บิ๊กโจ๊กทำสิ่งนี้? เพื่อพี่น้องประชาชน แน่นอน

เพราะแบบนี้นี่เองบิ๊ก Jok ถึงได้โดนสกัด จุดไม่ให้ขึ้นเป็นผบ.ตร.จากบทสัมภาษณ์ใน รายการเคลียร์ชัดๆทางช่อง Workp บิ๊ก Jok วิสัยทัศน์ในการพัฒนาวงการตำรวจเพื่อ เรียกศรัทธาจากประชาชนกลับคืนมาอีกครั้ง โดยบิ๊กJจ๊กกล่าวว่าถ้าได้ขึ้นเป็นผบตร. สิ่งแรกที่จะทำก็คือลดอำนาจผบตร.หรือลด อำนาจตัวเองแล้วกระจายอำนาจออกไปเช่นให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยก ย้ายนายตำรวจตั้งแต่ชั้นผู้การลงไปถึง ชั้นประทวนเป็นต้นนอกจากจะเสนอให้มีการ ยุบกองบัญชาการต่างๆที่มีอยู่จำนวนมากใน ปัจจุบันแล้วบิ๊กJกเสนอให้มีการลดจำนวน นายพลแล้วเอาอัตราเงินเดือนของนายพลไป

จ้างตำรวจชั้นประทวนเช่นสารวัฏและรอง สารวัฏ บิ๊กโจ๊กบอกว่าเงินเดือนของนายพล 1 คน สามารถจ้างนายตำรวจชั้นประทวนได้ถึง 7 คน บิ๊กโจ๊กมองว่าตำรวจที่ทำงานจริงๆก็คือ ตำรวจที่อยู่โรงพักดังนั้นการเพิ่มปริมาณ ข้าราชการตำรวจในชั้นประทวนจะทำให้ตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเวลาประชาชนเดือด ร้อนก็มักจะไปแจ้งความที่รองพรรคมากกว่า ที่จะมาที่กองบัญชาการเพิ่มจำนวนตำรวจที่ โรงพักจึงเป็นการทำให้ตำรวจสามารถบริการ ประชาชนได้อย่างทั่วถึง อีกเรื่องที่บิ๊กโจ๊กบอกว่าเป็นเรื่องที่ สำคัญและควรต้องรีบพัฒนาก็คือการนำเอา

เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ ของตำรวจบิ๊กJจกบอกว่าเราควรต้องมี Database ที่จัดเก็บและรวบรวมข้อมูลของ สำนวนคดีต่างๆเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและทำ ให้ประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลและ ความคืบหน้าของสำนวนคดีได้ด้วยตัวเองผ่าน ทางช่องทางออนไลน์ ในการจัดหาเทคโนโลยีใหม่ๆดังกล่าวบิ๊ก Jok แนะนำว่าให้ใช้การเช่าซื้อเพื่อตัดปัญหา ทุจริตกินค่าคอมมิชัในการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อดีของการเช่าเพื่อนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ด้วยการทำสัญญาเช่า 5 ปีหรือ 10 ปี จะช่วยตัดปัญหาภาระซ่อมบำรุงเพราะเมื่อ หมดสัญญาเช่าเราก็เช่าเครื่องใหม่ที่ทัน สมัยกว่าเดิม

บิ๊กJจ๊กเชื่อว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วย ทำให้ตำรวจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้นและเมื่อตำรวจทำหน้าที่ได้ดี ประชาชนก็จะกลับมาเชื่อมั่นและศรัทธา ตำรวจอีกครั้งครับ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับบิ๊ก Jจกยังมีไอเดียอื่นๆอีกมากมายที่จะช่วย พัฒนาวงการศรีกากีให้พ้นจากวิกฤตความ ศรัทธาของประชาชน ส่วนตัวผมมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นไอเดีย ที่ดีมีเหตุผลเพราะบิ๊กJกมีประชาชนเป็น หลักทุกอย่างที่แนะนำก็เพื่อให้ประชาชน ได้รับการบริการที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบันแต่แน่นอนครับเป็นที่รู้กันว่า ทุกๆวันนี้เรามาถึงจุดนี้ที่ประชาชนหมด

ความศรัทธาและเชื่อมั่นในสถาบันตำรวจก็ เพราะมีตำรวจกลุ่มเล็กๆกลุ่มนึงเท่านั้น ที่ไม่เห็นหัวประชาชนมุ่งมั่นที่จะใช้ ตำแหน่งหน้าที่ในการหาผลประโยชน์ใส่ตัว และพวกพ้องของตนครับลองคิดดูดีๆสิครับว่า ถ้าบิ๊กโจ๊กได้เป็นผบตร.แล้วทำทุกอย่าง ตามที่ได้กล่าวไว้ตำรวจกลุ่มเล็กๆเหล่า นั้นก็จะไม่สามารถก่อโกยผลประโยชน์ให้ตัว เองได้อีกต่อไปจึงไม่แปลกใจเลยครับว่า ทำไมถึงได้มีขบวนการล้มโจ๊กและสกัดกั้น ไม่ให้บิ๊กโจ๊กได้ขึ้นเป็นผบ.ร.ครับ เราต้องทำเป็นไทม์ไลน์มาเหลือว่า 6 เดือน เราจะทำอะไรนะ 1 ข้อแรกนะครับเดือนแรก ก่อนเอ่อกระจายอำนาจลดอำนาจผดอำนาจตัวเอง นะกระจายอำนาจลงไปข้างล่างให้ผู้การ

จังหวัดเนี่ยเอ่อเซ็นแต่งตั้งแต่รองผู้ การโรงใบจนถึงชั้นประทวนในจังหวัดผา แต่ผร. เนี่ยมีอำนาจทั้งภายในและภายนอกอยู่แล้ว นะครับแต่เพียงแต่ว่ามันทำให้การก้าวก่าย ของผร.เนี่ยน้อยลงแล้วผู้การจังหวัดมี อำนาจมากขึ้นแล้วอะไรครับยุบกองบัญชาต่าง ๆที่มันมากมายมหาศาลยุบนายพลลงให้มัน เหลือน้อยลงแล้วเอาอัตราเงินเดือนที่จ้าง นายพลเนี่ยลงไปจ้างตำรวจช้ำประทวนรอง สาวัตวัฏให้มากขึ้นเพราะอะไรครับเพราะคน ทำงานคือโรงพักวันนี้เราขาดแคลนคนเพราะ ฉะนั้นถ้าเราจ้างชั้ประท้ววนมากขึ้นอย่า ลืมครับเงินเดือนจ้างนายพล 1 คนเนี่ยจ้าง ชั้นประท้ววนได้ 7 คนเพราะฉะนั้นถ้าเรา

ยุบกำลังพลที่ว่างงานเดินตกติดตกแตกอยู่ นี้เราจะสามารถเพิ่มอัตรากำลังพลที่โรง พักซึ่งเรามี 1,400 โรงพักถามว่าประชาชน วันนี้เดือดร้อนไปไหนไม่ได้มากองบัญชานะ ครับไม่ได้มากองพการแต่ไปโรงพักเพราะ ฉะนั้นถ้าเราเพิ่มกำลังพลโรงพรรคให้มาก ขึ้นนะประชาชนก็จะได้รับการบริการที่รวด เร็วมากขึ้นสำนวนก็จะไม่ค้างเราต้องใช้ เทคโนโลยีมาทำ Big Data เพื่ออะไรครับ เพื่อจะให้การทำงานโรงพักเนี่ยมันสะดวก รวดเร็วแล้วพนักงานสอบสวนเนี่ยสามารถสอบ สวนได้อย่างรวดเร็วไปดึงข้อมูลจากส่วน ต่างๆเช่นประชาชนไปแจ้งความแล้วพนักงาน สอบสวนเอ่อจะต้องไปสอบใครครับไปสอบเจ้า

หน้าที่กรมสรรพากรไปสอบเจ้าหน้าที่กรม สัมปสามิตรไม่ต้องเพราะอะไรครับมันเชื่อม ต่อกันหมดแล้วพนักงานสวนสามารถออนไลน์ได้ เลยดึงข้อมูลจากกรมสัมปสามิตรกรมสรรพากร ได้หมดวันนี้มันต้องทำให้การสอบสวนมัน สะดวกด้วยเทคโนโลยี AI แล้วก็การเก็บกการ เก็บสำนวนสอบสวนหรือกากสำนวนการสอบสวนสวน ที่ประชาชนแจ้งความเนี่ยเราต้องเก็บโดย ระบบเทคโนโลยีเ้าเรียกว่าเก็บโดยระบบ ออนไลน์เช่นประชาชนแจ้งความแล้วประชาชน อยากจะรู้นะฮะว่าตอนนี้คดีไปถึงไหนนั่ง อยู่บ้านเลยดูเลยสามารถเข้าถึงสำนวนได้ เฉพาะส่วนที่ของตัวเองเท่านั้นคือวันนี้ ยิ่งท้ายเทคโนโลยีต้องยิ่งมากแต่วันนี้

เราเห็นที่ผมผิดหวังกับผปตร.ท่านนี้เพราะ อะไรครับคือท่านของบสร้างเยอะไปหมดแต่ ท่านไม่มีงบเรื่องเทคโนโลยีถามว่าของบ สร้างทำไมไม่ควรจะสร้างเพราะสร้างมันเยอะ แยะไปหมดแล้วจนมันล้นถูกมั้ครับวันนี้เรา ต้องมาใช้เทคโนโลยีถูกมั้เพราะฉะนั้นแต่ ว่าอะไรครับผมไม่ได้ว่าผรท่านทุจริตแต่ หลายหน่วยเน้นการสร้างเพราะการสร้างมัน ได้อะไรครับได้คอมมิชชั่นแต่เทคโนโลยีเรา ใช้เช่าซื้อเช่าซื้อมันไม่ได้คอมมิชชั่น แล้วเทคโนโลยีนะฮะผมต้องกราบเรียนประชาชน หลายท่านอาจจะฟังผมแล้วงงแต่หลายท่านคงจะ รู้วันเนี้ยเราไม่ต้องไปจัดซื้อจ้างเรา ใช้เช่าซื้อเลยพอเช่าซื้ออะไรครับ 5 ปี 1

ปี 8 เดือน 8 เดือนเทคโนโลยีเปลี่ยนเ เปลี่ยนรุ่นใหม่ให้เลยเหมือนรถเช่าอ่ะ เห็นมั้ครับพอรถชนปั๊บเข้ารถคันใหม่มาให้ เลยแล้วเราไม่ต้องเสียคอมมิชชั่นเพราะ ฉะนั้นผมมองว่าถ้าจะพัฒนาองค์กรถ้าผมเป็น นะครับ 1 กระจายอำนาจนะครับโดยชัดเจนไม่ มีใครอยากเสียอำนาจแต่เราต้องกระจายอำนาจ ต้องทำสวนทางเพราะฉะนั้นสิ่งเนี้ยมันจะทำ ให้ประชาชนเนี่ยเขาเริ่มเชื่อมั่นและ ศรัทธานะครับแล้ววันนี้อย่าลืมนะครับว่า การทำงานเนี่ยเราจะไปชมกันเองนะถามว่า ประชาชนจะรู้ว่าตำรวจทำงานเนี่ยเอ่อเมื่อ ไหร่ตำรวจทำงานแล้วไม่ได้หมายว่าผู้การ รู้เมื่อไหร่ตำรวจทำงานประชาชนเขาจะรู้

เองนะครับมันจะต้องเป็นความรู้สึกของ ประชาชนเขา >> วันนี้ผมเองได้รับมอบอำนาจจากท่านพล. ตำรวจเอกสุวเชษหนักพานนะครับให้มาดำเนิน การในการอ่าฟ้องคดีกับนายตำรวจใหญ่ท่าน หนึ่งนะครับในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการ โฆษณานะครับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 326 328 332 นะครับอันสืบเนื่องมาจาก ท่านตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้นะครับได้ให้ สัมภาษณ์ต่อนักข่าวนะครับผ่านช่อง YouTube และรายการทีวีต่างๆจนประชาชนได้ทราบใน ทั่วไปนะครับผ่าน 4 ช่องรายการนะครับใน ขณะนั้นก็คือรายการปากแซ่บรายการเที่ยง วันทันเหตุการณ์เข้มข่าวเย็นแล้วก็เที่ยง

ทันข่าวนะครับโดยข้อความได้มีการอ่าให้ สัมภาษณ์นะครับในวันที่ 20 มกราคม 2569 และวันที่ 30 มกราคม 2569 นะครับข้อความ หมิ่นประมาทในทำนองว่าพลตำรวจเอกสุรเชษฐ หักพานเนี่ยหรือรองโจ๊กเนี่ยนะครับตบลูก น้องนะครับยศพลตำรวจโทจนแก้วหูทะลุแล้วก็ ข้อความบอกว่าหูเสียไปเลยนะครับบาดเจ็บ สาหัสส่วนอีกคนเนี่ยยศพันตำรวจเอกนะครับ นะครับหัววรรค 2 นะซึ่งที่เหตุผลของ กรรมการปปช. ของกรรมการปปช.นะเดี๋พี่ให้ดูนะครับ หนังสือที่กรรมการปปช.ฉบับของกรรมการปปช. อยู่เนี่ยฮะนะกรรมการปปช.เนี่ยที่มีการ รายละเอียดมาเนี่ยเราต้องทำความเข้าใจกัน

แบบง่ายๆนะครับกฎหมายของประเทศไทยเนี่ยนะ ครับถ้ามีการดำเนินการผ่านตำรวจเขาจะใช้ วิธีการสอบสวนถ้าเป็นคดีอาญาแต่ถ้าเป็น คดีอาญาทุจริตใช้วิธีการไต่สวนนะครับขึ้น กับอำนาจถ้าอำนาจเป็นของปปช.อำนาจการอ่า เป็นของปปช.บอกเขาจะใช้ไต่สวนเพราะฉะนั้น ตำรวจจะไม่มีอำนาจสอบสวนเพราะอำนาจนั้น ตำรวจจะต้องแค่รวบรวมพยานหลักฐานรวบรวม ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเบื้องต้นนะ ครับแล้วก็ส่งต่อให้กับอ่าทางส่วนของปปช. ถ้าเป็นเรื่องทั่วๆไปที่ไม่ใช่ไม่ใช่ เรื่องทองเรื่องนี้นะครับนะแล้วก็จะไปจบ ที่ศาลอาญาทุจริตเพราะฉะนั้นการที่ตำรวจ นะครับถ้าจะไปดำเนินการในการสอบสวนถ้าคดี

