นิมิต ที่ เกิด ขึ้น จาก ผู้ ปฏิบัติ ธรรม อย่าง แท้ จริง มิ ใช่ สิ่ง ที่ เกิด จาก ความ อยาก เด่น อยาก ดัง หรือ ความ ปรารถนา จะ ให้ ใคร เชื่อ แต่ เป็น ผล ของ จิต ที่ ค่อย ๆ วาง ลง อย่าง เป็น ธรรมชาติ วาง จาก อัตตา วาง จาก ความ ยึด มั่น ใน ตัว ตน และ วาง จาก ความ ต้องการ จะ ควบ คุม ทุก สิ่ง รอบ ตัว เมื่อ ใจ ไม่ ดิ้น รน ไม่ ไขว คว้า และ ไม่ แสวง หา การ ยอม รับ จาก ใคร จิต เช่น นี้ ย่อม เปิด กว้าง พร้อม รับ รู้ ความ จริง ของ โลก ตาม ที่ มัน เป็น เพื่อ เติม พลัง ใจ และ จิต วิญญาณ ของ คุณ หาก คุณ เห็น ว่า มี ประโยชน์ โปรด กด ติด ตาม และ
สนับสนุน ช่อง ของ เรา การ สนับสนุน ของ คุณ คือ แรง บันดาล ใจ ให้ เรา สร้าง สรรค์ ผล งาน ต่อ ไป หลวง ตา เยื้อน เป็น ตัว อย่าง ของ พระ ผู้ ปฏิบัติ ที่ ดำเนิน ชีวิต เรียบ ง่าย สมถะ และ ไม่ ยึด ติด กับ ชื่อ เสียง หรือ คำ สรรเสริญ ท่าน ไม่ แสวง หา ผู้ ติด ตาม ไม่ สร้าง ภาพ และ ไม่ หวั หวั่น ไหว ต่อ คำ วิจารณ์ ไม่ ว่า จะ เป็น คำ ยก ยอ หรือ คำ ติฉิน เพราะ ท่าน รู้ ดี ว่า สิ่ง เหล่า นั้น ล้วน เป็น เพียง เสียง ของ โลก ไม่ ใช่ สาระ ของ การ เดิน บน ทาง ธรรม เมื่อ ใจ ไม่ ไหว ตาม เสียง เหล่า นั้น ใจ ก็ จะ ค่อย ๆ กลับ สู่ ความ
นิ่ง และ ความ ตรง ด้วย เหตุ นี้ เมื่อ นิมิต ปรากฏ ขึ้น ใน จิต ของ ผู้ ปฏิบัติ อย่าง หลวง ตา เยื้อน จึง มิ ใช่ เรื่อง น่า ประหลาด หาก มอง จาก สาย ตา ของ ผู้ ที่ เข้า ใจ การ ภาวนา อย่าง ลึก ซึ้ง เพราะ จิต ที่ ผ่าน การ ฝึก ฝน มา อย่าง ยาว นาน ย่อม มี ความ ละเอียด อ่อน สามารถ รับ รู้ ความ เปลี่ยน แปลง ของ เหตุ ปัจจัย ได้ ก่อน ที่ ผล จะ ปรากฏ อย่าง ชัด เจน ใน โลก ภาย นอก ใน ทาง พระ พุทธศาสนา จิต ที่ สงบ ตั้ง มั่น เปรียบ เสมือน ผิว น้ำ ที่ เรียบ ใส เมื่อ ไม่ มี คลื่น แห่ง ความ ฟุ้ง ซ่าน รบ กวน สิ่ง ใด สะท้อน ลง มา ก็ ย่อม
ปรากฏ อย่าง ชัด เจน จิต ที่ สะอาด ปราศจาก ความ โลภ ความ โกรธ และ ความ หลง ย่อม เห็น สิ่ง ต่าง ๆ ตาม เหตุ เหตุ และ ผล ไม่ บิด เบือน ตาม อารมณ์ หรือ อคติ ของ ตน เอง ภาพ ที่ ปรากฏ ใน นิมิต จึง มิ ใช่ ภาพ ลวง ตา ที่ เกิด จาก ความ คิด ปรุง แต่ง หาก แต่ เป็น การ สะท้อน ของ กรรม กระแส ของ เหตุ ปัจจัย และ ความ เปลี่ยน แปลง ที่ กำลัง ก่อ ตัว อยู่ ใน โลก เป็น เหมือน เงา ของ สิ่ง ที่ กำลัง จะ เกิด ขึ้น หาก เหตุ ยัง คง ดำเนิน ไป ใน ทิศ ทาง เดิม นิมิต จึง ทำ หน้า ที่ เป็น กระจก ไม่ ใช่ คำ สั่ง และ ไม่ ใช่ คำ พิพากษา สิ่ง สำคัญ คือ หลวง ตา เยื้อน ไม่ เคย อ้าง ว่า
นิมิต ของ ตน คือ คำ พยากรณ์ ที่ ทุก คน ต้อง เชื่อ อย่าง งมงาย ท่าน ไม่ เคย บังคับ ให้ ใคร เชื่อ ตาม และ ไม่ เคย ใช้ มัน เพื่อ สร้าง ความ หวาด กลัว ตรง กัน ข้าม ท่าน มอง นิมิต เหล่า นี้ เป็น เพียง สัญญาณ เตือน ที่ เกิด ขึ้น เพื่อ ให้ มนุษย์ หัน กลับ มา ดู ใจ ตน เอง ว่า ยัง ดำเนิน ชีวิต ด้วย ความ ประมาท หรือ ไม่ ยัง หลง ใน อำนาจ ความ โลภ และ ความ ยึด มั่น มาก เพียง ใด ใน สาย ตา ของ หลวง ตาเหยน นิมิต ไม่ มี ค่า มาก ไป กว่า การ กระทำ ใน ปัจจุบัน เพราะ แม้ นิมิต จะ บอก อะไร ไว้ แต่ หาก มนุษย์ รู้ จัก หยุด รู้ จัก วาง และ
รู้ จัก เปลี่ยน แปลง ตน เอง เหตุ ย่อม เปลี่ยน และ ผล ก็ ย่อม เปลี่ยน ตาม ไป ด้วย นี่ คือ หัว ใจ ของ ธรรมะ ที่ ไม่ ได้ ผูก ชีวิต ไว้ กับ อนาคต แต่ ชี้ ให้ กลับ มา ดู ปัจจุบัน อย่าง มี สติ นิมิต ใหญ่ ที่ กล่าว ถึง มิ ได้ เกิด ขึ้น ใน ช่วง ที่ จิต ฟุ้ง ซ่าน อ่อน ล้า หรือ เต็ม ไป ด้วย ความ คิด ปรุง แต่ง หาก แต่ เกิด ขึ้น ใน ขณะ จิต ที่ นิ่ง สงบ ลึก และ อบ เอา ไป ด้วย เมตตา จิต ใน ภาวะ เช่น นี้ ไม่ เร่ง รีบ ไม่ ดิ้น รน และ ไม่ คาด หวัง เปรียบ เสมือน ผิว น้ำ ที่ เรียบ สนิท เมื่อ ไม่ มี คลื่น แห่ง อารมณ์ และ ความ ฟุ้ง ซ่าน รบ กวน
สิ่ง ใด ที่ สะท้อน ลง มา ก็ ย่อม ปรากฏ อย่าง ชัด เจน ตรง ไป ตรง มา และ ไม่ บิด เบือน ตาม อคติ ของ ตน เอง นี่ คือ เหตุ ผล ที่ ครู บา อาจารย์ ใน อดีต มัก กล่าว ไว้ ว่า ของ จริง ไม่ ต้อง อธิ อธิบาย มาก เพราะ สิ่ง ที่ เกิด จาก จิต บริสุทธิ์ ไม่ จำเป็น ต้อง ใช้ ถ้อย คำ มาก มาย เพื่อ โน้ม น้าว หรือ พิสูจน์ พลัง ของ จิต เช่น นี้ สื่อ สาร ด้วย ความ เงียบ เป็น ความ เงียบ ที่ ไม่ ว่าง เปล่า แต่ เต็ม ไป ด้วย ความ หมาย ผู้ ที่ ใจ สงบ ย่อม สัมผัส ได้ โดย ไม่ ต้อง มี ใคร อธิบาย ให้ เข้า ใจ หลวง ตา เยื้อน เอง ก็ ไม่ เคย อวด อ้าง หรือ นำ
เสนอ นิมิต ของ ตน ใน ลักษณะ ที่ ยิ่ง ใหญ่ เกิน จริง ท่าน ไม่ เคย ยก ตน เอง ขึ้น เหนือ ผู้ อื่น และ ไม่ เคย ใช้ ประสบการณ์ ภาย ใน มา เป็น เครื่อง มือ สร้าง ศรัทถา แบบ บีบ บังคับ สิ่ง ที่ ท่าน ทำ มี เพียง การ เล่า อย่าง เรียบ ง่าย ด้วย น้ำ เสียง สงบ และ ด้วย หัว ใจ ที่ เต็ม ไป ด้วย ความ ห่วง ใย สิ่ง สำคัญ อย่าง ยิ่ง คือ หลวง ตา เยื้อน ไม่ ได้ นำ เรื่อง นิมิต มา เล่า เพื่อ สร้าง ความ หวาด กลัว ให้ ผู้ คน ท่าน ไม่ ได้ พูด ด้วย น้ำ เสียง คม ขู่ ไม่ ได้ เร้า อารมณ์ และ ไม่ ได้ ชี้ นำ ให้ ผู้ ฟัง ตื่น ตระหนก ตรง กัน ข้าม
คำ เตือน ของ ท่าน เปลี่ยน ด้วย ความ เมตตา คล้าย ผู้ เฒ่า ที่ ผ่าน ร้อน ผ่าน หนาว มา มาก มอง เห็น พายุ อยู่ ไกล ๆ แล้ว หัน มา บอก ลูก หลาน ด้วย เสียง เบา ๆ ว่า เตรียม ตัว เถิด คำ ว่า เตรียม ตัว ใน ที่ นี้ มิ ใช่ การ เตรียม ใจ เพื่อ กลัว แต่ เป็น การ เตรียม ใจ เพื่อ รู้ เท่า ทัน เพื่อ ไม่ ประมาท และ เพื่อ ไม่ ใช้ ชีวิต ด้วย ความ หลง ลืม ผู้ เฒ่า เช่น นี้ ไม่ ได้ ต้องการ ให้ ใคร ตื่น ตระหนก กับ พายุ หาก แต่ ไม่ อยาก เห็น ลูก หลาน ยืน อยู่ กลาง ลม ฝน โดย ไม่ รู้ ตัว แน่ นอน ว่า เมื่อ พูด ถึง นิมิต ย่อม มี ผู้ ตั้ง
คำ ถาม ว่า สิ่ง เหล่า นี้ เชื่อ ได้ หรือ ไม่ ควร เชื่อ มาก น้อย เพียง ใด แต่ ใน ทาง ธรรม คำ ถาม ที่ สำคัญ ยิ่ง กว่า นั้น ไม่ ใช่ เรื่อง ของ ความ เชื่อ หาก คือ คำ ถาม ที่ หัน กลับ มา หา ตน เอง ว่า เมื่อ ได้ ฟัง แล้ว ใจ เรา เป็น อย่าง ไร หาก ฟัง แล้ว ใจ ฟุ้ง ซ่าน เต็ม ไป ด้วย ความ กลัว ความ กังวล และ ความ ยึด ติด ใน รูป แบบ นั่น อาจ หมาย ความ ว่า ใจ เรา ยัง เกาะ อยู่ ที่ เนื้อ เรื่อง มาก กว่า ที่ จะ เข้า ถึง สาระ แต่ หาก ฟัง แล้ว ใจ ค่อย ๆ นิ่ง ลง เกิด สติ เกิด ความ รู้ ตัว และ มอง เห็น ความ ไม่ แน่ นอน ของ ชีวิต อย่าง อ่อน โยน
นั่น แสดง ว่า นิมิต นั้น ได้ ทำ หน้า ที่ ของ มัน แล้ว อย่าง สมบูรณ์ ใน มุม มอง ของ หลวง ตา เยื้อน นิมิต ไม่ ใช่ เป้า หมาย แต่ เป็น เพียง ทาง ผ่าน เป้า หมาย ที่ แท้ จริง คือ การ ที่ ผู้ ฟัง หัน หัน กลับ มา ดู ใจ ตน เอง ลด ความ ประมาท และ เพิ่ม ความ เมตตา ให้ มาก ขึ้น ใน ชีวิต ประจำ วัน หาก สิ่ง ที่ ได้ ฟัง ทำ ให้ เรา พูด เบา ลง ใจ เย็น ลง และ ให้ อภัย ง่าย ขึ้น นั่น ย่อม มี ค่า มาก กว่า การ รู้ ว่า อะไร จะ เกิด ขึ้น ใน วัน ข้าง หน้า หลวง ตา เยื้อน เคย กล่าว ไว้ อย่าง เรียบ ง่าย นิมิต ก็ เหมือน เงา ไม่ ใช่ ตัว จริง ตัว จริง คือ การ กระทำ ของ เรา ใน
ปัจจุบัน หาก มนุษย์ ยัง คง โลภ โกรธ หลง แม้ ไม่ มี นิมิต ภัย ก็ ย่อม เกิด หาก มนุษย์ รู้ จัก ละ รู้ จัก วาง แม้ นิมิต ใหญ่ เพียง ใด ก็ ไม่ อาจ ทำ ร้าย จิต ที่ ตั้ง มั่น ใน ธรรม ได้ ใน โลก ยุค ปัจจุบัน ผู้ คน คุ้น ชิน กับ ข่าว ร้าย คำ เตือน และ เสียง ดัง จาก ภาย นอก จน หลง ลืม การ ฟัง เสียง เงียบ จาก ภาย ใด นิมิต ของ หลวง ตา เยื้อน จึง เปรียบ เสมือน ระฆัง ใบ เล็ก ๆ ที่ ดัง ขึ้น ใน ใจ ผู้ ฟัง บาง คน ไม่ ได้ ดัง เพื่อ โลก ทั้ง ใบ แต่ ดัง พอ ให้ ผู้ ที่ ยัง มี ศรัทถา หยุด เดิน หยุด คิด แล้ว หัน กลับ มา มอง ทาง ที่ ตน กำลัง เหยียบ
ย่ำ อยู่ สุด ท้าย แล้ว นิมิต จะ จริง หรือ ไม่ อาจ ไม่ สำคัญ เท่า กับ สิ่ง ที่ มัน ปลุก ขึ้น มา ใน ใจ เรา หาก มัน ทำ ให้ เรา ระลึก ถึง ความ ไม่ เที่ยง ความ เปราะ บางนา ชื่อ เสียง และ ชีวิต หาก มัน ทำ ให้ เรา อ่อน ลง เมตตา มาก ขึ้น และ ประมาท น้อย ลง นั่น ก็ เพียง พอ แล้ว เพราะ แก่น แท้ ของ ธรรมะ ไม่ ได้ อยู่ ที่ การ รู้ อนาคต แต่ อยู่ ที่ การ รู้ ใจ ใน ปัจจุบัน คำ ว่า เตือน แล้ว ไม่ ฟัง จะ สาย หาก ฟัง ผิว เผิน อาจ ทำ ให้ หลาย คน รู้ สึก หวาด กลัว ราว กับ เป็น คำ ขู่ หรือ คำ พิพากษา แต่ ใน สาย ตา ของ ผู้ เข้า
ใจ ธรรม คำ เตือน นี้ กลับ เต็ม ไป ด้วย ความ เมตตา อย่าง ลึก ซึ้ง เพราะ มัน ไม่ ได้ เกิด จาก ความ โกรธ ไม่ ได้ เกิด จาก ความ อยาก ควบ คุม ใคร หาก แต่ เกิด จาก ความ ห่วง ใย ของ ผู้ ที่ มอง เห็น เหตุ ก่อน ที่ ผล จะ ปรากฏ ใน พระ พุทธศาสนา กฎ แห่ง กรรม ไม่ ใช่ สิ่ง ลึก ลับ ไม่ ใช่ เรื่อง ไกล ตัว และ ไม่ ใช่ การ ลง โทษ จาก ใคร คน ใด คน หนึ่ง กรรม คือ การ กระทำ เจตนา คือ หัว ใจ และ ผล ย่อม เกิด ขึ้น ตาม เหตุ อย่าง ซื่อ ตรง หลวง ตา เยื้อ จึง มัก เตือน เสมอ ว่า กรรม ไม่ เคย เร่ง กรรม ไม่ เคย ช้า แต่ กรรม ไม่ เคย ลืม ใคร เลย
คำ เตือน ของ ท่าน ไม่ ได้ เจาะ จง ไป ที่ คน ใด คน หนึ่ง หาก แต่ สะท้อน ถึง พฤติกรรม ของ มนุษย์ โดย รวม โดย เฉพาะ ใน ยุค ที่ ผู้ คน เร่ง รีบ แข่ง ขัน และ หลง ลืม การ หยุด ฟัง เสียง ของ ตน เอง หลาย ครั้ง ที่ เรา ถูก เตือน แล้ว แต่ เลือก จะ ไม่ ฟัง เพราะ คิด ว่า ยัง ไม่ ถึง ตา เรา เพราะ คิด ว่า ยัง มี เวลา หรือ เพราะ อัตตา บัง ตา จน ทำ ให้ เรา มอง ไม่ เห็น เหว ที่ อยู่ ข้าง หน้า จะ สาย ใน ทาง ธรรม ไม่ ได้ หมาย ถึง เวลา บน นาฬิกา แต่ หมาย ถึง ช่วง เวลา ที่ ใจ ยัง มี โอกาส กลับ ตัว เมื่อ ใจ แข็ง กระด้าง ไม่ รับ ฟัง ไม่ สำนึก แม้ โอกาส จะ มา ถึง
ก็ กลับ มอง ไม่ เห็น นี่ คือ ความ สาย ที่ น่า กลัว กว่า สิ่ง ใด เพราะ ไม่ ใช่ สาย เพราะ โลก แต่ สาย เพราะ ใจ เรา เอง หลวง ตา เยื้อน ไม่ เคย กล่าว ว่า ผู้ ที่ ไม่ ฟัง จะ ต้อง พบ จุด จบ อัน เลว ร้าย เสมอ ไป แต่ ท่าน ชี้ ให้ เห็น อย่าง อ่อน โยน ว่า ทุก การ เพิก เฉย ต่อ คำ เตือน คือ การ เลือก เดิน ต่อ บน เส้น ทาง เดิม หาก เส้น ทาง นั้น เต็ม ไป ด้วย ความ โลภ ความ โกรธ และ ความ หลง ผล ที่ ปลาย ทาง ก็ ย่อม ไม่ ต่าง จาก เดิม ไม่ ว่า จะ เดิน ช้า หรือ เดิน เร็ว ใน ชีวิต ของ คน เรา หลาย ครั้ง ความ ทุกข์ ไม่ ได้ เกิด ขึ้น ทัน ที แต่ มัน ค่อย ๆ สะสม อย่าง เงียบ
งัน เหมือน น้ำ ที่ หยด ลง บน หิน วัน แรก อาจ ไม่ เห็น รอย แต่ เมื่อ เวลา ผ่าน ไป หิน ที่ แข็ง แกร่ง ก็ ยัง สึก กร่อน ได้ กรรม ก็ เช่น กัน เมื่อ เรา เพิก เฉย ต่อ คำ เตือน เล็ก ๆ ซ้ำ แล้ว ซ้ำ เล่า วัน หนึ่ง ผล ย่อม ปรากฏ โดย ไม่ ต้อง ประกาศ ล่วง หน้า คำ ว่า เตือน แล้ว ไม่ ฟัง จะ สาย จึง ไม่ ใช่ คำ พิฆากษา แต่ เป็น กระจก สะท้อน สติ ว่า เรา ยัง ฟัง อยู่ หรือ ไม่ ยัง อ่อน อยู่ หรือ เปล่า หรือ ใจ เรา เริ่ม แข็ง จน ไม่ ยอม รับ อะไร อีก แล้ว หาก ยัง ฟัง ได้ แสดง ว่า ยัง ไม่ สาย หาก ยัง รู้ สึก สะเทือน ใจ แสดง ว่า ยัง มี ทาง กลับ หลวง ตา
เยื้อน มัก เน้น ย้ำ ว่า การ ฟัง ธรรม ไม่ ได้ วัด ที่ จำนวน ครั้ง แต่ วัด ที่ การ เปลี่ยน แปลง ของ ใจ บาง คน ฟัง นับ 100 ครั้ง แต่ ใจ ไม่ เคย ขยับ ขณะ ที่ บาง คน ฟัง เพียง ครั้ง เดียว แต่ ใจ กลับ อ่อน ลง เมตตา มาก ขึ้น และ ประมาท น้อย ลง นี่ คือ ผล ของ การ ฟัง เป็น ใน โลก ที่ เต็ม ไป ด้วย เสียง ดัง ขาว แรง และ อารมณ์ รุนแรง คำ เตือน ที่ มา จาก ความ สงบ อาจ ฟัง ดู เบา เกิน ไป จน หลาย คน เลือก จะ มอง ข้าม แต่ แท้ จริง แล้ว เสียง ที่ เบา ที่ สุด มัก เป็น เสียง ที่ จริง ที่ สุด เพราะ มัน ไม่ ได้ พยายาม เอา ชนะ ใคร เพียง แต่ อยู่ ตรง นั้น รอ ให้ ผู้ ที่
พร้อม จะ ฟัง หยุด และ รับ ฟัง ด้วย ใจ ที่ เปิด กว้าง สุด ท้าย แล้ว คำ เตือน ของ หลวง ตา เยื้อน ไม่ ได้ เรียก ร้อง ให้ ใคร ต้อง เชื่อ แต่ เชื้อ เชิญ ให้ ทุก คน กลับ มา ดู ใจ ตน เอง ว่า เรา กำลัง ฟัง อยู่ หรือ กำลัง ดื้อ เงียบ ว่า เรา กำลัง ใช้ ชีวิต ด้วย สติ หรือ ปล่อย ให้ ความ เคย ชิน พา เรา ไป เรื่อย ๆ โดย ไม่ รู้ ทิศ ทาง เมื่อ ได้ ยิน คำ ว่า สะเทือน แผ่น ดิน ภาพ แรก ที่ ผุด ขึ้น ใน ใจ ของ ผู้ คน จำนวน มาก มัก เป็น ภาพ ของ ภัย พิบัติ ความ เสีย หาย หรือ เหตุ การณ์ รุนแรง ที่ มอง เห็น ได้ ด้วย ตา แต่ ใน ทาง ธรรมะ คำ ว่า แผ่น ดิน
สะเทือน อาจ ไม่ ได้ หมาย ถึง พื้น ดิน ที่ สั่น ไหว เพียง อย่าง เดียว หาก หมาย ถึง ฐาน ใจ ของ ผู้ คน ที่ กำลัง สั่น คลอน อย่าง เงียบ ๆ โดย ที่ หลาย คน ไม่ ทัน สังเกต หลวง ตา เยื้อน เคย กล่าว ไว้ ว่า ภัย ที่ น่า กลัว ที่ สุด ไม่ ใช่ ภัย ที่ มา จาก ฟ้า จาก ดิน หรือ จาก ธรรมชาติ แต่ คือ ภัย ที่ เกิด จาก ใจ มนุษย์ เอง เมื่อ ใจ เต็ม ไป ด้วย ความ โลภ ความ โกรธ และ ความ หลง แผ่น ดิน ภาย นอก อาจ ยัง ดู มั่น คง แต่ แผ่น ดิน ภาย ใน กลับ แตก ร้าว ไป แล้ว โดย ไม่ รู้ ตัว นิมิต ที่ สะเทือน แผ่น ดิน จึง อาจ เป็น เพียง ภาพ สะท้อน ของ ความ ไม่ มั่น คง นี้ ใน ยุค ที่ โลก
หมุน เร็ว ผู้ คน ถูก ดึง ดูด ด้วย ผล ประโยชน์ ความ สำเร็จ และ ภาพ ลักษณ์ ภาย นอก เรา มัก เผลือ ลืม ถาม ใจ ตน เอง ว่า เรา กำลัง ยืน อยู่ บน พื้น ฐาน อะไร หาก พื้น ฐาน นั้น คือ ความ เห็น แก่ ตัว การ เอา เปรียบ หรือ ความ ประมาท แม้ จะ ดู มั่น คง เพียง ใด วัน หนึ่ง ก็ ย่อม สั่น คลอน เพราะ ไม่ มี สิ่ง ใด ตั้ง อยู่ ได้ บน ฐาน ที่ ไม่ ถูก ต้อง นิมิต สะเทือน แผ่น ดิน ใน ทาง ธรรม จึง เป็น คำ เตือน ให้ เรา หัน กลับ มา มอง ราก ฐาน ของ ชีวิต ไม่ ใช่ เพื่อ ให้ กลัว โลก แต่ เพื่อ ให้ เรา ถาม ตน เอง ว่า ใจ เรา ยัง มั่น คง อยู่ หรือ ไม่ ศีล ที่
เรา ถือ ยัง แน่น อยู่ หรือ เปล่า เมตตา ที่ เรา มี ต่อ ผู้ อื่น ยัง จริง หรือ เป็น เพียง คำ พูด หลาย ครั้ง ที่ โลก ภาย นอก วุ่นวาย ไม่ ใช่ เพราะ เหตุ การณ์ ใหญ่ โต แต่ เพราะ ใจ ของ ผู้ คน จำนวน มาก พร้อม จะ สั่น ตาม ข่าว พร้อม จะ โกรธ ตาม คำยุ พร้อม จะ เกลียด ตาม กระแส เมื่อ ใจ ไม่ ตั้ง มั่น แผ่น ดิน ทั้ง ใบ ก็ เหมือน จะ สั่น ไป พร้อม กัน ทั้ง ที่ ความ จริง สิ่ง ที่ สั่น คือ ใจ ของ เรา เอง หลวง ตา เยื้อน มอง นิมิต เช่น นี้ ด้วย สาย ตา ที่ สงบ ท่าน ไม่ ได้ ตี ความ ว่า เป็น ลาง ร้าย แต่ เห็น มัน เป็น เครื่อง เตือน ว่า มนุษย์ กำลัง
ห่าง จาก ความ เรียบ ง่าย ห่าง จาก ธรรมชาติ และ ห่าง จาก ความ พอ ดี เมื่อ ใจ ไกล จาก ธรรม ความ ไม่ สมดุล ย่อม เกิด ขึ้น ทั้ง ใน ตัว บุคคล สังคม และ โลก โดย รวม แผ่น ดิน ใน ความ หมาย ทาง ธรรม ยัง หมาย ถึง ที่ พึ่ง ของ ชีวิต หาก ใจ ไม่ มี ที่ พึ่ง ไม่ มี ธรรม เป็น หลัก ต่อ ให้ มี ทรัพย์ มี อำนาจ หรือ มี ชื่อ เสียง เพียง ใด ก็ ยัง รู้ สึก ไม่ มั่น คง เมื่อ สิ่ง ใด สิ่ง หนึ่ง สั่น ไหว ใจ ก็ พร้อม จะ หลม ตาม นี่ คือ ความ เปราะ บาง ที่ นิมิต พยายาม จะ ชี้ ให้ เห็น การ ฟัง นิมิต สะเทือน แผ่น ดิน จึง ไม่ ใช่ เพื่อ คาด เดา เหตุ การณ์ ภาย
นอก แต่ เพื่อ ชวน ให้ เรา หยุด และ ตั้ง สติ ว่า เรา กำลัง สร้าง แผ่น ดิน ใน ใจ ให้ มั่น คง หรือ ไม่ เรา ใช้ ชีวิต ด้วย ความ ประมาท หรือ ด้วย ความ รู้ ตัว เรา ปล่อย ให้ อารมณ์ พา ไป หรือ เรา ยัง พอ มี สติ พา กลับ มา อยู่ กับ ปัจจุบัน ใน ทาง กลับ กัน หาก ใจ มั่น คง แม้ โลก ภาย นอก จะ สั่น ไหว เพียง ใด ใจ ก็ ยัง ยืน อยู่ ได้ พระ พุทธเจ้า ทรง สอน ว่า ผู้ มี สติ ย่อม ไม่ หวั่น ไหว ต่อ โลกธรรม แม้ สุข และ ทุกข์ จะ ผลัด เปลี่ยน เข้า มา ใจ ก็ ยัง ตั้ง อยู่ ใน ความ รู้ ตัว ไม่ ถูก พัด พา ไป กับ กระแส นิมิต ที่ สะเทือน
แผ่น ดิน ของ หลวง ตา เยือน จึง ไม่ ใช่ เสียง ฟ้า ร้อง ที่ น่า กลัว แต่ เป็น เสียง เตือน เบา ๆ ให้ เรา กลับ มา สร้าง ฐาน ใจ ให้ แน่น ด้วย ศีล ด้วย สติ และ ด้วย เมตตา เพราะ หาก แผ่น ดิน ภาย ใน มั่น คง แล้ว แผ่น ดิน ภาย นอก จะ สั่น เพียง ใด ใจ ก็ ยัง สงบ ได้ เมื่อ นิมิต เอ่ย ถึง ผู้ นำ ประเทศ หลาย คน อาจ รู้ สึก หวั่น ใจ หรือ เผลอ คิด ไป ถึง ตัว บุคคล ชื่อ ตำแหน่ง หรือ อำนาจ ที่ จับ ต้อง ได้ แต่ ใน สาย ปา ของ ผู้ ปฏิบัติ ธรรม นิมิต เช่น นี้ ไม่ ได้ มี เจตนา จะ ชี้ นิ้ว กล่าว โทษ ใคร หาก แต่ เป็น กระจก จก เงา ที่ สะท้อน ภาระ ของ ความ รับ
ผิด ชอบ ที่ มาก ขึ้น ตาม ระดับ ของ อำนาจ ที่ ถือ อยู่ หลวง ตา เยื้อ เคย กล่าว ไว้ อย่าง เรียบ ง่าย คน ธรรมดา ทำ ผิด ผล กระทบ อาจ หยุด อยู่ แค่ ตัว เอง หรือ คน รอบ ข้าง แต่ เมื่อ ใด ที่ ผู้ มี อำนาจ ทำ ผิด ผล นั้น ย่อม แผ่ กว้าง ออก ไป โดย ไม่ ต้อง ตั้ง ใจ นี่ ไม่ ใช่ การ ตัด สิน แต่ คือ กฎ ของ เหตุ และ ผล ที่ เป็น ธรรม กับ ทุก คน อย่าง เท่า เทียม ใน พระ พุทธศาสนา อำนาจ ไม่ ใช่ สิ่ง เลว ร้าย หาก อำนาจ นั้น ตั้ง อยู่ บน ศีล เมตตา และ ปัญญา ผู้ นำ ที่ มี ธรรม ย่อม เป็น ที่ พึ่ง ของ ผู้ คน แต่ หาก อำนาจ ขาด ธรรม แม้ เพียง เล็ก น้อย
ความ สั่น คลอน ก็ ย่อม เกิด ขึ้น อย่าง หลีก เลี่ยง ไม่ ได้ เพราะ ใจ ที่ ไม่ มั่น คง ย่อม พา โครง สร้าง ทั้ง ระบบ ให้ เอนเอียง ไป ด้วย นิมิต ที่ เกี่ยว ข้อง กับ ผู้ นำ ประเทศ จึง มิ ใช่ ลาง ร้าย แต่ เป็น คำ เตือน ว่า ตำแหน่ง ที่ สูง ขึ้น ย่อม มา พร้อม กับ ภาระ ทาง กรรม ที่ หนัก ขึ้น เช่น กัน ทุก คำ พูด ทุก การ ตัด สิน ใจ ล้วน มี ผล ต่อ ชีวิต ของ ผู้ คน จำนวน มาก บาง ครั้ง ผล นั้น อาจ ไม่ ปรากฏ ทัน ที แต่ จะ ค่อย ๆ สะสม อยู่ ใน กระแส ของ สังคม หลวง ตา เยื้อน มอง ผู้ นำ ด้วย ความ เมตตา ไม่ ใช่ ด้วย ความ โกรธ ท่าน เข้า ใจ ดี
ว่า ผู้ ที่ อยู่ ใน ตำแหน่ง สูง ย่อม แบก รับ แรง กด ดัน ความ คาด หวัง และ ความ ขัด แย้ง มาก มาย หาก ขาด ที่ พึ่ง ทาง ใจ ขาด ทำ เป็น หลัก ใจ ก็ อาจ เหนื่อย ล้า แข็ง กระด้าง หรือ หลง ทาง ได้ โดย ไม่ รู้ ตัว ใน ทาง ธรรม ผู้ นำ ที่ แท้ จริง ไม่ ใช่ ผู้ ที่ มี อำนาจ เหนือ ผู้ อื่น แต่ คือ ผู้ ที่ สามารถ นำ ใจ ตน เอง ได้ หาก ยัง นำ ใจ ตน เอง ไม่ ได้ อำนาจ ภาย นอก ก็ ยิ่ง กลาย เป็น ภาระ หนัก นิมิต จึง เหมือน การ เตือน ว่า ก่อน จะ นำ พา ใคร จง กลับ มา ดู ใจ ตน เอง ก่อน ว่า ยัง ตั้ง มั่น อยู่ ใน ความ ถูก ต้อง หรือ ไม่ นิมิต ถึง ผู้ นำ อย่าง สะท้อน ถึง ความ
สัมพันธ์ ระหว่าง ผู้ นำ กับ ประชา ชน เพราะ ใน ทาง หนึ่ง ผู้ นำ คือ ภาพ สะท้อน ของ สังคม หาก ผู้ คน ยัง เต็ม ไป ด้วย ความ โกรธ ความ แตก แยก และ ความ ไม่ อด ทน ผู้ นำ ก็ ย่อม ต้อง เผชิญ กับ แรง สั่น สะเทือน เหล่า นั้น เช่น กัน การ เปลี่ยน แปลง จึง ไม่ อาจ เกิด จาก ฝ่าย ใด ฝ่าย หนึ่ง เพียง ลำพัง หลวง ตา เยื้อ จึง ไม่ เคย เรียก ร้อง ให้ โทษ ผู้ นำ แต่ ชวน ให้ ทุก คน หัน กลับ มา ดู บท บาท ของ ตน ตน เอง ว่า เรา เป็น ประชา ชน ที่ มี สติ หรือ ไม่ เรา ใช้ คำ พูด และ การ กระทำ สร้าง สันติ หรือ เติม เชื้อ ให้ ความ ขัด แยก การ มี ผู้ นำ ที่
ดี เริ่ม ต้น จาก การ มี ใจ ที่ ดี ใน ทุก ระดับ ของ สังคม ใน ที่ สุด นิมิต ถึง ผู้ นำ ประเทศ ก็ กลับ มา ที่ ธรรมดา และ เรียบ ง่าย นั่น คือ ความ จริง ที่ ว่า ไม่ มี ใคร อยู่ เหนือ กฎ แห่ง กรรม ไม่ ว่า จะ สูง เพียง ใด หาก กระทำ ด้วย เจตนา บริสุทธิ์ ผล ย่ำ เป็น สุข หาก กระทำ ด้วย ความ หลง ผล ย่อม เป็น ทุกข์ นี่ ไม่ ใช่ คำ ขู่ แต่ คือ ความ ยุติธรรม ของ ธรรมชาติ หาก ผู้ นำ ฟัง คำ เตือน นี้ ด้วย ใจ ที่ เปิด กว้าง นิมิต ย่อม กลาย เป็น แสง สว่าง หาก ประชา ชน ฟัง ด้วย สติ นิมิต ก็ จะ กลาย เป็น บท เรียน และ หาก เรา ทุก คน ฟัง ด้วย
ความ อ่อน โยน นิมิต นั้น อาจ ไม่ ต้อง แสดง ผล เป็น ความ สั่น คลอน ใด ๆ เลย เพราะ ใจ ของ ผู้ คน ได้ เริ่ม ตั้ง มั่น ใน ธรรม แล้ว ทุก ยุค สมัย มี บท ทด สอบ ของ ตน เอง ไม่ มี ช่วง เวลา ใด ใน ประวัติศาสตร์ ที่ ปราศจาก ความ เปลี่ยน แปลง เพียง แต่ รูป แบบ ของ บท ทด สอบ นั้น แตก ต่าง กัน ไป ใน ยุค ปัจจุบัน ภาย ใต้ รัชกาล ที่ 10 หลวง ตา เยื้อ มอง ว่า นี่ คือ ช่วง เวลา แห่ง การ ทด สอบ ใจ มาก กว่า การ ทด สอบ พลัง หรือ อำนาจ ภาย นอก เป็น ยุค ที่ ไม่ ได้ ถาม ว่า ใคร แข็ง แรง ที่ สุด แต่ ถาม ว่า ใคร ตั้ง มั่น ได้ มาก ที่ สุด การ ทด
สอบ ใน ยุค นี้ ไม่ ได้ มา ใน รูป ของ สงคราม ใหญ่ หรือ ความ อด อยาก รุนแรง เหมือน ใน อดีต แต่ แฝง ตัว มา อย่าง แนบ เนียน ผ่าน ที่ หลั่ง ไหล ความ คิด เห็น ที่ แตก ต่าง ความ เร่ง ริบ ของ ชีวิต และ ความ คาด หวัง ที่ ถา โถม ใส่ ใจ มนุษย์ โดย ไม่ หยุด พัก ใจ ของ ผู้ คน จึง ถูก ทด สอบ ทุก วัน โดย ไม่ รู้ ตัว หลวง ตา เยื้อน เคย กล่าว ว่า ยุค ที่ ข้อ มูล มาก ใจ จะ เหนื่อย ง่าย หาก ขาด สติ ยุค ที่ เสียง ดัง ใจ จะ หลง ง่าย หาก ขาด ความ นิ่ง และ ยุค ที่ ทุก คน อยาก ถูก ใจ จะ ทุกข์ ง่าย หาก ขาด ความ อ่อน โยน คำ สอน นี้ สะท้อน ชัด ใน สังคม ปัจจุบัน
ที่ ผู้ คน ถูก ดึง ให้ เลือก ข้าง ถูก เร่ง ให้ ตัด สิน และ ถูก กระตุ้น ให้ รู้ สึก ตลอด เวลา จน ลืม ถาม ใจ ตน เอง ว่า เรา ยัง สงบ อยู่ หรือ ไม่ รัชกาล ที่ 10 ใน มุม มอง ทาง ธรรม จึง ไม่ ใช่ เพียง ช่วง เวลา แห่ง การ บริหาร บ้าน เมือง แต่ เป็น ช่วง เวลา แห่ง การ เรียน รู้ ภาย ใน ของ ผู้ คน ทั้ง แผ่น ดิน เป็น เวลา ที่ กรรม เก่า กำลัง แสดง ผล และ กรรม ใหม่ กำลัง ถูก สร้าง ขึ้น พร้อม กัน อย่าง รวด เร็ว ใคร ที่ ใช้ ชีวิต ด้วย ความ ประมาท ก็ จะ ถูก กระแส พัด พา ไป ไกล โดย ไม่ รู้ ทิศ ทาง ใน ทาง กลับ กัน ผู้ ที่ รู้ จัก หยุด รู้
จัก ฟัง และ รู้ จัก วาง จะ ค้น พบ ว่า ท่าม กลาง ความ วุ่นวาย ยัง มี พื้น ที่ แห่ง ความ สงบ ซ่อน อยู่ เสมอ ยุค นี้ จึง ไม่ ใช่ ยุค แห่ง ความ มืด หาก เป็น ยุค ที่ แสง สว่าง กับ ความ มืด ปรากฏ ชัด พร้อม กัน อยู่ ที่ ว่า ใจ ของ เรา จะ เลือก มอง อะไร และ ยึด อะไร เป็น หลัก หลวง ตา เยื้อ มอง ว่า การ ตื่น รู้ ใน ยุค นี้ ไม่ ได้ หมาย ถึง การ รู้ มาก ขึ้น แต่ หมาย ถึง การ รู้ ทัน ใจ ตน เอง รู้ ว่า เมื่อ ใด ควร รับ เมื่อ ใด ควร วาง เมื่อ ใด ควร พูด และ เมื่อ ใด ควร เงียบ ความ สามารถ เช่น นี้ ไม่ อาจ ได้ มา จาก การ เสพ ข้อ มูล แต่ เกิด จาก การ ฝึก
ฝึก สติ อย่าง สม่ำ เสมอ การ ทด สอบ ใจ ที่ สำคัญ ที่ สุด ใน ยุค นี้ คือ การ อยู่ ร่วม กับ ความ แตก ต่าง โดย ไม่ แตก แยก อยู่ กับ ความ ไม่ แน่ นอน โดย ไม่ หวาด กลัว และ อยู่ กับ ความ เปลี่ยน แปลง โดย ไม่ สูญ เสีย ความ เมตตา หาก ใจ เรา ทำ ได้ เช่น นี้ ไม่ ว่า ยุค สมัย จะ ผัน ผวน เพียง ใด ใจ ก็ ยัง คง เป็น ที่ พึ่ง ให้ ตน เอง และ ผู้ อื่น ได้ รัชกาล ที่ 10 จึง เป็น เหมือน กระจก บาน ใหญ่ ที่ สะท้อน ให้ เห็น ทั้ง จุด แข็ง และ จุด อ่อน ของ ผู้ คน ใน แผ่น ดิน เดียว กัน ใคร ที่ ยัง ยึด ติด กับ อดีต ก็ จะ ทุกข์ ใคร ที่ กังวล กับ อนาคต
มาก เกิน ไป ก็ จะ ฟุ้ง แต่ ใคร ที่ กลับ มา อยู่ กับ ปัจจุบัน จะ พบ ว่า ชีวิต ยัง มี ทาง เดิน ที่ สงบ และ งด งาม หลวง ตา เยื้อ มัก เตือน ว่า อย่า ฝาก ความ หวัง ทั้ง หมด ไว้ กับ ใคร หรือ สิ่ง ใด ภาย นอก เพราะ สิ่ง เหล่า นั้น ล้วน ไม่ เที่ยง ที่ พึ่ง ที่ แท้ จริง คือ ใจ ที่ มี ธรรม มี สติ และ มี เมตตา ยุค ใด ก็ ตาม หาก ผู้ คน จำนวน มาก กลับ มา ดู แล ใจ ตน เอง แผ่น ดิน นั้น ย่อม ไม่ ว่าง เปล่า จาก ความ หวัง ใน ที่ สุด ยุค แห่ง การ ทด สอบ ใจ นี้ ไม่ ได้ ต้องการ ผู้ ชนะ หรือ ผู้ แพ้ แต่ ต้องการ ผู้ ที่ ตื่น ตื่น จาก ความ ประมาท ตื่น จาก ความ หลง
และ ตื่น จาก การ โทษ กัน ไป มา หาก เรา ตื่น ได้ แม้ เพียง คน เดียว ความ สงบ ก็ จะ เริ่ม แผ่ ขยาย ออก ไป อย่าง เงียบ ๆ หลาย คน เมื่อ ได้ ยิน คำ ว่า รู้ ชะตา มัก นึก ถึง การ ล่วง รู้ อนาคต การ คาด ดาว เหตุ การณ์ หรือ การ เตรียม ตัว รับ มือ กับ สิ่ง ที่ ยัง มา ไม่ ถึง แต่ ใน มุม มอง ของ หลวง ตา เยื้อน การ รู้ ชะตา ที่ แท้ จริง ไม่ ได้ เริ่ม ต้น จาก ภาย นอก หาก เริ่ม ต้น จาก การ รู้ จัก ใจ ของ ตน เอง ใน ปัจจุบัน ขณะ ชะตา ใน ทาง ธรรม ไม่ ใช่ เส้น ทาง ที่ ถูก กำหนด ต่าย ตัว หาก เป็น กระแส ของ เหตุ และ ผล ที่ เปลี่ยน แปลง ได้ ตลอด
เวลา ตาม การ กระทำ เจตนา และ สติ ของ เรา ใน แต่ ละ วัน หลวง ตา เยื้อน จึง มัก เตือน ว่า ผู้ ที่ มัว แต่ กลัว อนาคต มัก ลืม ดู ปัจจุบัน ทั้ง ที่ ปัจจุบัน นี่ เอง คือ จุด เดียว ที่ เรา สามารถ เปลี่ยน ทิศ ทาง ของ ชะตา ได้ จริง นิมิต คำ เตือน หรือ เรื่อง ราว ต่าง ๆ ที่ เรา ได้ ยิน ไม่ ได้ มี หน้า ที่ ทำ ให้ ใจ หด หู่ หรือ หวาด หวั่น แต่ มี หน้า ที่ ปลุก ให้ ใจ ตื่น ให้ เห็น ความ ไม่ แน่ นอน ของ ชีวิต และ ชวน ให้ เรา กลับ มา ถาม ตน เอง ว่า วัน นี้ เรา ใช้ ชีวิต ด้วย ความ ประมาท หรือ ด้วย ความ รู้ ตัว หาก เรา ยัง มี สติ แม้
อนาคต จะ ไม่ แน่ นอน ใจ ก็ ยัง สงบ ได้ หลวง ตา เยื้อ สอน ว่า คน ที่ กลัว ชะตา มัก เป็น คน ที่ ยัง ไม่ รู้ จัก ใจ ตน เอง เพราะ เมื่อ ใจ ไม่ มี ที่ พึ่ง ก็ ต้อง มอง หา ที่ พึ่ง จาก สิ่ง ภาย นอก น แต่ คน ที่ ฝึก ใจ จน รู้ จัก วาง จะ ค่อย ๆ เข้า ใจ ว่า ไม่ ว่า จะ เกิด อะไร ขึ้น ใจ ที่ ตั้ง มั่น ใน ธรรม ย่อม ไม่ แตก สลาย ง่าย ๆ การ รู้ ชะตา ใน ความ หมาย นี้ จึง ไม่ ใช่ การ รู้ ว่า อะไร จะ เกิด ขึ้น แต่ คือ การ รู้ ว่า หาก สิ่ง ใด เกิด ขึ้น ใจ เรา จะ รับ มือ อย่าง ไร เรา จะ ตอบ สนอง ด้วย ความ โกรธ ความ กลัว หรือ ด้วย สติ และ เมตตา เพราะ ผล ลัพธ์ ของ
ชีวิต ไม่ ได้ ขึ้น อยู่ กับ เหตุ การณ์ เพียง อย่าง เดียว แต่ ขึ้น อยู่ กับ ใจ ที่ เผชิญ เหตุ การณ์ นั้น เป็น สำคัญ ใน โลก ที่ เต็ม ไป ด้วย ข่าว ร้าย คำ ทำนาย และ เสียง เตือน จาก ทุก ทิศ ทาง ใจ ของ ผู้ คน อ่อน ล้า ได้ ง่าย หลวง ตา เยื้อ จึง เน้น ย้ำ เสมอ ว่า อย่า ปล่อย ให้ ใจ แบก รับ ทุก เรื่อง ของ โลก ไว้ ทั้ง หมด เรา ไม่ จำเป็น ต้อง รู้ ทุก อย่าง ไม่ จำเป็น ต้อง ตอบ สนอง ทุก กระแส จำเป็น ต้อง รักษา ใจ ให้ สงบ เพราะ ใจ ที่ สงบ คือ ปัญญา ที่ กำลัง ทำ งาน เมื่อ ใจ สงบ เรา จะ เริ่ม มอง เห็น ว่า หลาย สิ่ง ที่ เคย กลัว แท้
จริง แล้ว ไม่ ได้ น่า กลัว อย่าง ที่ คิด และ หลาย สิ่ง ที่ เคย ยึด ก็ ไม่ จำเป็น ต้อง แบก ต่อ ไป ชะตา ที่ หนัก ใน อดีต อาจ เริ่ม เบา ลง ได้ เมื่อ ใจ เรา อ่อน ลง และ ยอม ปล่อย วาง ความ ดื้อ รั้น ของ ตน เอง หลวง ตา เยื้อ มัก กล่าว ว่า ชะตา ของ คน เรา ไม่ ได้ เปลี่ยน เพราะ ฟ้า เปลี่ยน แต่ เปลี่ยน เพราะ ใจ เปลี่ยน เมื่อ ใจ หยุด โทษ หยุด เปรียบ เทียบ และ หยุด ดิ้น รน เกิน จำเป็น ชีวิต ก็ จะ ค่อย ๆ กลับ เข้า สู่ ความ พอ ดี แม้ ปัญหา จะ ยัง อยู่ แต่ ใจ จะ ไม่ จม อยู่ ใน ปัญหา นั้น ตลอด เวลา การ กลับ มา ดู ตน เอง จึง เป็น ของ ขวัญ ที่
นิมิต และ คำ เตือน มอบ ให้ เรา อย่าง เงียบ ๆ ไม่ ได้ บังคับ ไม่ ได้ เร่ง รัด เพียง แต่ อยู่ ตรง นั้น รอ ให้ ผู้ ที่ พร้อม จะ ฟัง หยุด และ หัน กลับ มา หาก วัน นี้ เรา ฟัง แล้ว รู้ สึก ใจ เบา ลง นั่น แสดง ว่า เรา เข้า ใกล้ แก่น ของ ธรรม มาก ขึ้น แล้ว ใน ที่ สุด การ รู้ ชะตา ที่ ดี ที่ สุด ไม่ ใช่ การ รู้ ล่วง หน้า แต่ คือ การ รู้ ว่า ทุก สิ่ง ไม่ เที่ยง ทุก อย่าง เปลี่ยน แปลง ได้ และ ไม่ มี อะไร ควร ค่า แก่ การ ยึด จน ทำ ร้าย ใจ ตน เอง หาก เรา ยอม รับ ความ จริง ข้อ นี้ ได้ ใจ ก็ จะ ค่อย ๆ สงบ โดย ไม่ ต้อง พยายาม มาก นัก นิมิต อาจ ผ่าน ไป
ข่าว อาจ เปลี่ยน ผู้ นำ อาจ ผลัด เปลี่ยน แต่ สิ่ง เดียว ที่ อยู่ กับ เรา ทุก ลม หาย ใจ คือ ใจ ของ เรา เอง หาก เรา ดู แล ใจ นี้ ให้ ดี มี สติ มี เมตตา และ มี ความ อ่อน โยน ต่อ ชีวิต ชะตา ใด ๆ ก็ ไม่ อาจ ทำ ให้ ใจ เรา หวั่น ไหว เกิน จำเป็น ได้ บท เรียน จาก นิมิต และ คำ เตือน พา ใจ กลับ สู่ ความ สงบ เรื่อง ราว ราว ทั้ง หมด ที่ เรา ได้ ฟัง ไม่ ว่า จะ เป็น นิมิต คำ เตือน หรือ เหตุ การณ์ ใด ๆ ล้วน ไม่ ได้ มี เป้า หมาย เพื่อ ทำ ให้ เรา หวาด กลัว หาก แต่ เป็น การ ชวน ให้ เรา หยุด และ กลับ มา มอง ใจ ของ ตน เอง อย่าง ซื่อ สัตย์ ชีวิต มนุษย์ ไม่ แน่
นอน อำนาจ ชื่อ เสียง และ ความ มั่น คง ภาย นอก ล้วน เปลี่ยน แปลง ได้ เสมอ สิ่ง เดียว ที่ เรา ดู แล ได้ จริง คือ ใจ ใน ปัจจุบัน ขณะ หาก เรา ฟัง แล้ว เกิด สติ รู้ จัก ลด ความ โลภ ลด ความ โกรธ และ ลด ความ หลง แม้ เพียง เล็ก น้อย นั่น ก็ ถือ ว่า เรา ไม่ ได้ ฟัง เสีย เปล่า การ รู้ ชะตา ไม่ ใช่ การ รู้ อนาคต แต่ คือ การ รู้ ว่า วัน นี้ เรา ควร ใช้ ชีวิต อย่าง ไม่ ประมาท มี เมตตา ต่อ ตน เอง และ ผู้ อื่น มาก ขึ้น เพียง ใด ใน โลก ที่ วุ่นวาย การ ได้ มี พื้น ที่ เล็ก ๆ สำหรับ ฟัง ธรรม ฟัง ข้อ คิด และ พัก ใจ คือ บุญ อย่าง หนึ่ง หาก เนื้อ หา เหล่า นี้
ช่วย ให้ คุณ ใจ สงบ นอน หลับ สบาย หรือ มอง ชีวิต เบ่า ขึ้น ขอ เชิญ ร่วม เป็น กำลัง ใจ ให้ ช่อง นี้ ด้วย การ กด ติด ตาม กด ถูก ใจ หรือ แบ่ง ปัน ให้ ผู้ ที่ คุณ ห่วง ใย เพื่อ ให้ ธรรมะ อ่อน โยน เหล่า นี้ ได้ เดิน ทาง ไป ถึง หัว ใจ ของ ใคร อีก หลาย คน
