เมื่อ วัน ที่ 21 มกราคม 2569 ปปช. ได้ ออก แถลง ข่าว เกี่ยว กับ คดี สิน บน ทอง คำ แท่ง 246 บาท ว่า ที่ ประชุม มี มติ ส่ง เรื่อง คืน พนักงาน สอบ สวน เพื่อ ดำเนิน การ ให้ เป็น ไป ตาม พรป. ปปช. พ.ศ. 2561 มาตรา 61 วรรค 2 และ ดำเนิน การ ให้ เป็น ไป ตาม กฎ หมาย ต่อ ไป และ นั่น ก็ หมาย ความ ว่า พนักงาน สอบ สวน ถือ ว่า ไม่ มี อำนาจ ใน การ ดำเนิน คดี ดัง กล่าว ด้วย ตัว เอง รวม ทั้ง ปปช. ด้วย ซึ่ง ผม ก็ เข้า ใจ นะ ครับ ว่า ถ้า เรา ไม่ ใช่ นัก กฎ หมาย หรือ มี ความ รู้ เกี่ยว กับ เรื่อง กฎ หมาย และ รัฐธรรมนูญ ของ ไทย เรา ก็ อาจ จะ ไม่ สามารถ เข้า
ใจ ความ หมาย ใน ถ้อย คำ ของ ปปช. ได้ อย่าง ลึก ซึ้ง สำหรับ ผม ผม คิด ว่า ถ้า เรา ไม่ รู้ เรื่อง ใด เรา ก็ ไม่ ควร ปล่อย ให้ มัน หลุด ออก มา จาก ปาก เรา แต่ ถ้า เรา พูด ออก ไป แล้ว มัน ต้อง เป็น ความ จริง ที่ อ่าง อิง ได้ ครับ ใน การ นำ เสนอ ข่าว ของ สื่อ ต่าง ๆ มัน สำคัญ เป็น อย่าง ยิ่ง ครับ ที่ จะ ต้อง นำ เสนอ ข่าว ที่ เป็น กลาง และ ถูก ต้อง ตรง ตาม ความ เป็น จริง เพื่อ ประโยชน์ ของ สังคม อย่าง แท้ จริง ไม่ ว่า ความ คิด เห็น ส่วน ตัว ของ ช่อง ข่าว หรือ ผู้ สื่อ ข่าว จะ เห็น ด้วย หรือ ไม่ ก็ ตาม ครับ ใน กรณี บิ๊ก Jก มัน ปฏิเสธ ไม่ ได้ เลย นะ ครับ ว่า
มี ประชา ชน จำนวน มาก ที่ อยู่ ฝั่ง บิ๊ก Jก และ มอง ว่า บิ๊ก Jok ถูก กลั่น แกล้ง แล ก็ ยัง มี ประชา ชน จำนวน นึง ที่ เห็น ตรง ข้าม และ คิด ว่า บิ๊ก Jจก มี ความ ผิด จริง ถาม ว่า ทำไม ประชา ชน ทั้ง ประเทศ ถึง ไม่ เห็น ไป ใน ทาง เดียว กัน ผม คิด ว่า ส่วน นึง มัน น่า จะ เป็น เพราะ การ เสพ ข่าว จาก แหล่ง ข่าว ที่ นำ เสนอ ข้อ มูล ที่ ไม่ ถูก ต้อง ที่ ไม่ ตรง ตาม ความ เป็น จริง แต่ เพราะ ความ เชื่อ มั่น และ ศรัทธา ใน ตัว ผู้ สื่อ ข่าว ผู้ ประกาศ ข่าว และ สำนัก ข่าว จึง เชื่อ ข้อ มูล ใน ข่าว ว่า เป็น ความ จริง ทั้ง ๆ ที่ ใน ความ เป็น