อยู่ในอำนาจปปช.เท่ากับการดำเนินการซ้ำ เพราะการไต่สวนก็คือการวิธีการดำเนินการ เพื่อได้มาซึ่งพยานหลักฐานต่างๆแต่เขา เรียกว่าไต่สวนแต่เป็นอำนาจปปช.แต่ถ้า เป็นคดีทองที่ท่านไปเรียกร้องขอความเป็น ธรรมอยู่เนี่ยนะครับ เราต้องการให้ดำเนินการบังคับใช้ให้ถูก ต้องตามกฎหมายโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญเพราะตอน นี้การดำเนินการในการขั้นตอนเนี่ยอยู่ที่ คณะผู้ไต่สวนอิสระซึ่งเกิดจากการแต่งตั้ง ของท่านประธานอ่า ศาฎีกาท่านประธานศาลฎีกาเนี่ยตั้งคณะผู้ สวนอิสระผมจำไม่ได้แต่ตามกฎหมายเบอกว่า ไม่น้อยกว่า 9 คนนะครับซึ่งขั้นตอนตอน เนี้ยเพราะฉะนั้นคณะผู้ไต่สวนอิสระจะเป็น ผู้ใช้อำนาจไต่สวนนะครับไม่ใช่ปปช.และไม่

ใช่ตำรวจเพราะฉะนั้นการที่มีการดำเนินการ ตอนนี้เนี่ยเนื่องจากว่าตอนที่มีประธาน วุฒิสภาที่ส่งเรื่องไปนะครับอันนี้เรายัง ไม่ได้มีการอ่าวินิจฉัยนะครับเพราะกฎหมาย เนี่ยบอกว่าเป็นเรื่องของสภาผู้แทน วุฒิสภา 1 ใน 5 ของจำนวน 2 สภาแต่ณขณะที่ยื่นไป เนี่ยยื่นจากสภาเดียวอยู่นะครับนะยื่นจาก อ่าวุฒิสภาจำนวน 140 กว่าคนนะครับแต่ยัง ไม่มีรายชื่อของส.ส.เลยนะครับเพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้นะครับเมื่อมีการยื่นเนี่ย ยื่นแต่ท่านกรรมการปปช.นะครับว่ากระทำ ความผิดแต่ความจริงในรูปการที่ท่านรอง 1 เอ่ยชื่อได้นะครับท่านไปเอาคลิปมาเนี่ยก็

ชัดเจนว่า 1 ท่านเนี่ยนะครับถ้าดูกัน เบื้องต้นเนี่ยท่านคือคนหนึ่งที่กล่าว อ้างตัวเองว่าเป็นผู้กระทำความผิดนะครับ ถ้าตามลูกการถือท่านไม่ได้บอกแต่ว่าการ ที่ท่านเอาทองไปส่งแล้วท่านอ้างว่าเอาไป ติดสินบนเนี่ยนะครับเพราะฉะนั้นแต่ตอน เนี้ยยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับ ท่านภาคภูมิเลยนะท่านภาคภูมิก็ไปยื่นต่อ รัฐสภาเมื่อไปยื่นต่อรัฐสภาเนี่ยนะครับ แต่ไปยื่นเฉพาะท่านกรรมการปปช.คนเดียวตอน นี้ปรากฏว่าสำนวนที่เหลือเกิดจากตรงนี้ ครับหนังสือของคณะกรรมการปปช.นะครับ เดี๋ยวผมจะให้ดูนะครับว่าเหตุผลให้เราได้ เข้าใจตรงกันนะครับเดี๋ยวพยายามอธิบายอีก

หลายคน >> ซึ่งไม่แน่ใจว่าหมายถึง 17 คนที่พูดถึง หรือไม่นะครับแต่ว่าส่วนของการดำเนินการ ของนายตำรวจชั้นชั้นผู้ใหญ่ท่านนั้นนะ ครับก็ข้อความจากที่เราตรวจสอบนะครับจาก รายงานแพทย์ต่างๆไม่ได้เป็นไปข้อจริงตาม ที่ท่านให้สัมภาษณ์นะครับซึ่งการดำเนิน การของท่านเนี่ยมองว่าเป็นการใส่ความพล. ตำรวจเอกสุวรเชษฐหักพานหรือรองโจ๊กนะครับ ผ่านการบันทึกภาพกระจายเสียงกระจายภาพโดย การโฆษณาเพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบนะซึ่ง ต่อมานักข่าวก็ได้นำคำให้สัมภาษณ์ดัง กล่าวไปโฆษณาเผยแพร่นะครับลงในสื่อสังคม ออนไลน์ต่างๆจนทำให้พลตำรวจเอกซวยเชษหนัก

พานหรือรองโจ๊กเนี่ยเสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นอย่างมากนะครับซึ่งพิจารณาจากข้อความ ที่หมิ่นประมาทและพฤติการการให้สัมภาษณ์ ของนายตำรวจท่านนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่า ท่านมีเจตนาจะให้ข่าวจะให้นักข่าวนำข้อ ความการให้สัมภาษณ์ของท่านไปเผยแพร่เพื่อ ให้ประชาชนผ่านทราบนะครับผ่านสังคม ออนไลน์ต่างๆเพื่อเจตนาเพื่อประจานพล ตำรวจเอกซัวเชษฐหรือรองโจ๊กให้เสื่อมเสีย ชื่อเสียงถูกดูหมิ่นถูกเกียรติชังนะครับ แล้วก็การดำเนินการต่างๆเนี่ยทางของท่าน พลตำรวจเอกสวเชษฐเห็นว่าควรจะให้กระบวน การเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายนะครับเพราะทาง ของ 2 ท่านนี้ก็ได้ไปแจ้งความซึ่งทางท่าน

สุรเชษก็ได้มีการไปแจ้งความในข้อหาแจ้ง ความเท็จแล้วก็ฟ้องเท็จนะครับซึ่งจะขึ้น ศาลวันที่ 20 นี้แหละครับนะครับที่จะขึ้น ที่ศาลอาญาก็เลยมองว่าท่านตำรวจนายตำรวจ ชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้เนี่ยไม่ควรจะมาให้ สัมภาษณ์นะครับในเรื่องที่เป็นการข้อเท็จ จริงที่ไม่เป็นความจริงนะครับอันเป็นการ ใส่ความนะครับก็เลยมานำเรื่องมาฟ้องต่อ ศาลในวันนี้เพื่อให้ศาลได้เป็นอ่าผู้ พิสูจน์นะครับว่าข้อจริงส่วนไหนที่เป็น เรื่องจริงและก็เป็นเรื่องที่ไม่จริงนะ ครับเพราะว่าจะไม่ได้นำมาสู่ความเสียหาย ให้กับท่านสุรเชษฐนะครับเพราะถ้าเกิดว่า ไม่มีการพิสูจน์ก็จะยังคงความเสียหายอยู่

ครับ >> วันนี้ได้มีการฟ้องเรียบร้อยแล้วนะครับก็ ผมขออนุญาตปิดชื่อไว้นะครับนะเป็นเลขคดี อออ่าง 1025/2569 นะครับโดยมีการนับในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.00 น.นะครับซึ่งจะเป็นการ ไต่สวนบุญฟ้องนะครับอันนี้ก็ต้องให้โอกาส ท่านที่ถูกฟ้องนะครับเนื่องจากว่ายัง เพิ่งเข้าสู่กระบวนการฟ้องยังก็มีการไต่ สวนบนฟ้องก่อนนะครับซึ่งศาลจะมีคำสั่ง ประทับรับฟ้องหรือไม่นั้นก็ว่าด้วยพยาน หลักฐานกันในวันดังกล่าวนะครับ >> เอ่อ >> ถ้า 17 คนเท่าที่ทราบผมก็ทราบจากข่าวถ้า จากที่ท่านทางท่านโจ๊กเนี่ยยังไม่มีการ แจ้งข้อหานะครับแต่ว่าทางส่วนของท่านโจ๊ก

เนี่ยนะครับเราได้มีการหารือกันว่าถ้า เกิดว่าทางลูกน้อง 17 คนที่ได้มีการอ่า พูดคุยผ่านสื่อออกมาว่าจะมีการไปแจ้งความ ดำเนินคดีถ้าเกิดสิ่งที่เขาจะไปแจ้งความ มันเป็นเรื่องจริงแล้วเขาพิสูจน์ได้ทาง ท่านโจ๊กก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการแต่ถ้า เป็นเรื่องไม่จริงแล้วท่านที่นำไปแจ้ง ความหรือไปเป็นพยานในคดีต่างที่เกี่ยว ข้องนะครับท่านโจ๊กพร้อมที่จะดำเนินคดี กับทุกคนนะครับท่านท่านเรียนมาแบบนั้นนะ ครับเพราะว่าท่านก็ต้องรักษาชื่อเสียงของ ท่านนะครับเพราะว่าเหตุการณ์ในการดำเนิน การที่บอกว่ามีการตบเนี่ยท่านยืนยันนะ ครับกับทีมทนายว่าท่านไม่เคยทำลายลูกน้อง

นะครับการดำเนินการต่างๆนะครับมันก็เป็น เรื่องเหมือนพี่สอนน้องแล้วก็มีแต่สิ่ง ที่ดีๆมอบให้เพราะและที่สำคัญในคดีนี้ เนี่ยถ้าที่มาแจ้งเนี่ยบอกว่าเหตุเกิด เมื่อกุมภาพันธ์ซึ่งผมดูไทม์ไลน์แล้ว เนี่ยในขณะนั้นท่านโจ๊กเนี่ยเป็นผู้ บังคับการตำรวจสายตำรวจ 191 ส่วนท่านพัน ตำรวจโทท่านที่พูดถึงท่านดำรงตำแหน่ง สารวัฏสืบสวนสนพญาไทยซึ่งอยู่คนละสายงาน นะครับไม่น่าจะมาบรรจบกันได้ในวันดัง กล่าวและที่สำคัญมากๆเหตุการณ์ที่กล่าว อ้างเนี่ยอ้างว่าเกิดขึ้นจะจริงหรือไม่ จริงไม่รู้อ้างว่าเกิดขึ้นเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 60 แต่เพิ่งมามีการดำเนินการ

แจ้งความกล่าวโทษนะครับเมื่อวันเมื่อ ประมาณเดือนมกราคม 69 ซึ่งอันนี้ก็ต้อง ฝากสังคมนะครับว่าผมก็ไม่ทราบว่าความมุ่ง หมายของท่านที่แจ้งความเนี่ยนะครับถ้ามัน เหตุการณ์เกิดขึ้นจริงๆทำไมมันถึงเลยไป ถึง 9 ปีนะครับประมาณนะครับถ้าจะบอกว่า เอ๊ะตอนนั้นมีอิทธิพลมันคงไม่ใช่นะท่านก็ ยังคงทำงานร่วมกันอยู่นะครับแล้วก็เจริญ ก้าวหน้าที่การงานด้วยซ้ำนะครับเท่าที่ผม เห็นเนี่ยอยู่ในตำแหน่งสำคัญหมดเลยนะครับ ตำแหน่งที่ตำรวจทั้งประเทศนะครับมีความ รู้สึกว่าอยากทำหน้าที่นะครับเพราะฉะนั้น ผมมองว่ามันน่าจะน่าจะมีนัยยะสำคัญอะไร สักอย่างนะครับที่นำมาสู่การเข้ามาแจ้ง

ความเมื่อเหตุการณ์รุร่วงมาถึง 9 9 ปีนะ ครับนะซึ่งผมมองว่าอันเนี้ยก็ต้องให้เขา พิสูจน์นะครับนะครับแล้วก็ต้องให้ท่าน พิสูจน์ให้ท่านโจ๊กพิสูจน์ตัวเองด้วยนะ ครับเราก็เลยเลือกที่จะมาเส้นทางของ กระบวนการยุติธรรมทางศาลนะครับเพราะว่า ขั้นตอนกฎหมายของประเทศไทยเหมือนที่ทราบ ่ะนะครับกฎหมายก็มีระบุชัดเจนถ้าเหมือน เรื่องทองก็ตามนะครับแต่ปัญหาเวลามีการ บังคับใช้เนี่ยมันมักจะออกไปในทิศทางที่ ออกในเรื่องของการขยายขอบเขตอำนาจบ้างนะ ครับหรือบางท่านบางหน่วยงานก็อาจจะออกใน แนวรู้แก่อำนาจบ้างนะครับซึ่งกฎหมายก็มี บัญญัติชัดเจนนะครับเหมือนที่ภาพข่าวที่

ออกมาเมื่อวัน 2 วันที่ผ่านมาว่ามีการไป ติดตามคดีความคืบหน้านะครับเรื่องทองนะ ครับผมย้ำตั้งแต่แรกนะครับผมเป็นคนพูด ผ่านพี่น้องสื่อมวลชนเพื่อถ่ายทอดไปยัง ประชาชนให้ทราบนะครับว่ากฎหมายประเทศไทย เนี่ยมีการบัญญัติทุกเรื่องค่อนข้าง ละเอียดแล้วก็มีการอธิบายอธิบายราย ละเอียดนะครับเพราะฉะนั้นเรื่องทองเนี่ย นะครับถ้าการดำเนินการคดีกับท่านกรรมการ ปปช.นะครับก็จะเป็นการดำเนินการผ่านกฎ หมายรัฐธรรมนูญมาตรา 236 นะครับและการ ดำเนินการของอ่า เกี่ยวกับการทุจริตหรือการเรียกรับผล ประโยชน์ก็ตามเนี่ยนะครับก็มีพ.รบ.ประกอบ อยู่ 2 ฉบับพ.รบ.ประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ ก็ฉบับหนึ่งก็เป็นเรื่องของปปช.อีกฉบับก็

คือเรื่องของการดำเนินคดีกับผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองซึ่งระบุไว้ชัดเจนนะ ครับว่าถ้ามีการดำเนินคดีกับกรรมการปปช. ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 60 นั้นจะต้องมี การดำเนินการผ่านวิธีการเป็นการเฉพาะนะ ครับรวมถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันไม่ ว่าจะเป็นลักษณะตัวการผู้ใช้ผู้สนับสนุน แถลงข่าว >> โดยท่านเลขาคณะกรรมการปปช.นะครับเมื่อวัน ที่ 21 มกราคม 2569 ดูสวยดีนะครับมีท่อนสำคัญนะครับมีการ วินิจฉัยอยู่ในหน้าที่ 2 และวัดสุดท้าย ซึ่งนำมาสู่ที่ตำรวจได้มีการมองว่าเขามี อำนาจดำเนินการต่อแล้วผมจะบอกให้เห็นว่า ท่านไม่มีอำนาจนะครับอันนี้ก็คือตามคำ วินิจฉัยเนี่ยจะบอกว่าตามพระราชบัญญัติผม

พูดย่อๆนะตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยป้องกันปราบปรามการ ทุจริต 2561 มาตรา 28 วง 2 ประกอบมาตรา 30 บัญญัติว่าในกรณีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ ของรัฐว่าได้กระทำความผิดฐานทุจริตต่อ หน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้า ที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ใน การยุติธรรม และเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจ ของคณะกรรมการปปช.ที่จะต้องดำเนินการไต่ สวนและวินิจฉัยซึ่งคดีมีลักษณะของการ กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกันและความผิด เรื่องใดเรื่องหนึ่งจะต้องดำเนินการใน คราวเดียวกันมครับจึงเข้าองค์ประกอบตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2561

มาตรา 45 ที่ผมพูดถึงนะครับที่จะต้องให้ ประธานรัฐสภาพิจารณาเพื่อเสนอเรื่องไปยัง ประธานศาลฎีกาในการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ และตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธี พิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการ เมืองนี่คือวรรคของการวินิจฉัยแล้วพอวรรค ต่อมานะครับที่สำคัญมากๆที่ประชุมของคณะ กรรมการปปช.จึงมีมติส่งเรื่องกล่าวหาคืน พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 61 วรรค 2 นะและดำเนินการให้เป็นไป ตามกฎหมายต่อไปเห็นมั้ยครับนั่นหมายถึง ว่าปปช.ก็ท่านก็เขียนมาแล้วว่าท่านไม่มี

อำนาจตำรวจก็ไม่มีอำนาจเพราะฉะนั้นจะต้อง ไปดำเนินการตามมาตรา 61 ของพรบ.ประกอบของ ปปช. 61 และดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ก็คือวรรคที่วินิจฉัยขั้นบนก็คือ 45 ถูก มั้ครับนี้การดำเนินการพอมาเป็นลักษณะแบบ นี้นะครับตาม 61 เนี่ยจะส่งคืนได้ต่อ เมื่อนะครับ 1 นะครับเป็นเรื่องที่ไม่มี อำนาจกับ 2 เป็นความผิดไม่ร้ายแล้งแต่ เรื่องนี้ปปช.เคยมีคำวินิจฉัยมาแล้วว่า เป็นเรื่องร้ายแรงเพราะฉนั้นท่านจะส่งคืน ให้ตำรวจและตำรวจจะมองว่ามีอำนาจไม่ได้นะ ครับแล้วก็ที่สำคัญนะครับเมื่อการหนังสือ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของกองคดีนะครับ สำนักงานตำนแห่งชาติเรื่องการดำเนินคดี

อาญากับกรรมการปปช.ซึ่งแม้จะลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2545 ตามรัฐธรรมนูญ 40 ก็ตาม แต่เจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญยังไม่ เปลี่ยนนะครับในเหตุผลของอันนี้เป็นเหตุ ผลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคท่านสัน เป็นคนสันคนตำรวจเอกสัน์สรุตานนท์ท่าน เขียนไว้เองนะครับเห็นมั้ยครับมีชัดเจน แล้วก็มีท่อนคำวินิจฉัยซึ่งค่อนข้างจะตรง เลยนะครับ นะครับเขาก็จะมีการประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา นะครับซึ่งการดำเนินการนั้นนะครับก็จะ ต้องมีการคืนสำนวนนะครับถ้าโดยปกตินะครับ มีข้อบัญญัติไว้ชัดเจนนะครับแล้วก็ที่ สำคัญนะครับ นี่เห็นมั้ยครับ

อันนี้คือคู่มือซึ่งระบุไว้ในพรบ.นะครับ ในพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 2561 ของปปช.ตาม มาตรา 61 วรรค 3 ว่าคณะกรรมการปปช.จะต้อง มีหนังสือคู่มือปฏิบัติงานไปยังพนักงาน สอบสวนเห็นมั้ครับนี่นะครับแล้วก็จัดส่ง ให้พนักงานสอบสวนแล้วจะอ้างว่าไม่ทราบไม่ ได้ครับแล้วก็มีระบุไว้ชัดเจนนะหน้า 39 เห็นมั้ยครับเนี่ยฮะ อธิบายเป็นภาษาง่ายๆเลยก็คือหากข้อสังเกต หากเป็นการกล่าวหาคณะกรรมการปปช.คำว่า ทุจริตต่อหน้าที่อำนาจการไต่สวนเป็นของ คณะกรรมคณะผู้ไต่สวนอิสระซึ่งแต่งตั้งโดย ประธานศาลฎีกาเห็นมั้ครับแล้วท่านยังคงจะ บอกว่าท่านมีอำนาจในการสอบสวน

ไม่เท่ากับว่าท่านใช้อำนาจการสอบสวนที่ ไม่ชอบแล้วท่านยังทำดำเนินการในการสอบสวน ซ้ำซ้อนกับอำนาจไต่สวนของคณะผู้ไต่สวน อิสระนะครับเพราะฉะนั้นการที่ท่านนำส่ง สำนวนในวันเมื่อไม่นานมานี้มายังพนักงาน อัยการการอธิบดีอัยการปรับปรามทุจริตนั้น นะครับซึ่งตอนนี้ก็เป็นอำนาจของท่าน อธิบดีในการที่วินิจฉัยแต่ที่จะเรียนให้ ทราบนะครับว่าอำนาจเ่อดังกล่าวเนี่ยนะ ครับตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องเดียวกันจะไป 2 ศาลไม่ ได้ครับนะครับจะต้องไปจบที่ศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตาม ขั้นตอนนะครับของคณะผู้ไต่สวนอิสระยกเว้น

คณะผู้ไต่สวนอิสระมีการวินิจฉัยไต่สวนสวน แล้วเห็นว่าไม่มีมูลอันนั้นก็จะมีคำสั่ง โดยที่อาจจะไม่ได้ฟ้องนะครับก็ขออธิบาย เพิ่มเติมในเรื่องนี้ด้วยนะครับว่าที่ ท่านได้มีการไปดำเนินการในการแจ้งต่างๆนะ ครับกระตุ้นนะครับผมก็ไม่ทราบความต้องการ ของท่านนะครับเพราะว่าท่านก็แจ้งวันนั้น ผมจำได้ว่าผมไปแถลงข่าวที่ปปช.ช่วงเช้าพอ ช่วงบ่ายท่านก็ไปยื่นหนังสือที่วุฒนะครับ แล้วก็ก็มีการดำเนินการนะครับซึ่งเราก็ พยายามจะบอกว่าขั้นตอนของตำรวจดำเนินการ เนี่ยไม่มีอำนาจวันที่ 20 กรกฎาคม 69 นะ ครับ >> ก็อีกใบนึงครับ >> อีกใบคือ >> อีกใบที่ทาย

>> ตัวไหนอ่ะ >> แถลงการปปช. มี 3 อย่างอ่ะอันนี้เอาย่อๆอยู่ไหนอ่ะอ่ะ นี้มั้อันนี้ใช่มั้ >> อันนี้อันนี้ 1 อย่างแล้วก็ของ ปปช.อยู่ไหนเมื่อกี้ที่บอยถืออ่ะ >> เนี่ยพี่ปปช.อันนี้พี่ให้เอาเราไปดูข่าว คร่าวๆของวันนี้นะแต่ว่าคิดว่าน่าจะเห็น กันอยู่แล้ว อันเนี้ยครับแล้วก็อีกอันนึง เป็นของท่านฉัน >> ไปไหนแล้วว่ะ อ่าเนี่ยมันจะมีอยู่ 3 ส่วนนะครับที่ผม พูดพูดถึง นะครับแบบนี้ได้มั้ย อันนี้แถลงข่าวของปปช. นะครับอันนี้คู่มืออ่ะ 3 รายการนะบอยถือ ก็ได้มาคุมถือเนี่ย เห็นมั้ฮะ ตรงๆให้เค้าเออนะครับ จากสารบจากทะเบียนสาระบบและให้แจ้ง พนักงานสอบสวนทราบต่อไปขอขอไฮไลท์หน่อย

มั้ฮะ >> เดี๋ยวๆตรงเนี้ยครับมันเป็นท่อนสำคัญใน ยุคนั้นนะครับแล้วก็ท่านอาจจะอ้างว่าเป็น รัฐธรรมนูญคนละฉบับแต่รัฐธรรมนูญของ ประเทศไทยเนี่ยที่สำคัญเนี่ยอยู่ที่ เจตนารมณ์ครับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไม่ ว่า 40 50 60 การดำเนินการอ่าการดำเนิน คดีกับกรรมการปปช.จะมีการระบุในแต่ละ รัฐธรรมนูญไว้ชัดเจนนะครับซึ่งแนวทางจะ เป็นลักษณะเดียวกันหมดของปี 40 ก็ไม่ได้ ไม่ได้ทำให้เจตนารมณ์ไม่ทำให้เจตนารมณ์ปี 60 แตกต่างจาก 40 เพียงแต่เพิ่มให้รัฐ คุมขึ้นโดยใช้คำว่ารัฐสภาก่อนหน้าเเป็น วุฒิสภานะครับเพราะฉะนั้นในส่วนของการ ดำเนินการที่เห็นนะครับบอยเดินไปเอา ไฮไลท์

แป๊บนี๋พี่ไฮไลท์ให้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *