคนเค้า ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยว่าน่าจะเป็น เพียงแค่หน้าฉาว่ารับโทษในเรือนจำแต่จริง ๆแล้วก็คือยังอยู่ในบ้านสุขสบายแค่นั้น เองอยู่เพียงแค่ในชื่อแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นะฮะในจังหวัดนั้นเนี่ยมันมีข่าวแล้วก็มี

ภาพหลุดออกมาโดยมีการอ้างอิงว่าภาพพวก เนี้ยมาจากมือถือของคุณก้อยเจ้าคุณพระโดย ตรงเลยโดยตอนที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ก็อาจจะต้องฝากไว้กับใครอาจจะโดนยึดแล้ว ก็มีผู้มีอำนาจในตอนนั้นที่มีการบงการให้ ดูดภาพทั้งหมดของเจ้าคุณพระออกมาเก็บไว้ ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้วก็ขยายผลด้วย การหวังผลอำนาจทางด้านการเมืองในรั้วนวัง โดยการส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พวกเนี้ย กระจายไปให้กับ 3 เซเลบนั่นก็คืออาจารย์ ปวินอาจารย์สมศักดิ์แล้วก็คุณแอนดรูครู เพื่อที่จะหวังยืมมือในการให้ชายทั้ง 3 คนนี้นะคะได้ขยายผลโดยการเอาภาพเนี้ยไป โพสต์แต่ก็ไม่ได้เป็นไปเช่นนั้นเพราะว่า

ทั้ง 3 คนนะคะก็มีคุณธรรมมากพอไม่ได้เปิด เผยออกมาแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีคนพูดใน ทำนองที่ว่าโกหกไม่จริงหรอกไม่มีหรอกภาพ อะไรแบบนั้นนะคะจนกระทั่งสุดท้ายแล้วก็มี การยืนยันด้วยการโพสต์ภาพเฉพาะบางภาพเท่า นั้นนะต้องบอกว่าเป็นภาปกติเนี่ยแหละไม่ ได้ไม่ได้มีความอนาจารย์แต่อย่างใดก็คือ เป็นภาอาจจะเซลฟี่ส่วนตัวแต่ว่ามันก็อาจ จะดูประหลาดนิดนึงเพราะว่าในฐานะที่ตอน นั้นี่ก็เคยพูดถึงคลิปนี้ด้วยเช่นกันหลาย ๆคนตามทันกันมยเอ่ยมีมีใครที่ที่งงกับ ข่าวนี้บ้างมั้ยคะสามารถมาร่วมกันแสดง ความคิดเห็นได้นะเพราะมีก็อยากทราบเหมือน กันว่ามีใครหลายๆคนที่ตกข่าวนี้ไปหรือ

เปล่าคือตอนนั้นอาจารย์ปวินก็ออกมาโพสต์ อ่ะนะแต่ว่าก็เป็นภาพเซลฟี่ที่ก็ต้องยอม รับอ่ะนะว่ามันดูประหลาดประหลาดตรงที่ว่า คือเรามองว่าคนปกติก็ไม่น่าไม่น่าจะถ่าย ลักษณะแบบนี้อ่ะนะหรือว่ารสนิยมบางอย่าง อะไรแบบเนี้ยคือมันมันก็จะดูประหลาดอัน นี้ต้องยอมรับเลยนะว่าไม่ได้ไม่ได้ว่า เลือกคั่งหรืออะไรแต่ว่าประหลาดจริงๆคือ คนปกติไม่น่าจะถ่ายลักษณะแบบนี้แต่ว่าอัน นี้เราไม่ได้ไปว่าเค้าอ่ะนะเพียงแต่เรา กำลังจะบรรยายทุกคนให้เห็นว่ามันมันมันมี มาตรฐานอย่างไรที่จะบอกว่าเป็นเป็นเรื่อง ปกติคือคนเราถ้าปกติเวลาถ่ายรูปเซลฟี่มัน ก็จะออกไปแนวเ่อสวยหรูดูดีอะไรประมาณนี้

นะคะแต่ว่าอันนี้ก็อาจจะค่อนข้างเป็นเป็น อะไรที่เป็นรสนิยมของเขาสักนิดนึงตอนนั้น ก็เลยมีการวิพากษ์วิจารณ์ในตลาดหลวงอย่าง รุนแรงนะคะว่าอืคุณก้อยนั้นก็ก็น่าจะเค้า เรียกว่ามีมีความโอ้โหนี่จะพูดยังไงให้ มันให้มันดูไม่ไม่รุนแรงมากเกินไปก็คือ อาจจะบอกว่ามีความคลิกมยเออเราคงต้อง บรรยายว่าอาจจะมีความคลิกกับใครบางคนถึง ได้ไปต่อด้วยกันได้ถึงได้เอ่อมีความเด่น ดังขึ้นมาถึงได้ถูกอกถูกใจทำดีทำถึงอะไร ประมาณนี้นะตอนนั้นที่เขามีการวิพากษ์ วิจารณ์ลักษณะแบบเแหละทีนี้หลายๆคนก็จะ บอกว่าตัดต่อไม่เชื่ออะไรประมาณเนี้ยนี่ แหละคือสาเหตุที่ทำให้อาจารย์ปวินก็ได้นำ

นำภาพบางส่วนขึ้นมาแต่ว่าในส่วนที่มัน เป็นสาวน้อยร้อยกบวนท่าอะไรทำนองเยก็คือ ไม่ได้ไม่ได้เปิดเผยอันนี้ก็คือความมี คุณธรรมอ่ะนะซึ่งคุณแอนดรูก็ยืนยันลักษณะ เดียวกันเลยว่าได้รับจริง 1,500 ใบอะไร อย่างเงี้ยแต่ว่าก็ก็ไม่ได้เปิดเผยออกมา ส่วนทางอาจารย์สมศักดิ์ก็มีโพสต์นะแต่ว่า มีการเหมือนมีการอ่าถมดำให้เพื่อยืนยัน ว่าเออจริงนะไม่ไม่ได้โกหกอย่าบอกว่าไอ้ พวก 3 กลีบนี้มันปั้นเรื่องเต้าข่าวคือ ไม่จริงคือมีจริงสิ่งที่ต้องการจะบอกก็ คือแสดงว่ามันมีคนที่อยู่เบื้องหลังไงอื คืออยากให้ทุกคนเนี่ยโฟกัสให้ถูกจุดว่า ทั้ง 3 คนเนี้ยเขาคกำลังจะบอกว่าอะไรเค้า

ไม่ได้จงใจที่จะเปิดเผยถึงภาพของคุณก้อย นะแต่เคกำลังจะบอกว่ามันมีมือที่อยู่ข้าง หลังซึ่งใครได้ผลประโยชน์จากการปล่อยภาพ พวกนี้โอตอนนั้นมีการระบุเลยแต่ว่าณตอน นี้มิก็จะปูเรื่องและให้ทุกคนไปนึกแล้วก็ ไปตัดสินกันเอาเองก็แล้วกันเพราะเราก็จะ ไม่ไปตัดสินแทนเนาะในวงการเนี้ยไม่เชื่อ ว่ามีอยู่ไม่กี่คนหรอกที่จะได้ผลประโยชน์ จากการทำลักษณะแบบนี้ดังนั้นก็ขอให้ทุกคน ใช้วิจารณญาณส่วนตัวนะอันนี้แค่ปูเรื่อง ให้ฟังว่าตอนนั้นเนี่ยทุกคนก็พยายามที่จะ เพ่งเล็งไปว่าอ้าวแล้วใครล่ะที่เป็นคน สั่งการให้มีการเอาภาพพวกเนี้ยแล้วส่งทาง ไปรษณีย์ไปให้กับลบ 3 คน

อยากจะให้มีการเปิดเผยเพื่อที่จะเป็นการ อ่าครดิตหรือว่าล้มล้มความเป็นเจ้าคุณพระ เนาะว่าไม่เหมาะสมเ่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ บลาๆๆาๆแต่ใดๆก็คือนี่คือสิ่งที่อาจารย์ ปวินกำลังจะพูดแล้วี่ก็จะขยายความว่า สาเหตุที่อาจารย์ประวินพูดแบบเนี้ยคำว่า กุลสตรีที่อยู่ลับหลังหลายๆคนอาจจะมองนะ คะซึ่งตอนแรกเนี่ยที่ี่พูดไปที่อสกหเนี่ย เราก็ได้พูดไปแล้วว่ามันอาจจะก้ำกึ่งมัน อาจจะมีเส้นบางๆอยู่สักเล็กน้อยอยากให้ เพื่อนๆร่วมด้วยช่วยกันแสดงความคิดเห็นใน สุภาษิตไทยเนาะขอไม่ไประบุประโยคเต็มก็ แล้วกันแต่ว่าไม่เชื่อว่าทุกคนคงจะนึกออก ที่มีเป็นคำไทยแต่โบราณมามีการสอนหญิงนะ

คะว่าถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์หนึ่งสถานที่ แห่งนึงคุณก็ต้องทำตัวอีกอย่างนึงแต่ถ้า คุณอยู่ในที่อีกอย่างนึงอยู่ในสถานการณ์ อีกอย่างนึงคุณก็ต้องปฏิบัติตัวอีกอย่าง นึงอันนี้เป็นเหมือนกับสุภาษิตศรหญิงอ่ะ นะเพราะฉะนั้นไอ้คำถามที่อาจารย์ประวิน ถามเนี่ยเราก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าสรุป แล้วคำว่ากุลสตรีเนี่ยมันมันครอบคลุมแค่ ไหนมันมันจะให้นิยามว่าอย่างไรแล้วอย่าง ในกรณีที่อาจารย์ปวินถามคำถามเนี้ยไม่ เชื่อเลยว่าหลายๆคนก็อาจจะโมโหแทนเจ้าคุณ พระว่าเฮ้ยนี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวหรือ เปล่ามันเป็นรูปที่อ่ากับสามีตัวเองอะไร อย่างเงี้ยมันก็น่าจะทำได้อะไรอย่าเงี้ย

แต่ว่าไม่เชื่อว่าในสิ่งที่อาจารย์ประวิน เค้าทราบหรือว่ามีข้อมูลหรือเห็นอย่างที่ มี่บอกนะคะว่ารูปเนี่ย 1,500 กว่าใบแต่ ไม่ได้รับการเปิดเผยเพราะว่าผู้ชายทั้ง 3 คนเนี่ยเขาคก็มีคุณธรรมมากพอที่จะไม่ ปล่อยออกมาแต่อย่าลืมนะคะว่าไอ้ 1,500 ใบ เนี่ยมันต้องมีอะไรที่เหนือความคาดหมาย เนี่ยเหมือนที่ไม่ได้พูดไว้ว่าสิ่งที่ อาจารย์ประวินต้องการจะบอกเนี่ยก็คือ อาจารย์ประวินเค้ารู้อะไรมากกว่าที่เรา รู้ไงเอาง่ายๆว่าในโลกเนี้ยอาจจะมีคนอยู่ กลุ่มนึงไม่ยอมรับเลยว่ามันต้องมีสักเท่า ไหร่อ่ะตีซักประมาณ 20 คนก็แล้วกันที่ได้ ทราบถึงข้อมูลอันเนี้ยต้องเป็นคนที่อยู่

เ่อลึกภายในคนบงการอะไรหรือว่าคนที่รับ ผิดชอบเกี่ยวกับหน่วยเนี้ยแล้วส่งไอ้ข้อ มูลเนี้ยมาให้ทั้ง 3 ท่านนี้ถูกมั้ยคะเ ต้องดูมาแล้วว่าอืงั้นจัดการเลยปล่อยเลย ส่งไปษณีย์ไปให้เลยสคนนี้เพื่อที่จะได้ กระจายแล้วคุณพระก็อาจจะหายไปเจ้าคุณพระ ก็จะอาจจะต้องเค้าเรียกว่าอับอายอ่ะนะหาย ไปจากสังคมอาจจะโดนปลดหรืออะไรก็แล้วแต่ นะคะแต่ว่าปัจจุบันเนี้ยเจ้าคุณพระก็ก็ ยังคงรดลดแล่นอยู่ถึงแม้ว่าตอนเนี้ยอาจจะ เริ่มที่จะจางหายไปกับข่าวคราวของคนใหม่ เข้ามาหลายๆคนคงจะได้เห็นนะคะรูปที่เรานำ มาแสดงนั้นมันเพื่อที่จะบ่งบอกว่าในบท ความที่อาจารย์ปวินได้เขียนอยู่ก็คือ

เกี่ยวกับเรื่องของลัทธิของความเป็นเป็น ใหญ่ของผู้ชายอ่ะเนาะในในประเทศไทยก็ต้อง เรียกว่าปิตาเ่อปิตาธิปไตยหรือเปล่าเพราะ ว่าศิษย์ขาดอยู่ที่ผู้ชายโดยเฉพาะทางพระ มหากษัตริย์ไทยนี่คือยิ่งแล้วไปกันใหญ่ เลยก็คือทุกวันนี้เป็นลำดับที่ 5 ที่ 6 ใช่มั้ยคะที่กำลังเถียงกันอยู่ก็เห็นได้ อย่างชัดเจนถึงลัทธิชายเป็นเป็นใหญ่ เดี๋ยวเราไปดูบทความเกี่ยวกับระบบทาง สังคมที่ชายเป็นใหญ่สำหรับระบอบของการปก ครองฉันบิดาปกครองบุตรหรือระบบพ่อปกครอง ลูกนั่นก็คือในระบอบประชาธิปไตยของเรา ระบอบอันมีหลายๆคนก็คงจะทราบนะคะว่าใน อดีตก็มีการพูดว่ารัชกาลที่ 9 นั้นเหมือน

กับพ่อปกครองพสกนิกรเหมือนดั่งลูกนะคะก็ เลยเรียกกันว่าพ่อหลวงของไทยทีนี้เขบอก บอกว่าปิตาธิปไตยเป็นระบบสังคมแบบหนึ่ง ที่ซึ่งเพศชายเป็นผู้คุมอำนาจหลักและครอบ งำบทบาทในด้านของผู้นำการเมืองอำนาจหน้า ที่ทางศีลธรรมเอกสิทธิ์ทางสังคมและการควบ คุมทรัพย์สินสังคมปิตาธิปไตยบางแห่งยัง เป็นสังคมแบบสืบทอดทางพ่อด้วยหมายความว่า ทรัพย์สินและยศฐาบรรดาศักดิ์นั้นสามารถ สืบทอดโดยสายสกุลเพศชายปิตาธิปไตยนั้นมี คามเกี่ยวข้องกับชุดความคิดหนอุดมการณ์ ปิตาธิปไตยนั้นใช้เพื่ออธิบายและให้เหตุ ผลกับสภาพครอบงำของเพศชายและถือว่าเป็นผล มาจากความแตกต่างตามธรรมชาติระหว่างชาย

และหญิงนักสังคมวิทยามักจะมองว่า ปิตาธิปไตยเป็นผลผลิตทางสังคมและไม่ได้ เป็นผลมาจากความแตกต่างระหว่างเพศทั้งสใน ตัวเองและมุ่งให้ความสนใจกับทางที่บทบาท ทางเพศในสังคมหนึ่งนั้นส่งผลต่อความแตก ต่างเชิงอำนาจระหว่างชายกับ หญิงในประวัติศาสตร์ปิตาธิปไตยปรากฏอยู่ ในองค์กรทางสังคมกฎหมายการเมืองศาสนาและ เศรษฐกิจแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมในสังคม ร่วมสมัยถึงแม้ว่าจะไม่มีการระบุว่าเป็น ปิตาธิปไตยอย่างเปิดเผยแต่ในทางปฏิบัติพบ ว่าเป็นปาธิปไนั้นยังคงมีอยู่นัก สังคมวิทยามักปฏิเสธคำอธิบายในเชิง ชีววิทยาเกี่ยวกับปิตาธิปไตยซึ่งถูกนำมา

ใช้อธิบายกำเนิดของปิตาธิปไตยอย่างแพร่ หลายและยึดมั่นว่าเป็นกระบวนการทางสังคม ที่นำไปสู่บทบาทตามเพศที่ทำให้เกิด ปิตาธิปไตยขึ้นทฤษฎีทางสังคมวิทยามาตรฐาน เชื่อว่าปิตาธิปไตยนั้นเป็นผลมาจากการก่อ ร่างทางสังคมและเป็นการส่งต่อจากรุ่นสู่ รุ่นถือได้ว่าเป็นระบบที่เอื้อให้กับเพศ ชายไม่ว่าจะอยู่ในฐานะของพ่อสามีลูกชาย หรือว่าผู้นำในชุมชนในสถาบันนั้นๆสามารถ ที่จะมีอำนาจและสิทธิเหนือกว่าเพศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านศาสนาเศรษฐกิจสังคม การเมืองวัฒนธรรมการตัดสินใจต่างๆในชีวิต ประจำวันรวมถึงการให้คุณค่าการยกย่องเชิด ชูความเป็นชายของบุคคลนั้นในสังคมนั้นๆ

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยทารกเพศชายก็ ยังคงเป็นที่นิยมกว่าทารกเพศหญิงในหลาย สังคมและวัฒนธรรมเช่นประเทศอินเดียถ้า ทารกเป็นเพศหญิงหลายครอบครัวเลือกที่จะ ไม่เอาไว้อย่างเช่นในวัฒนธรรมของประเทศ จีนการเกิดมาของเพศชายก็จะได้รับการต้อน รับอย่างอบอุ่นและเชื่อว่าจะช่วยสืบสกุล ในบางสังคมก็จะมีการละทิ้งหรือว่าเลือก ที่จะไม่เก็บเพศหญิงเอาไว้ผู้ชายจำนวนมาก ได้อภิสิทธิ์ในความเป็นผู้ชายและสามารถ ใช้อำนาจนั้นในการกดขี่ผู้อื่นจึงต้อง รักษาระบบนี้ไว้สรุปอย่างสั้นๆในตอนนี้ ได้ว่าระบบชายเป็นใหญ่นั้นอยู่ในโครง สร้างทางสังคมไทยของเราเป็นระบบที่เอื้อ

ให้กับเพศชายนั้นมีอำนาจและสามารถใช้ อำนาจนั้นเหนือคนกลุ่มอื่นๆรวมไปถึงตัว เพศชายเองที่ได้รับผลกระทบจากวิธีคิดแบบ ชายเป็นใหญ่ดังนั้นคำว่าชายเป็นใหญ่ไม่ ได้หมายถึงผู้ชายในฐานะบุคคลแต่หมายถึง วิธีคิดหรือแนวคิดที่ให้อำนาจกับผู้ชาย มากกว่าคนกลุ่มอื่นๆนั่นเองอันนี้ก็คือบท ความนะคะที่เรานำมาขยายผลให้หลายๆคนได้ เข้าใจถึงคำว่าปิตาธิปไตยแล้วปัจจุบันนี้ ที่เราเปลี่ยนผ่านมาจนกระทั่งถึงคนที่ 6 ลเปล่าที่กำลังถกเถียงกันอยู่ในสังคมใน อดีตนะคะเบอร์ 1 ก็คือองค์โสม 2 คือคุณ ยุวธิดา 3 คือคุณศรีรัตน์แล้วก็จะมีภาพ ที่คุณศรีรัตน์จะต้องเ่อเข้าไปอยู่ในเพศ

บรรพชิตหรรือเปล่าโดยที่ตัวเองนั้นไม่ได้ เต็มใจด้วยซ้ำแล้วก็ไปอยู่ในบ้านแห่งความ พอเพียงแล้วก็เบอร์ 4 นั้นก็คือทางพระ ราชินีสุธิดาเบอร์ 5 ก็คือเจ้าคุณพระระ ศินีนาถเบอร์ 6 ก็เป็นคนใหม่ว่าที่คนใหม่ ที่จะก้าวขึ้นมาหรือเปล่าก็คือท่านผู้ หญิงอรนงค์นั่นเองดังนั้นทั้งหมดทั้งมวล นะคะที่เราพูดมาก็คือประกอบกับการออกมา ฟันธงของทางอาจารย์ปวินเนาะว่าคำว่า กุลสตรีนั้นใครจะเป็นคนกำหนดผู้ชายเป็นคน กำหนดแต่ว่าไอ้ภาพลักษณ์หรือว่าภาพพจน์ ที่มันติดอยู่ในสังคมเนี่ยมันใช่หรือ เปล่าคือเหมือนกับอาจารย์ปวินกำลังจะบอก ว่าสังคมไทยซึ่งลัทธิปิตาธิปไตยที่มัน

ครอบงำอยู่อ่ะคือสิทธิ์ขาดนั้นอยู่ที่ผู้ ชายเหมือนที่เราทราบนะคะในอดีตไม่ว่าจะ เป็นองค์สมหรือว่าทางยุวธิดาล้วนแล้วแต่ มีใบปลิวมีจดหมายออกมาที่จะพูดถึงความไม่ ดีของผู้หญิงดังนั้นใครเป็นคนตัดสินคือ จริงๆแล้วผู้หญิงเนี่ยเอ่อมีคุณค่าในตัว เองหรือว่าใครเป็นคนกำหนดอย่างในเคสของ คุณก้อยนี่ก็ใช่คือภาพที่มันออกมาเนี่ย เราก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นผลหรือว่าเป็น พิษของของของการเมืองในรั้วในวังนะอันนี้ พูดเรื่องจริงคือมันเป็นผลจากการห่ำหั่น การเลื่อยขาเก้าอี้ซึ่งกันและกันการ ดครดิตเพื่อเพื่อให้ตัวเองนั้นมีมีบทบาท ในในในรั้วในวังมากกว่าดังนั้นอันนี้มคิด

ว่ามันก็เป็นเส้นบางๆอ่ะนะที่ค่อนข้างที่ จะตัดสินได้ลำบากนิดนึงว่าคุณก้อยนั้นมี ความเป็นกุลสตรีหรรือเปล่านะอันนี้เราเรา คงไม่สามารถที่จะไปฟันธงได้แต่ว่านี่แค่ เล่าพื้นฐานหาทุกอย่างทุกแง่มุมมาให้ทุก คนได้ได้รับทราบอ่ะนะแล้วก็ทุกคนก็ตัดสิน กันเอาเองก็แล้วกันว่าในความเป็นกุลสตรี ใครเป็นคนกำหนดกันแน่ซึ่งในสังคมปัจจุบัน เนี้ยทุกคนผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะได้รับ ทราบข่าวของคุณก้อยเเยอะมากจนกระทั่งมี การปลดว่าคุณก้อยนั้นเป็นผู้ที่มีมลทิน มัวหมองหลายๆคนจำได้เลยนะว่าข้อหานี้ร้าย แรงมากแต่พอมาให้หลังประมาณ 3 ปีคุณก็มา ประกาศอีกอย่างนึงเพื่อที่จะต้องการเชิด

ชูความเป็นผู้หญิงของเจ้าคุณพระสีนีนาถ ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่อาจจะเป็นเหตุผล ที่ว่าเป็นการปนบำเหน็จเพราะว่าไหนๆก็ไม่ ได้อยู่ด้วยกันแล้วไหนๆก็ไปอยู่ไกลโอเค เพื่อไม่ให้น้อยหน้าซึ่งกันและกันงั้นก็ เอาตำแหน่งนี้ไปก็แล้วกันจะได้ไไม่มา กระเง้ากระงอดหรือว่ามีปัญหาเพื่อเป็นการ ให้ความสำคัญกันแบบเท่าเทียมแล้วก็ยกคำ ว่านาศให้โดยที่ว่าคำนี้ถือว่าก็ค่อนข้าง ที่จะศักดิ์สิทธิ์อ่ะนะที่ิได้พูดไปแล้ว เนาะว่าในในคำว่านาถเนี่ยมีความสำคัญกับ ทางตำแหน่งทางด้านการเมืองด้วยเดี๋ยวมี่ จะแยกพูดไปอีกคลิปนึงก็แล้วกันโดย ปัจจุบันนี้นะฮะคนที่ได้ชื่อคำว่าหน้า

ถ้อยท้ายเนี่ยก็คือทางพระพัน์ปีหลวงหรือ ว่าพระราชินีสิริกิติ์นั่นเองก็ถือว่า เป็นการให้เกียรติอย่างมากการให้เกียรติ นี้เพราะอะไรเพราะว่าเป็นการปลอบใจหรือ เปล่าอันนี้ก็น่าคิดนะดังนั้นการที่ว่า เ่อลบล้างหรือว่าภาพในอดีตไปว่าเป็นผู้ ที่มีมลทินมัวหมองแล้วก็ให้กลับมาดำรงยศ ยศถาบรรดาศักดิ์ให้เหมือนเดิมก็คือเป็น เจ้าคุณพระสินีนาถพิราชกัลยาณีณวันนี้ใน ปีพ.ศ 2567 ก็กลายมาเป็นนางผู้เป็นที่ พึ่งอันงดงามเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติ แห่งกุลตรีอันนี้งงมยเห็นมั้ยคะว่ามัน เหมือนกับว่าในสังคมทุกวันเนี้ยคือผู้ หญิงไม่ได้มีคุณค่าด้วยตัวเองนะมันกลาย

เป็นว่าเหมือนกับให้เอ่อลัทธิชายเป็นใหญ่ ก็คือปิตาธิปไตยเนี่ยแหละคือคอยชี้ว่าเออ เอ็งเนี่ยแหละเป็นคนที่มีมลทินมัวหมอง เอ็นเป็นผู้หญิงที่ใช้ไม่ได้แต่ถ้าเกิด ว่าในอีกยุคนึงอีกปีนึงอาจจะบอกโอ้โหคน นี้เป็นเหมือนดั่งผู้หญิงที่ที่เพียบ พร้อมมากที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยมีมาใน โลกนี้อะไรแบบเนี้ยนี่คือความหมายของคำ ว่ารัทิศชายเป็นใหญ่จงเจริญคือผู้หญิงไม่ มีสิทธิ์กำหนดชีวิตของตัวเองดังเช่นที่ เรานำรูปมาให้เห็นนะคะไม่ว่าจะเป็นท่าน ผู้หญิงศรีรัตน์อ่าองค์โสมซึ่งก็เป็น เชื้อพระวงศ์เป็นพระบรมวงศานุวงศ์แต่สุด ท้ายแล้วก็มีเค้าเรียกว่าชะตากรรมไม่ต่าง

กันกับผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมารวมทั้งความ ร้ายแรงของทางคุณยุวธิดาที่ต้องละเหตุออก ไปจากประเทศไทยเมื่อ 30 ปีก่อนอันนี้ก็ คือสิ่งที่นำมาประกอบกับบทความหรือว่า ความคิดเห็นของอาจารย์ประวินในครั้งนี้ ที่ได้ตั้งคำถามซึ่งตอบยากมากนะมันมีเส้น บางๆกั้นอยู่นะคะแล้วก็ไม่เชื่อว่าหลายๆ คนก็กระอักกระอ่วนในการที่จะตัดสินดัง นั้นก็ขอทิ้งเอาไว้ให้เพื่อนๆนะคะได้ พิจารณาได้ใช้วิจารณญาณส่วนตัวในการตอบคำ ถามของอาจารย์ประวินเพื่อนๆได้รับฟังข่าว สารรอบด้านแล้วอย่าลืมช่วยกันแสดงความคิด เห็นในประเด็นนี้แล้วก็อย่าลืมช่วยกันกด ไลก์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้กับมีในการ

นำเสนอข่าวด้วยจ้าขอบคุณค่ะสวัสดีค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *