ปัญหาคาใจงานศพกษัตริย์, จีน-ไทย จัดผลาญภาษีไม่แคร์ใคร

เรื่องของข่าว ที่ แน่นฝีดไปหมดที่ผมตั้งบอกว่าเจ้าตายข่าว ใหญ่แน่นฝีดจนกระทั่งไม่มีพื้นที่ให้ข่าว สำคัญสำคัญที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนคน อยากจะตะโกนผ่านหนังสือพิมพ์ว่าน้ำมันโลก เนี่ยเ้าลงจนกระทั่งถึงราคาน้ำมันดิบเท่า กับวันที่ 28 กุมภาพันธ์แล้วแล้วทำไมหน้า ปั๊มมันลงแค่ 50 สตางค์บาทเดียวเล่านี่ เราท่านตะโกนไม่ได้สื่อมวลชนก็ไม่อยาก ตะโกนครับเพราะช่วงนี้เป็นข่าวเศร้า ราชสำนักอ้าก็ข่าวสำคัญของประชาชนทำไมไม่ เอาไปลงก็พื้นที่มันเต็มอันที่ 2 บางสื่อ ก็ช่วยรัฐบาล ดังนั้นภาพที่ท่านเห็นและจะต้องแสดงความ เห็นกันวันนี้ก็คืองานพระศพที่กำลังฮอต

เหลือเกินของพระองค์ภาคุณอนุทินก็สบายตัว ไป คุณศุภจีมีหน้าที่ดูแลเรื่องข้าวของขึ้น ราคาอ้าวน้ำมันลงแล้วข้าวของก็ยังขึ้นผม เลยบอกอย่างี้มันของขึ้นนะประชาชนมันของ ขึ้นแล้ว คุณพิพัฒน์ใครก็รู้ว่าทำธุรกิจน้ำมันแต่ น้ำมันไม่ลงนะครับ ไม่ลงตามที่ตลาดโลกไอ้วันที่ ของน้ำมันขึ้นก็บอกว่าตลาดโลกขึ้นอิงราคา ที่สิงคโปร์พอลงปั๊บกูไม่อิงแล้วเว้ย ของที่มีอยู่เนื่องจากซื้อไว้ราคาเก่า อ้าวแล้วไอ้ตอนที่ขายราคาแพงนั้นน่ะมึง ซื้อไว้คุณซื้อไว้ราคาเก่าไม่ใช่เหรอ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ทำไมคุณถึงขาย แพงขึ้นมาได้เล่านี่ไงไงครับแล้ววันนี้

สื่อก็ไม่เป็นกระแสเพราะกระแสมันอยู่ที่ งานศพหมดเอาล่ะดังนั้นวันนี้ภาพที่ท่าน เห็นนี้มันเป็นตัวฟ้องเองนะครับแต่ว่ามัน มีอะไรมากกว่านั้นอ้าเรามาดูกัน ภาพข่าววันนี้ผมไม่ต้องเอามาโชว์ครับว่า หน้าหนังสือพิมพ์ตั้งแต่วันที่ 11 เป็น ต้นมานี้มีแต่ข่าวงานพระศพของพระองค์แน่ นอนครับพระศพของเอ่อสมเด็จพันพระพันปี นั้นท่านอายุมากแล้วก็ใช่แต่ว่าพระองค์พา นี้อายุท่านเพิ่งอยู่ในระดับ 40 กว่านะครับ 47 เท่านั้นเองก็เรียกว่า มันเป็นเรื่องที่ใจหายแล้วที่สำคัญก็คือ พระองค์นั้นเป็นเป้าหมายคือทุกคนคาดคาด หวังและวังก็วางตัวไว้นะครับให้มาเป็น

ทหารเพื่อจะให้เป็นรัชทายาทอันนี้ใครก็ รู้แม้จะไม่ได้ประกาศแล้วเมื่อมาสิ้น ชีวิตนี้ก็เป็นเรื่องความเศร้าโศกเสียใจ จึงได้มีการรักษาเอ่อสุขภาพของท่านนี่ เกือบ 4 ปี 3 ปีครึ่งเกือบ 4 ปีตั้งแต่ปี 65 วันที่ 14 ธันวาคม 2565 แน่นอนครับ อารมณ์อย่างเนี้ยมันก็ทำให้ทุกคนรู้ว่า ในหลวงนี่ทรงเสียพระทัยขนาดไหนเมื่อเป็น อย่างนั้นสื่อทุกสื่อก็ต้องตอบสนองอารมณ์ ความรู้สึกนี้จะไปลงข่าวทิชึ่งอื่นๆสนุก สนานมันไม่ได้รวมตลอดทั้งข่าวฮอตๆเรื่อง น้ำมันเรื่องอะไรต่างๆก็ถูกบทบังหายไปหมด และที่สำคัญที่สุด เป็นคำตอบที่เรารู้มาล่วงหน้าแม้ผมว่าพระ องค์เองก็รู้ทรงทราบ