จริง มัน คลาด เคลื่อน ไม่ เป็น ข้อ เท็จ จริง ครับ ซึ่ง ใน กรณี นี้ การ แถลง ข่าว ของ ปปช. เกี่ยว กับ คดี สิน บน ทอง คำ แท่ง 246 บาท ทาง สำนัก ข่าว New One ใน ราย การ New Hour ผู้ ประกาศ ข่าว ได้ วิเคราะห์ การ แถลง ข่าว ใน ครั้ง นี้ ว่า ใน การ ดำเนิน คดี กับ กรรมการ ปปช. นั้น ตำรวจ ต้อง ส่ง ผ่าน ประธาน รัฐสภา เพื่อ ให้ มี การ แต่ง ตั้ง กรรมการ สอบ สวน อิสระ เพื่อ ดำเนิน คดี นั้น เป็น ข้อ มูล ที่ ถูก ต้อง ครับ แต่ การ ดำเนิน คดี กับ บิ๊ก โจ๊ก และ ผู้ ที่ ถูก กล่าว หา อีก 4 คน ผู้ ดำเนิน ราย การ และ ผู้ วิเคราะห์ ข่าว ระบุ ว่า ปปช. ส่ง เรื่อง กลับ
คืน ให้ ตำรวจ เพื่อ ให้ ตำรวจ ดำเนิน การ ต่อ นั้น เป็น ความ จริง หรือ ไม่ ทุก ท่าน สามารถ พิจารณา ได้ ด้วย ตัว เอง จาก ข้อ เท็จ จริง ต่อ ไป นี้ ที่ อ้าง อิง หลัก กฎ หมาย และ รัฐธรรมนูญ ของ ไทย ครับ เมื่อ ที่ ประชุม ใหญ่ ได้ พิจารณา แล้ว ว่า ทั้ง ปปช. และ พนักงาน สอบ สวน ไม่ มี อำนาจ ใน การ ดำเนิน คดี การ ดำเนิน การ ให้ เป็น ไป ตาม กฎ หมาย ต่อ ไป จึง หมาย ความ ว่า พนักงาน สอบ สวน ต้อง ปฏิบัติ ตาม พรป. ปปช. พ.ศ. 2561 มาตรา 45 วรรค 1 ซึ่ง เป็น กฎ หมาย ที่ บัญญัติ กระบวน การ ตรวจ สอบ กรรมการ ปปช. ไว้ เป็น การ เฉพาะ โดย ระบุ ว่า ผู้ มี สิทธิ์ กล่าว
หา คือ ส.ส. สว. หรือ ประชา ชน จำนวน 20,000 คน โดย ต้อง ยื่น เรื่อง ต่อ ประธาน รัฐสภา เพื่อ ให้ ส่ง ต่อ ไป ยัง ประธาน ศาล ฎีกา ให้ มี การ แต่ง ตั้ง คณะ ผู้ ไต่ สวน อิสระ ต่อ ไป ครับ เมื่อ พิจารณา เหตุ ผล ทาง กฎ หมาย ตาม มาตรา 28 วรรค 2 ประกอบ มาตรา 30 และ มาตรา 45 แห่ง พรป. ปปช. พ.ศ. 256 ซึ่ง ระบุ ว่า คดี ที่ มี ลักษณะ การ กระทำ ความ ผิด ที่ เกี่ยว ข้อง กัน จะ ต้อง ดำเนิน การ ใน คราว เดียว กัน ซึ่ง นั่น ก็ หมาย ความ ว่า ตำรวจ ต้อง ส่ง เรื่อง ของ กรรมการ ปปช. และ บิ๊ก โจ๊ก และ ผู้ ที่ ถูก กล่าว หา อีก 4 คน ไป ดำเนิน คดี พร้อม ๆ กัน ผ่าน ประธาน รัฐสภา
ซึ่ง พล. ตำรวจ เอก เอก อังสนานนท์ ได้ ออก มา แสดง ความ คิด เห็น เกี่ยว กับ กรณี นี้ ว่า ใน อดีต ที่ ผ่าน มา ไม่ เคย มี กรณี แยก การ สอบ สวน ใน เมื่อ ปปช. ตอน นี้ ได้ คืน สำนวน กลับ มา แบบ นี้ เข้า ใจ ว่า อาจ ต้อง รวม เป็น คดี เดียว กัน และ ส่ง เรื่อง ทั้ง หมด ไป ให้ คณะ กรรมการ ไต่ สวน พิเศษ ของ ประธาน ศาล ฎีกา ได้ ไต่ สวน ผู้ ที่ ถูก กล่าว หา ทั้ง หมด เพราะ ตำรวจ คง ไม่ มี อำนาจ ใน การ สอบ สวน อีก แล้ว ซึ่ง สิ่ง ที่ พล. ตำรวจ เอก ได้ กล่าว มา นี้ เป็น การ ยืน ยัน ข้อ เท็จ จริง ที่ ทนาย ของ บิ๊ก โจ๊ก ก็ ได้ พยายาม จะ สื่อ สาร
มา ตั้ง แต่ ต้น ดัง นั้น ผม จึง ขอ ตั้ง คำ ถาม ว่า การ นำ เสนอ ข่าว ที่ ผู้ สื่อ ข่าว ใน ราย การ New Hour ที่ ช่อง New One ใน ส่วน ของ บิ๊ก Jจ๊ก ที่ ปปช. ส่ง กลับ คืน ให้ ตำรวจ เป็น ผู้ ดำเนิน ราย การ ต่อ ไป นั้น ตรง ตาม ความ เป็น จริง หรือ ไม่ อย่าง ไร >> เอ่อ การ พิจารณา ใน ครั้ง นี้ เนี่ย นะ ฮะ ก็ เสร็จ เด็ด ขาด ใน เรื่อง ของ เอ่อ คดี สิน บน นะ ฮะ >> อีก 5 คน ที่ เหลือ เนี่ย แม้น ว่า อีก คน หนึ่ง คือ นาย สมบัติ ทรธรรม เนี่ย >> จะ เป็น คน ของ ปปช. กระผ แต่ >> เค้า นับ มั้ย >> แต่ ก็ ไม่ ได้ นับ ว่า ไม่ ได้ ไม่ ได้ อยู่ ใน ฐานะ
ที่ จะ ใช้ กฎ หมาย อย่าง กรรมการ ปปช. นะ ก็ ถือ ว่า เป็น >> เอ่อ เจ้า หน้า ที่ ของ รัฐ ธรรมดา คน หนึ่ง >> ก็ คือ 5 ท่าน ที่ เหลือ นี่ เข้า ปปช. พิจารณา ได้ เลย >> ครับ ก็ เข้า ไม่ เข้า ปปช. ปปช. ก็ มี มติ ส่ง กลับ ให้ พนักงาน สอบ สวน ของ ตำรวจ นะ ฮะ ของ ตำรวจ นะ ฮะ พนักงาน สอบ สวน ของ ตำรวจ เนี่ย รับ สำนวน กลับ ไป นะ ดำเนิน คดี ต่อ นะ ฮะ ก็ เท่า กับ ว่า บิ๊ก โจ๊ก เนี่ย นะ >> พล. ตำรวจ เอก สุรเชษฐ หัก พา เนี่ย นะ ครับ ก็ จะ ต้อง ไป เผชิญ หน้า กับ เอ่อ อย่าง ไอ้ บิ๊ก เต่า นะ ฮะ พล. ตำรวจ ตรี จรูญ เกียรติ ปานแก้ว นะ รอง
ผู้ บัญชา การ ตำรวจ สอบ สวน กลาง นะ แล้ว ก็ อีก หลาย ท่าน ที่ เคย เอ่อ ต่อ สู้ กัน มา ใน ทาง คดี นะ ครับ เอ่อ ตอน นี้ ก็ เท่า กับ ว่า มิ๊ก โจ๊ก เนี่ย จะ ดิ้น ไป ไหน ก็ ไม่ ได้ แล้ว เพราะ มติ ของ ปปช. เนี่ย ยืน ยัน ชัด เจน ว่า ให้ ตำรวจ นะ >> เจ้า ของ สำนวน ดำเนิน คดี ต่อ ไป >> อ๋อ นี่ ๆ เออ ที่ ประชุม จึง มี มติ ส่ง เรื่อง ข้อ กล่าว หา คืน พนักงาน สอบ สวน เพื่อ ดำเนิน การ ตาม พระ ราชบัญญัติ ประกอบ รัฐธรรมนูญ ว่า ด้วย ปปช. ได้ เลย >> ครับ >> ให้ เป็น ไป ตาม กฎ หมาย >> ครับ >> โดย เฉพาะ มาตรา สำคัญ สำคัญ นะ ครับ ที่ เป็น
เหตุ ผล ของ การ แถลง ของ คณะ กรรมการ ปปช. เมื่อ วาน ก็ คือ มาตรา 45 ทั้ง วรรค เลข และ วรรค 2 สาระ สำคัญ คือ การ ดำเนิน คดี กับ คณะ กรรมการ ปปช. และ บุคคล ซึ่ง ท่าน กล่าว หา ว่า เป็น ตัว การ ผู้ ใช้ ผู้ สับสนุน หรือ ผู้ ให้ ขอ ให้ รับ ว่า จะ ให้ ก็ ตาม ต้อง เป็น ลักษณะ ของ การ ดำเนิน การ ไป ด้วย กัน ครับ แยก สำนวน ไม่ ได้ นะ ครับ แล้ว คณะ กรรมการ ปปช. ก็ มี ความ เห็น ออก มา แล้ว ว่า ท่าน ก็ ไม่ มี อำนาจ และ ท่าน ก็ แจ้ง มา ใน คำ สั่ง แล้ว ว่า ตำรวจ ก็ ไม่ มี อำนาจ ตาม ที่ ผม ได้ ดำเนิน การ นำ เรียน ทั้ง หมด
นะ ครับ เพราะ ฉะนั้น ขั้น ตอน นี้ จะ ต้อง ไป เริ่ม ที่ รัฐสภา เท่า นั้น ครับ ก็ คือ ประธาน รัฐสภา ส่วน ประธาน รัฐสภา ซึ่ง ตอน นี้ นะ ครับ ก็ ต้อง ตี ความ กัน ว่า ท่าน ประธาน วุฒิ ซึ่ง ทำ หน้า ที่ แทน จะ ทำ เรื่อง เหล่า นี้ ได้ หรือ ไม่ นะ ครับ ถ้า ทำ ได้ ขั้น ตอน ต่อ ไป ก็ ส่ง ไป ยัง ประธาน ศาล ฎีกา นะ ครับ เพื่อ ตั้ง คณะ ผู้ ไต่ สวน อิสระ นะ ครับ แล้ว ก็ ถ้า ถ้า เกิด ว่า มี การ ตั้ง คณะ ผู้ สวน อิสระ เนี่ย ก็ ตั้ง โดย ประธาน ศาล ฎีกา ตาม มาตรา 50 นะ ครับ ที่ ผม บอก ไป ครั้ง ที่ แล้ว นะ ครับ ไม่ น้อย 7 คน นะ ครับ ไ
หลัก ๆ ก็ คือ จะ มี อธิบดี อัยการ นะ ครับ หรือ ตำแหน่ง เทียบ เท่า แล้ว ก็ คน ที่ มี ความ ซื่อ สัตย์ สุจริต เป็น ที่ ประจักษ์ ต่าง ๆ นานา นะ ครับ ซึ่ง เป็น การ ตั้ง โดย ประธาน และ สภา ครับ