คนในวังก็รู้ผมก็พูดกับท่านมาตั้งแต่ต้น ว่า การเอาอนุทินขึ้นมาเป็นนายกนี้คือการ รัฐประหารเงียบเพื่อเป้าหมายบางสิ่งบาง อย่างแน่นอนที่สุดที่เห็นภาพชัดก็คือการ จัดงานพระศพหลายคนบอกว่าคุณอิงเป็นนายกก็ ต้องจัดอย่างนี้ไม่ใช่ครับอันนี้ทำให้เรา ประเมินสถานการณ์อย่างนี้ผิดเพราะว่าเรา ไม่ได้ประเมินในอารมณ์ความรู้สึกของวัง อย่าลืมว่าการจัดงานศพก็ต้องใช้งบประมาณ แผ่นดินต้องใช้งบภาษีของประชาชนแต่ว่า เพื่อความสบายใจนี่เราคิดให้เลยนะอนุทิน มานี่ไม่ต้องพูดเลยครับงบประมาณเท่าไหร่ ไม่ได้บอกคุณอนุทธินก็ไม่บอก ส.ส.ในสภาฝ่ายค้านก็ไม่ตั้งไม่กล้าตั้งคำ กระทู้ถามครับว่าตกลงงบประมาณใช้สำหรับ

พระบรมศพสมเด็จพระพันปีนี่เท่าไหร่ แล้วพอมาต่อมาเอาอีกอีกพระศพนึงแล้วคน สำคัญพระองค์ภาอีกเท่าไหร่ ไม่ได้ตอบถามก็ไม่ได้แต่ทำไปเรื่อยๆ เท่าที่เรารู้ในสมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นค่าใช้จ่ายรวมๆรู้สึกจะเฉียดหมื่นนะ ครับไม่ใช่หมื่บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดเนี่ยทั้งค่าโฆษณา ค่าการจัดการมีการซื้อรถมายกป้ายกุง กรุงเทพฯตอนนั้นก็ทำกันอู้ยเขาว่าประมาณ หมื่นล้าน ทีนี้สมเด็จพระราชินีหรือสมเด็จพระพันปี หลวงนั้น ในหลวงรัชกาลที่ 10 นี้ท่านทรงรักพระแม่ ของท่านพระองค์พระพระมารดามากเพราะว่าทุก อย่างเนี่ยเราก็รู้อันนี้ใครก็รู้ทั้ง

นั้นนะครับเอาล่ะผมตัดตอนไป ดังนั้นวันนี้จึงทำให้เราเห็นว่าการเมือง มันเคลื่อนตัวจากเหตุการณ์รัฐประหารเงียบ เอาอนุทิน ขึ้นมาแต่ว่าพรรคส้มจะรู้หรือเปล่าไม่รู้ ขออนุญาตย้ำอีกทีนะครับเพื่อให้เราเห็น การเมืองในเชิงลึกไม่ใช่ใช่ว่ามารื้อฟื้น ความเจ็บปวดของพรรคส้วมที่เสียเสียรู้เ้า ไปแล้วเนี่ยนะครับดังนั้นวันนี้เรื่อง ทั้งหมดเนี้ยที่ผมบอกว่าเรามาดู ความยิ่งใหญ่ของการจัดงานภาพนี้เป็นภาพ แผนผังบางท่านอาจจะไม่ได้เห็นนะครับเป็น ภาพพระที่นั่งใน เอ่อการตั้งพระศพอันบนนั้นเป็นเอ่อเป็น พระที่นั่ง เรียกว่าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ตั้งพระศพของสมเด็จพระพันปีอีกอันหนึ่ง เป็นพระที่นั่ง เอ่อพิมารัต นะครับ ตั้งพระศพของเอ่อพระองค์ ท่านอาจจะไม่ได้เห็นข่าวเหล่านี้เพราะเรา เห็นแต่ข่าวงานโอ๊ยคนไปกราบไหว้อย่างนั้น คนนั้นร้องไห้คนนี้ร้องไห้ถือรูปพระองค์ พานี่ครับนี่คือที่ตั้งคือพระที่นั่ง พิมารัตยาครับที่เชื่อมต่อกันมีแผนผังทำ งานใหญ่โตมากนะครับ นี่ยังไม่พูดถึงพระเมรุนะ ท่านจะเห็นนะครับเส้นเส้นทางกราบพระ บรมปศพต้องทำทำเสร็จแล้วมีเปลี่ยนอีก เปลี่ยนก็ต้องมีการจัดงานใหม่เพื่อความ เรียบร้อยทุกอย่างเปี๊ยบไม่ให้ไม่ให้ผิด พลาดนี่ครับนี่คือเส้นทางที่ปรับใหม่อีก นี่ผมเอาเฉพาะมาคร่าวมาให้ท่านดูเราน่ะ

เห็นแต่ข่าวแต่ลึกเข้าไปนั้นมีค่าใช้จ่าย เท่าไหร่ และทำไมจึงมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทำไมจึงรัฐบาลไม่ตั้งงบประมาณไม่มีลิมิต ทั้งหมดนี้คือคำตอบทางการเมือง ข่าวต่างๆที่ลงนี้เราเขาไม่ได้ลงในเรื่อง เหล่านี้เลย ท่านรู้มั้ครับว่าประเพณี การ ส่งสวรรค์คาลัยของราชสำนักเนี่ยมีอะไรบาง อย่างที่เราไม่รู้และไม่กล้าพูดกันเรา บังเอิญผมได้เป็นผู้แทนราษฎรและได้เห็น การส่งสวรรคลัยตั้งแต่สมเด็จย่า แล้วก็มาถึงพระสมเด็จพระพี่นาง แล้วก็มาถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เมรุก็จะต้องไปหาไม้พิเศษไม้จันทร์หอมจาก ในป่าเป็นข้อยกเว้นครับตัดได้หมดมาสร้าง พอสร้างเสร็จรื้อทิ้งครับ

เมรุสมเด็จก็รื้อทิ้งไปมาถึงพระพี่นางก็ อีกอันหนึ่งมาถึง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็อีกชุดหนึ่งเพราะเขา มีความเชื่อเรื่องถ้าใช้เมนเดียวกันนั้น จะทำให้เกิดการสิ้นพระชนม์ในราชสำนักอีก หลายคนต่อเนื่องกันแต่ขณะนี้เขาจะเปลี่ยน ความเชื่อไหมผมไม่รู้ แต่เราดูแล้วการจัดงานที่ท้องสนามหลวงการ ก่อสร้างต่างๆนั้นยิ่งใหญ่มากใหญ่ยิ่ง กว่างานสมัยรัชกาลที่ 9 เป็นเพราะเป็น สมเด็จพระมารดาที่พระองค์ท่านทรงรักมาก และสมเด็จพระพันปีนี้คือจุดสำคัญที่ผลัก ดันให้ในหลวงรัชกาลที่ 10 นี่ขึ้นมาครอง ราชย์ได้นี่คือภาพพระเมรุที่ถูกจัดสร้าง ขึ้นผมอาจจะไม่สามารถที่จะไปเอาถ่ายภาพ ทางอากาศมานะครับนอกจากเค้าจะมีเก็บไว้

ให้เท่านั้นแหละครับนี่ครับ ภาพเหล่านี้รวมถึงพระเมรุเผาศพจะมีการ รื้อมั้ยพอเสร็จงานนี้เพราะว่าจะเริ่มงาน ของสมเด็จพระพันปีตุลาคมเนี่ยฮะเริ่มข้า ใช้จ่ายงบประมาณเท่าไหร่เรารู้ว่าเยอะแต่ ไม่รู้ว่าเท่าไหร่คุณอนุทินก็ไม่บอกแล้ว เสร็จแล้วก็พระองค์พาต่อจะทำพร้อมกันเลย ได้มั้ยอันนี้ไม่ต้องเชื่อผมติดตามดูต่อ ไปก็แล้วกันแล้วไม่ใช่เท่านี้จะตามมาอีก หนึ่งผมละไว้ฐานที่เข้าใจไม่บอกว่าใครนะ ครับเป็นบุคคลสำคัญอีกเหมือนกันที่เราบอก ว่ามี 3 พระศพต่อเนื่องกันเลยเราพูดมา ตั้งแต่ต้นคุณแอนรูแมเกเกอร์ก็บอกตั้งแต่ ต้นแต่เราหาว่าคุณแอนดรูโกหกแต่ความจริง

ใช่หมดครับ ข่าวในโลกนี้เอ่อกำแพงมีหูประตูมีช่อง ทั้งนั้น ดังนั้นภาพของการเสียค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องที่คล้ายกับระบบ กษัตริย์โบราณของจีนที่เกิดขึ้น สำนักข่าวต้าจีนเขาได้เผยแพร่ภาพขึ้นมา ตอนนี้พอดีครับ คือเป็นเรื่องของงานศพราชวงศ์จีนความตาย ที่ผลาญภาษีราษฎรทั้งแผ่นดินนี่เค้าตั้ง เองนะผมไม่ได้ตั้งนะครับ มีการเผยแพร่กันทนายออนไลน์ใครจะได้รับ ทราบหรือเปล่าไม่รู้แต่นี่คือคลิปท่าน สามารถเปิดดูได้ลองกดเข้าไปใน Google ก็ ได้หรือใน YouTube ก็ได้นะครับงานศพ ราชวงศ์จีนผลาญภาษีราษฎรเนี่ยโอ้โหพอเรา ดูแล้วเราถึงได้รู้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ยังไม่ต้องพูดถึงราชวงศ์ไทยครับ

พูดถึงราชวงศ์จีนนั้นเป็นสมบูรณ์นยา สิทธิราช ปรากฏว่าเมื่อพระมหากษัตริย์สิ้นพระชนม์ ไม่ใช่พระองค์เดียวนะองค์นั้นองค์นี้จะมี เรื่องราวเป็นพงศวดาเล่ามาตลอด เริ่มต้นเลยเนี่ยขุนนางทั้งหลาย จะต้องแสดงอาการเศร้าโศกเสียใจต้องร้อง ไห้แกล้งร้องไห้ก็ไม่ได้ไม่มีน้ำตาก็ไม่ ได้จะกลายเป็นคนที่ไม่จงรักภักดีและมี สิทธิ์ถึงตายครับ ปัจจุบันนี้อาจจะถึงตายหรือเปล่าผมไม่รู้ ดังนั้นงานศพของฮ่องเต้งานศพของบุคคล สำคัญทั้งฮ่องเต้ไทยเฮาอย่าลืมว่า กษัตริย์นี่มีหลายฐานะทั้งกษัตริย์ราชินี ที่เป็นไทยเฮาแล้วก็มีสนมขึ้นอยู่ว่าใคร มีอำนาจและที่สำคัญลูกของกษัตริย์ที่ขึ้น

มาครองราชย์นั้นก็จะต้องจัดทำงานของพ่อ แม่ให้ยิ่งใหญ่ดังนั้น คนในราชสำนัก จะต้องเอาผ้าเช็ดหน้าเนี่ยใส่พริกไทยไว้ เวลาร้องไห้ก็เอาผ้าเนี่ยเช็ดน้ำตาก็จะทำ ให้ตาแสบแล้วน้ำตาก็ไหลอาการที่จะแสดงว่า ชั้นเช่าโศกเสียใจแล้วมันไม่มีน้ำตาไหล เลยนี่มีสิทธิ์ตายนี่คือภาพที่อยู่ในคลิป ของต้าจีนนะครับแล้วก็งานนี้ยิ่งใหญ่ทำ กันไม่ใช่วัน 2 วันเป็นปีก็มี กษัตริย์องค์ที่ขึ้นต่อมาก็งดว่างดการทำ งาน 7 วัน 1 เดือนแล้วแต่ เรื่องราวนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากถาม ว่ามันทำไมถึงเกิดเช่นนั้นล่ะนี่ไงครับ ระบบกษัตริย์คือระบบปกครองที่ถูกสร้าง วัฒนธรรมขึ้นมายาวนานเป็นพันปีเพื่อที่จะ

ยืนยันว่ากษัตริย์เป็นทูตแห่งสวรรค์ดัง นั้นกษัตริย์ไม่ต้องเลือกตั้งครับ กษัตริย์จึงมีความชอบธรรมที่จะขึ้นต่อมี อำนาจต่อไป สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเพียงแต่ว่า ประเทศไทยวันนี้เรากำลังดึงระบบปกครอง >> ครับ >> เราปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยที่กษัตริย์ อยู่เหนือการเมืองเหมือนอังกฤษเหมือน ยุโรปประเทศที่เจริญแล้วนั่นก็คือ กษัตริย์ก็มีความสำคัญในเชิงพิธีการหรือ เป็นในฐานะประมุขรัฐคล้ายประธานาธิบดี แต่ว่า การที่จะใช้งบประมาณเท่าไหร่ก็ต้องผ่าน ที่สภาสภาก็มีตัวแทนประชาชนแล้วก็พิจารณา ดูว่าเศรษฐกิจดีไม่ดีเท่าไหร่ก็ใช้งบ

ประมาณเท่านั้น เพราะกษัตริย์อังกฤษ พระนางวิกอเรียก็ดีกษัตริย์ในสวีเดนอะไร ต่างๆนี้เขาไม่ได้มีอำนาจทางการเมืองดัง นั้นก็ไม่ต้องมีใครไปโหนเอาอกเอาใจหรือ ว่าไม่พอใจก็วิจารณ์ได้แต่กษัตริย์ของเรา นี้ไม่ใช่อยู่เหนือการเมืองแต่คอนโทรล อำนาจทางการเมืองไว้ในพระในมือเลยนี่ไง ครับถึงเป็นปัญหา ดังนั้นในระบบจีนในอดีตนั้นเป็นภาพสะท้อน ของวันนี้ที่ดีที่สุดเพียงแต่ต่างยุคกัน 100 ปี 200 ปีของจีนนั้นปรากฏว่าในไทย ยังเป็นปัจจุบันอยู่ครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ในพิธีการของกษัตริย์ จึงมีหวงซุ้ยยิ่งใหญ่อู้๊ยสร้างมโหฬารหมด ใน 1000 ปีที่ผ่านมาของจีนพอกษัตริย์ตาย

ปั๊บก็ต้องเริ่มมีพิธีกรรมพวกขุนนางขันที ทั้งหลายก็จะต้องชำระศพแล้วก็ต้องใส่ จั๊กจั่นเข้าไปในปากของพระองค์เพราะเชื่อ ว่าจักกระจั่นนั้นลอกคาบได้พระองค์ก็จะ กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่งถามว่า ทำไมต้องทำอย่างนั้นก็มันเป็นเรื่อง ไสยศาสตร์ไงมันเป็นเรื่องที่จินตนาการเอา เพราะว่าระบบนี้ถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการ ที่ไม่ได้เป็นวิทยาศาสตร์ เมื่อเป็นอย่างนั้นทุกอย่างจึงจัดสร้าง เป็นประเพณีขึ้นมาเมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ กษัตริย์สมัยสมบูรณ์นายาสิทธิราชไม่ใช่ สมัยสมัยพรรคคอมมิวนิสต์จีนวันนี้นะเขา จึงต้องจัดพิธีการต่างๆค่าใช้จ่ายมากมาย

มโหฬารเท่าไหร่ก็เท่านั้นจนกระทั่งบาง ราชวงศ์ล่มเพราะใช้จ่ายมากจัดประชาชน เดือดร้อนก็ลุกฮือในจีนจึงเกิดการกบฏลุก ฮือขึ้นไม่รู้กี่ครั้งจากการที่รีด นาทาเรนซ์เอาทรัพยากรของประชาชนมาเค้าบอก ว่าบางรัชกาลนี่ เอาค่าใช้จ่ายนี่ 70% ของ GDP ในปีนั้น เลยนะทั้งๆที่เมื่อก่อนยังไม่มีวัด GDP แต่ว่าเอาภาษีเนี่ย 70% มาจัดงานศพประชา ชนจะกินอะไรล่ะ 30% ไปดูนะครับถ้าท่านสนใจก็ไปดูนะครับในต้า จีนนี่ครับเรื่องนี้น่าสนใจมากแต่ที่น่า สนใจกว่านั้นก็คือเรามาดูในเรื่องของ ประเพณีไทยซึ่งวันนี้เราสร้างระบบปกครอง ให้เป็นสมบูรณ์นยาสิทธิราชเราก็คิดว่าแค่ เรียกชื่อเฉยๆเราก็คิดว่าแค่โครงสร้าง

อำนาจเฉยๆไม่ใช่ครับทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย แล้วค่าใช้จ่ายตัวนี้ล่ะเอามาจากภาษีของ ประชาชนผมถึงบอกว่าวันนี้ทำไมคุณทำไมต้อง เอาอนุทินมาเป็นนายกเพราะจะต้องเตรียมจัด งานใหญ่พระศพนี่ 3 งานที่เห็น และคุณอนุทินก็ปิดปากหมดยอมทุกอย่าง เพราะนี่คือการโหนวังและนี่คือเป็นสิ่ง ที่คุณอนุทินก็อยากจะทำครับด้วยโดยกรคำคำ อ้างว่าด้วยความจงรักภักดีถวายให้หมดทุก อย่างตามแต่พระราชอัธยาศัยเลยอย่างนี้ เป็นต้นดังนั้นค่าใช้จ่ายคุณอนุชินก็ไม่ บอกว่าเท่าไหร่ผมถึงบอกว่าการกู้เงิน 400,000 ล้านในภาวะการกระเป๋าฉีกถังแตก เนี่ยจะมีการซ่อน

เอ่อซ่อนเงินไว้เอ่อเป็นการเค้าเรียกว่า อะไรซ่อนไว้ในโครงสร้างนี้หรือเปล่าเอ่อ ก็ไม่มีใครตอบสส.ก็ไม่ถามเพราะถามไม่ได้ ถามเดี๋ก็ตายเดี๋ยวยุบพรรคผมบอกนี่ไงอัน นี้แหละครับคือระบบสมบูรณ์นัยยาสิทธิ์ ที่ราชอย่างแท้จริงเมื่อโครงสร้างอำนาจ อยู่ตรงนี้ทุกอย่างกระบวนการทุกอย่างก็ เสริมมาที่นี่ข่าวหนังสือพิมพ์ก็ต้องลง ให้หมดทีวีก็ต้องลงฟีดก็ลงแต่เรื่องนี้ จริงบ้างเท็จบ้างบางก็ก็เฮราโรกันว่างั้น เถอะเพื่อให้เกิดความพึงพอใจดังนั้นเวลา ท่านเห็นท่านใช้จิตท่านใช้สติวิเคราะห์ ท่านก็จะเห็นว่าอ๋อนี่มันมาจากโครงสร้าง การเมืองอย่างเรานี่แหละและต้องรักษา

ประเพณีและประเพณีตัวนี้ละครับคือตัวที่ บอกถึงอำนาจ ว่า คนที่จะมาเป็นกษัตริย์นั้นจะสามารถสืบต่อ ได้โดยคุณยุ่งเกี่ยวไม่ได้ประชาชนยุ่ง เกี่ยวไม่ได้เป็นพระราชประเพณีทั้งนั้น แล้วมีมีบางประเพณีไม่น่าเชื่อมันคล้ายๆ กับจีนครับ มาดูศิลปะวัฒนธรรม ครับสเอ่อจากมติชนนะฮะหนังสือพิมพ์ศิลปะ วัฒนธรรมบอกนางร้องไห้ธรรมเนียมใน ราชสำนัก ที่รบกวน พระไทยรัชกาลที่ 6 ทรงมีปรารภว่ารกหูมาก ก่อนที่ผมจะมาเนี่ยผมก็เป็นนักอ่าน มีหนังสือเล่มหนึ่งที่มติชนเพิมพ์ขายเ้า เรียกว่าพระราชหัตถเรขา ของรัชกาลที่ 6 ช่วงก่อนที่รัชกาลที่ 5 จะสวรรคต ตั้งแต่พระองค์ท่านเจ็บป่วยยังไงทำไมจึง

ใช้หมออย่างนี้จนกระทั่งท่านพระองค์ท่าน สวรรคตแล้วนางสนมทั้งหลายโอ้โหก็รัชกาล ที่ 5 มีเมียเป็นร้อย ก็ต้องเศร้าโศกเสียใจ ปรากฏว่าพอพระองค์ท่านสิ้นใจเท่านั้นแหละ ทุกคนก็ร้องห่มร้องไห้ถึงขนาดบางคนเนี่ย ไปกอดพระศพเขย่าย่าขอประทานโทษ ตามราชาศัพท์เรียกไม่ถูก ปัสสาวะที่ค้างอยู่ในท่อในกระเพาะปัสสาวะ เนี่ยสิ้นพระชนม์แล้วก็จริงเอ้ยตายแล้วก็ จริงไอ้สวรรคตเนี่ยนะครับแล้วก็พอเขย่า มากๆก็เล็ดออกมา พระราชหัถเลขามีรายละเอียดมากถึงขนาดนั้น ไปหาดูได้ครับวันนี้ผมเลยเก็บรายละเอียด บางส่วนนะครับจากเรื่องราวของนางร้องไห้ ก็คล้ายๆกับนายร้องไห้ในจีนในจีนนั้นมี ทั้งนายทั้งขันทีทั้งผู้หญิงผู้ชายต้อง

ร้องไห้กันหมดครับต้องร้องร้องไห้กันหมด ในประเทศไทยก็มีเขาเรียกว่านางร้องไห้ ภาพที่ท่านเห็นนี้เป็นภาพในสมัยอยุธยานะ ครับจากคำบรรยายบอกว่านางร้องไห้ผู้หญิง ฝ่ายในจะต้องโกนผมและเศร้าโศกเสียใจเมื่อ มีการออกพระเมรุมาศท้าวทศรส นี่ออกพระเมรุมาศของท้าวท้าวทศรสสิ้นพระ ชนม์เนี่ยนะเป็นจิตกรรมฝาผนังเรื่อง รามเกียรณ ณพระเบียงอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อ๋อเอนี่ทศรสนี่นี่ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ แต่เพื่อให้ท่านเห็นนางร้องไห้ก็จะเป็น ยังลักษณะอย่างนี้แหละครับพอหาได้อยู่คือ เขาจ้างกันมาเป็นรอบๆรอบคิวกะเป็นกะกะนี้ กี่ชั่วโมงก็มาร้องไห้ร้องไห้พร้อมกับมี ผีพาทย์บรรลงบรรเลงด้วยเป็นประเพณีมาตั้ง

แต่สมัยอยุธยา จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 จนถึงรัชกาลที่ 6 ท่านไม่ทรงโปรดเรื่องนี้โกรธมากบอกเลิกซะ ท่านบันทึกไว้ในพระราชเลขาของท่านท่าน เขียนด้วยลายมือด้วยนะหนังสือเล่มนั้น เนี่ยมติชนก็เอามาพิมพ์ แล้วให้ยกเลิกเสียไม่ให้มาร้องไห้ต่อหน้า ส่งหน้าศพไม่เอ้านะครับโกรธโกรธพวกนางสนม พวกนี้มากเรื่องนี้ค่อยๆฟังนะครับและช่วย กดไลก์ไปถึงประชาชนให้ระวังหน่อยอย่าไปทำ ท่าทำทางร้องไห้มากกว่าเจ้านะครับเค้า เรียกว่า อย่าทำตัวเป็นน้ำล้างชามแกงที่เผ็ดกว่า แกง นะฮะ เดี๋ยวไปนั่งร้องอมร้องไห้ในวังนี่อ่ะอาจ จะถูกของแข็งได้นะผมว่าไม่แน่นะเอออย่า เกินเหตุวันนี้เนี่ยมีพวกเกินเหตุอยู่

เยอะทั้งๆที่ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ไม่ ได้เกิดเป็นญาตติโกโหติกาเลยเนี่ยลองฟัง รายการนี้ เรื่องนางร้องไห้นี้มีมาตั้งแต่สมัย อยุธยา จนกระทั่งถึงรัชกาลที่ 5 สุดท้ายพอถึง รัชกาลที่ 6 ท่านทรงสั่งเลยว่าไม่ให้มี เมื่อกี้ศิลปะเปล่าวัฒนธรรมก็ลงอันนี้ สำนักข่าวสนุกก็ลงครับ เขาชื่อสนุกนะแต่ว่าเรื่องนี้เค้าไม่ได้ สนุกนะเค้าซีเรียสรกหูเสียจริงสาเหตุที่ ยกเลิกนางร้องไห้นางร้องไห้คืออะไร ธรรมเนียมโบราณที่ร. 6 ทรงสั่งยกเลิกด้วย เหตุผลรกหูเสียจริงๆ รายละเอียดของนางร้องไห้เป็น ประวัติศาสตร์มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็น ธรรมเนียมโบราณในราชสำนัก ที่มีมาตั้งแต่อยุธยาโดยเป็นการจัดกลุ่ม

สตรีรับหน้าที่ร้องไห้ค่ำครวญประกอบใน พิธีในงานพระบรมศพและพระศพเจ้านายตามช่วง เวลาที่กำหนดเป็นกะด้วยบทเพลงที่มีทำนอง เฉพาะ ซึ่งครั้งสุดท้ายที่มีธรรมเนียมนี้ก็ตาม ประเพณีก็สมัยพระบรมสพจุจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัวเห็นมั้ครับนี่เนื้อข่าวในในผู้จัดการ ก็ลงข่าวนี้นะครับรัชกาลที่ 6 สั่งงานพระ บรมศพก่อนสวรรคตเห็นมั้ยฮะ 17 ข้อห้ามมีนางร้องไห้ ถ้ารักกันจริงก็ร้องไห้แต่ไม่ใช่ร้องกัน เป็นวรรคเป็นเวรนี่ในความรู้สึกของท่านนะ อ้าวผมว่าสิ่งเหล่าเนี้ยครับ เหมือนกับเค้าพยายามจะอธิบายเรื่องนี้พอ ดีแต่เราหลายคนอาจจะไม่ได้สนใจเพราะอาจจะ ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องอย่างนี้ในขณะนี้

นี่คือข่าวที่เขาลงแล้วไปดูใน Google ท่านก็หาได้ครับพิมพ์เข้าไปเลยครับพระ ราชหัตเลขารัชกาลที่ 6 พูดถึงคนในวังนาง ร้องไห้กอดศพรัชกาลที่ 5 อย่างไม่พอใจ Google บอกแชท GPT บอกได้เลยนี่ยังไม่ ต้องเสียตังค์นะครับโครงการ 1,600 ล้าน ไม่ต้องไม่ต้องยังไม่ต้องผ่านครับนี่ไม่ ต้องเสียตังค์เลยครับผมถึงบอกนี่ไงข้อ เท็จจริงท่านลองดูก็ได้ครับแล้วจะเสียไป ทำไม 1,600 ล้านนะเออเอ่อคุณชัยชนกดูนี่ ก็แล้วกันเรื่องราวนี้กดแล้วจะเห็นเลย เพราะวินิจฉัยว่าการแสดงความรักจะลงจงรัก พระดีพระเจ้าแผ่นดินนั้นไม่ใช่มากอดพระศพ ร้องไห้ค่ำครวญฟูมายไม่ใช่

แต่ที่ควรจะทำคือตั้งใจรับใช้พระ มหากษัตริย์ พระองค์ใหม่เพื่อบ้านเมืองต่อไปดีกว่านี่ โอ้ร.โกหกเค้าพูดได้ดีนะเออพวกพวกโอดครวญ มากๆนี่เอาไปเอาไปคิดและสำนึกซะช่วยกันกด ไลก์ครับจะได้ถึงหูถึงตากันเยอะๆมาดูข่าว ชัดๆกันอีกทีนึงเพื่อให้เห็นชัดว่าในสมัย อยุธยาทำกันอย่างไรครับในศิลปะวัฒนธรรม เขาเก็บรายละเอียดได้ดีมากผมขออนุญาตอ่าน ไวๆท่านนะครับในสมัยอยุธยาปรากฏหลักฐานมี นางร้องไห้ให้ตามคำให้การของขุนหลวงหาวัด อธิบายถึงการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพพระ เจ้าอยู่หัวบรมโกศ นี่ครับข้อความในหนังสือของเค้านะครับ อ้างอิงได้เลย แล้วถึงแล้วจึงกะเกณฑ์ให้พระสนมกำนันทั้ง

ปวงมานั่งห้อมล้อมพระบรมศพ แล้วก็ร้องไห้เป็นเวลาเป็นหน้าที่เป็นอัน มากแล้วมีนางขับรำเกณฑ์ธรรมโหรี กำนันนารีน้อยๆงามๆดั่งกินนอนกินนารีมา นั่งห้อมล้อมขับรำเพลงอยู่เป็นอันมากแล้ว จึงให้ประโคมคล้องกองแตสังขและมโหรีปี่ พาทยอยู่ทุกเวลาเอาเลยครับ ธรรมเนียมการจัดศพเช่นนี้กระทำสืบเนื่อง จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลนภาลัย โปรดเ้าให้จัดงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกซึ่งมีนางร้องไห้และ ประโคมกองชนะตามเวลาเหมือนอย่างพระ มหากษัตริย์แต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นยัง ไงล่ะครับ อีกสักนิดครับจะได้สติกันหน่อยนะครับนี่

เป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญวันนี้ไม่มีใคร รายงานท่านอย่างนี้หละครับ วิธีการร้องไห้จะต้องทำยังไงเอาพริกไทย ใส่ผ้าเช็ดหน้าเหมือนขุนนางจีนหรือเปล่า อ่ะลองดูนะวิธีการร้องไห้คนจำนวนมากส่วน ใหญ่จะใช้นางสนมนางพระกำนันหรือผู้ที่ได้ รับถวายตัวเป็นต้นเสียง 4 คนต้นเสียงนี้ ก็จะร้องก่อนร้องนำและมีคู่ร้องรับการ ร้องไห้นี้ประมาณ 80-1 คนต้นเสียงต้อง ร้องแๆๆอยู่ 4 คนแล้ว 80- 100 คนก็ร้อง ตามครั้งสุดท้ายที่นางร้องไห้ตามประเพณี คืองานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนะครับผู้ ที่ได้รับมอบหมายให้จัดนางร้องไห้นี้คือ

พระบรมวงศ์เธอกรมหลวงทิพรัตนกิริ กุรินี ได้ให้เจ้าจอมและพนักงานคอยร้องไห้ตามบท ในเวลาประโคมย่ำค่ำคือย่ำรุ่งเที่ยงย่ำ ค่ำยาม 2 ยาม 3 มีเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สลับสดับ ระดาวัเจ้าจอมพระองค์สุดท้ายในรัชกาลที่ 5 เป็นต้นเสียงร้องนำตามคำร้องต่อไปนี้อ้าว เห็นมั้ยฮะ ถ้าอย่างนี้ อาจจะไม่เดี๋ยวนี้อาจจะไม่มีแล้วแต่พระ ราชินีก็ทำท่าร้องไห้ร้องดังๆเลยดีมั้ย ให้เจ้าคุณพระก้อยร้องด้วยมั้ยคือถ้าร้อง คนนึงถ้าคนอื่นไม่ร้องเป็นเรื่องนะ นี่ไงผมถึงบอกว่าวันนี้ละครับนี่คือสิ่ง ที่เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์สั้นๆทำไม ในโครงสร้างเช่นนี้จึงส่งเสริมให้มีการ ใช้งบประมาณ

สร้างประเพณีแบบในอดีตที่มีมาแล้วทั้งไทย และจีนก็คล้ายๆกันก็เพราะโครงสร้าง ระบบปกครองแบบกษัตริย์นี้เป็นโครงสร้าง ที่อธิบายเรื่องราวในเชิงไสยศาสตร์ในเชิง ชาติที่แล้วจะต้องไปเกิดใหม่จะต้องส่ง สวรรค์คาลัยสวรรค์อยู่ไหนก็เอาละผมจะไป พูดบอกมีไม่มีสวรรค์เดี๋ยวท่านก็เกิดจะ โกรธกันอีกแต่ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ ความเชื่อในเชิงเอ่อ ประวัติศาสตร์ของเขาเป็นอย่างนี้แต่ว่าใน ประเพณีอย่างนี้ในระบบประชาธิปไตยนายกตาย อดีตนายกตายรัฐมนตรีตายไม่มีอะไรยิ่งยิ่ง ใหญ่ขนาดนั้นเพราะเป็นคนธรรมดาเราอยู่กับ ความเป็นจริงและนี่คือ เรื่องราวที่คุยกับท่านวันนี้ว่าเมื่อ เจ้าตายข่าวใหญ่แน่นฝีดเดี๋ยวเราจะมาดู

กันว่าแล้วข่าวปิดน้ำมันของมันขึ้นอย่าง ไรแต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นมาดูคำถามสักนิด นึงครับให้เราได้สติแล้วตั้งคำถามและกด ด้วยครับ ข่าวข้าวของแพงแงหายไปไหนอ่ะ เปิดหนังสือพิมพ์ทีวีทุกช่องช่องไหนก็มี แต่ข่าวอวยวังงานศพท่านเบื่อม 1 เบื่อมาก 2 ไม่เบื่อและนี่คือข่าวสาร และบทวิเคราะห์ที่ขาดหายไปในประเทศไทย ครับเชิญกดไลก์ด้วยนะครับขอบพระคุณครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *