สัมพันธ์ลับ “สนธิ–โจ๊ก” : Sondhitalk (ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง)

ทีนี้ความใกล้ชิดสนมตรงนี้เนี่ยผมกับจัก ทิพยสุรเจนหัก[เพลง]พานเรู้เขาต้องการที่ จะเอามาเพื่อที่จะให้ผมช่วยประสาน[เพลง] งานให้ผมก็ใจดีนึกว่าเออถ้าคนทะเลาะกันมา คบกันใหม่ก็ดี [เพลง] ตอนนี้มาช่วงที่สำคัญที่สุดอีกเรื่อง หนึ่งที่ผมจะเล่าให้ฟังผมรู้จักพล.ตำรวจ เอกสุรเชษฐหักพานเมื่อไหร่ที่ไหนอย่างไร คุณสุรเชษฐหักพานนั้นแวะมาหาผมโดยผ่านการ ขอร้องให้ผมได้พบเพราะขณะนั้นคุณสุรเชษฐ หักพันนั้นมีเรื่องมีราวกับพล.ตำรวจเอก จักทิพย์ชัยจินดา เนื่องจากพล.เอกจักทิพย์ชัยจินดานั้นโดน ลูกน้องของพล.ตำรวจสุรเชษฐหักพานคือนาย ตั้มทนายศิทธาเบี้ยบังเกิดทำเรื่องทำราว

แจ้งความร้องทุกข์ไปที่ปปช.ในเรื่อง 2-3 เรื่องเรื่องแรกคือเรื่องเครื่องbiทริกใน การตรวจสอบคนที่เดินทางเข้าเมืองซึ่งเป็น เรื่องเป็นราวมาว่าพล.ตำรวจเอกจักทิพย์ นั้นทำงานโดยไร้ระเบียบทุกอย่างแล้วก็เอา อารมณ์ตัวเองเป็นตัวตั้งคดีนี้อยู่ในมือ ของคุณสุภาปิยจิตติซึ่งในประวัติแล้วเป็น คนที่คุณสุรเชษฐหักพานเคารพรักมากที่สุด ก็ปรากฏว่าก็มีการตรวจสอบไปตรวจสอบมา เรื่องก็ไม่สรุปซะทีจนกระทั่งพลเอก จักทิพย์ชัยชินดาทนไม่ไหวทำหนังสือร้อง เรียนไปที่ประธานปปช.หลายครั้งว่าตัวเอง ไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะว่าตัวเองไม่ ได้ถูกเรียกให้เข้าไปสอบว่าข้อมูลของตัว

เองเี่เป็นยังไงให้ไปข้อแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งหนังสือร้องเรียนของนายศิทธาเบี้ย บังเกิดนั้นที่น่าสนใจอย่างท่านผู้ชมครับ หนังสือของนายศิทธาเบี้ยบังเกิดนั้นที่ไป ร้องปปช.นั้นร่างนั้นไปปรากฏอยู่ใน โน้ตบุ๊กของพันตำรวจโทคริสที่พล.ตำรวจตรี ทินนกรรังมาศและพล.ตำรวจโทไตรผิวพรรณเข้า ไปขอหมายศาลเพื่อไปค้นบ้านแล้วยึด คอมพิวเตอร์มาได้พอผู้ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ ต่างๆข้อมูลต่างๆก็ปรากฏว่าได้พบหนังสือ ร่างในการฟ้องร้องพลตำบรจักร ทิพย์ชัยชยินดาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของพลพัน ตำรวจโทคริสซึ่งพันตำรวจโทคริสนั้นว่าไป แล้วก็คือเลขาส่วนตัวของพลตำรวจเอก

สุรเชษฐหักพานนั่นเองก็เลยเป็นที่น่า ประหลาดใจตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไอ้หนังสือ หรือร้องเรียนที่นายสิทธาเบี้ยบังเกิด นั้นเข้าไปส่งปปช.ทำไมต้นทุล่างถึงอยู่ กับคอมพิวเตอร์อันนี้อนุมานได้มั้ยเป็นไป ได้มว่าจริงๆแล้วการร้องอันนี้ก็คือพลเก สุรเชษฐหักพานใช้ให้ศิทธาเบี้ยบังเกิด เป็นคนไปร้องเรียนอันนี้ผมไม่ยืนยันแต่ผม จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ออกมาคือเรื่องราว ของพล.ตำรวจเอกจักทิพย์ชัยจินดากับพล. ตำรวจเอกสุรเชษฐหักพานนั้นเป็นเรื่องที่ ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบไม่มีทางคืนดีได้ สุรเชษฐหักพานก็เลยมาขอร้องเพราะเขารู้ ว่าผมสนิทสนมกับพลตำรวจจักทิพย์ชัยจินดา

มากไม่เป็นความลับท่านผู้ชมในประเทศไทยมี ตำรวจในอดีต 3 คนที่ผมสนิทสมด้วยเป็น อย่างมากและดูแลกันมาตลอดคนแรกคือพลเอก จักทิพย์ชัยชินดาอดีตผบตร.ทำไมผมสนิทเขา ผมรู้จักพ่อเขามานานแล้วสนิทสนมกับพ่อเขา มากแล้วก็ต่อมาที่ลูกอีกคนคือพลตำรวจเอก ชยศิริอัมพันกุล ซึ่งตำแหน่งสุดท้ายคือเจเลตำรวจแห่งชาติ แล้วตอนหลังพอเกษียณอายุแล้วพลเอกประยุทธ จันทโอชาตั้งเขาเป็นเลขาธิการปปงแล้วก็ ต่อเนื่องไปเป็นประธานปปงอีกคนก็คือพล ตำรวจโทสมหมายกองวิสัยสุขผู้บัญชาการ ตำรวจปราบปรามยาเสพติดทั้ง 3 คนนี้ผมรู้ จักมาตั้งแต่ยังเป็นยศร้อยตำรวจโทแต่การ

เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งนั้นผมไม่ได้ไปยุ่ง เกี่ยวข้องเพราะว่าพลเอกจากทิพย์นั้นเ้า มีช่องทางทางเดินของเค้านะเค้าเป็นเด็ก ที่จบวชาวุธิเด็กวชาวุธินั้นมีเพื่อนฝูง เยอะแยะหมดแล้วเเป็นพวกรักพวกรักพ้องแต่ ผมไม่ปฏิเสธว่าผมนี่อยู่เบื้องหลังการ เจริญเติบโตของพลตำรวจโทสมหมายกอง วิสัยสุขซึ่งผมรู้จักเ้าตอนนั้นเาเป็นแค่ รองสารวัฏอำเภอขุดชุมจังหวัดนครราชสีมา และพล.ตำรวจเอกชัยยะเสิรพันธ์ตอนนั้นที่ ผมรู้จักเเป็นแค่รอยตำรวจโทชัยยะ สิพันธกุลประจำสำนักงานอธิบดีกรมตำรวจก็ คือพล.ตำรวจเอกแสวงธีรสวัสดิ์พล.ตำรวจเอก แสวงธีรสวัสดิ์เกษียณอายุลงไปเมื่อเกษียณ

อายุลงไปแล้วเนี่ยเด็กๆที่อยู่ในสำนักงาน นั้นก็เกษายออกไปยกเว้นลูกของพล.แสวง เจสวัสดิ์เท่านั้นที่ยังมีตำแหน่งที่เอา ไปลงที่กองปราบได้เอาไปลงที่โน่นนี่ได้ดู แลเค้าเพื่อให้เขาได้อยู่ที่ดีพอสมควรเขา ถูกย้ายไปอยู่ราชบุรีแล้วหลังนั้นเไปโน่น ไปนี่คนคนนึงที่ช่วยผมสนับสนุนพลตำบุรุษ เอกชัยยะสิพันกุลก็คือพี่นันคุณอานัน์ อนันตระกูลซึ่งตอนนั้นก็มีอำนาจมีบารมี สูงจนกระทั่งเขาเริ่มเจริญเติบโตขึ้นมาพอ เขาเข้าไปยศรองผู้กำกับแล้วจะขึ้นผู้ กำกับนั้นคนที่เป็นผู้กำกับหนึ่งผู้กำกับ อันดับ 1 ก็คือคนที่ต้องคอยดูแลการโกง หุ้นการปั่นหุ้นนะฮะสินค้าปลอมแปลงนะฮะ

โน่นนี่นั่นนะฮะผู้กำกับหนึ่งก็คือตอน นั้นยศตอนนั้นคือพันตำบุรุษเอกอำนวยนิ่ม มโนให้ขึ้นผู้กำกับที่กองอำับการหนึ่ง เท่ากับไปแย่งตำแหน่งของคุณอำนวยนิ่มมโน นั่นคือสิ่งที่พี่นวยของผมไม่พอใจผมมา ตั้งแต่ไหนแต่ไรผมไม่มีอะไรปิดชัดเจนผม อยู่แค่นี้เองจักทิพย์ชัยชินดา นั้นกับภรรยาเดร.เจ้าจุ๋มภรรยาเ้าเป็น เจ้าของมหาวิทยาลัยศรีปทุมต้นตระกูลเค้า ส่วนจักทิพย์ชัยจินดานั้นโดยพื้นฐานเนี่ย พ่อเขาคือพี่ประณีตชัยจินดาเป็นคนมีเงิน มีทองเป็นคนอ่างศิลาบางแสนแล้วมีพรรคพวก เยอะแยะไปหมดเพราะฉะนั้นความใกล้ชิดกับ จักทิพย์ชัยชินดาผมไม่เคยปฏิเสธผมเห็นเขา

เจริญเติบโตมาเรื่อยๆนะจนกระทั่งผมเคย เล่าประวัติของผมให้ฟังแล้วไงว่าวันที่ผม เข้าไปมอบตัวที่กองบัญชาการตำรวจตำรวจ นครบาลข้อหาหมิ่นพระบรมชานุภาพมาตรา 112 นั้นพลโทประยุทธ์จันทร์โอชาซึ่งท่านเป็น แม่ทัพภาคหนึ่งได้รับคำสั่งจากผู้หลักผู้ ใหญ่ระดับสูงให้มาดูแลความปลอดภัยผม ประยุทธ์จันทร์โอชาก็มอบหมายให้ยศขณะนั้น พันตำรวจเอกจักทิพยนมาดูแลความปลอดภัยของ ผมระหว่างที่ผมเข้ามอบตัวเอาล่ะความใกล้ ชิดสนมกับผมกับตำรวจ 3 คนนั้นพลตำรวจเอก จักทิพย์ชัยดาพลตำรวจเอกชัยยะสิพันธ์กุล พลตำรวจตำรวจโทสมหมายกองอุทยสุขนั้นเป็น ที่รู้กันในวงการตำรวจผมก็ถามแป๊ะ

จักทิพย์ว่าเฮ้ยโจ๊กเข้ามาอย่างี้ จักทิพย์จยดาบอกพี่ผมไม่คุยด้วยไอ้นี่มัน จุดๆๆผมไม่พูดแล้วกันนะเดี๋ยวจะกลายเป็น คนหมิ่นประมาทเขาบอกว่าผมเนี่ยเป็นคนที่ ส่งเสริมมันขึ้นมาเองตั้งแต่สมัยอยู่ที่ หาดใหญ่ช่วยมันสมัยที่ผมยังยังเป็นผู้ บัญชาการอยู่ทางใต้ช่วยมันตลอดจนกระทั่ง มันเข้าไปรู้จักกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณความที่เป็นคนพูดเก่งเอาใจนาย เก่งก็เลยทำให้เป็นคนสนิทของพล.ตำรวจเอก ประวิตรวงษ์สุวรรณแล้วในช่วงเวลาที่พลเอก ประวิตรวงษ์สุวรรณเป็นประธานกตร.ตำแหน่ง รองนายกนะฮะโดยที่พลเอกประยุทธ์ให้เป็น ประธานกตร.คนที่ทำงานแทนพลเอกประวิตรก็

คือสุรเชษฐหักพานจะชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็น ไม้ก็อยู่ที่สุรเชษฐหักพานจะมีติดขัดก็ใน ช่วงบางช่วงที่พล.ตำรวจเอกพัชรวาส วงษ์สุวรรณซึ่งเป็นน้องชายพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณนั้นต้องการเรื่องนี้แต่ สุรเชษฐหักพานอาจจะไม่เห็นด้วยแต่ในที่ สุดแล้วน้องชายกับพี่ชายก็คุยกันได้ สุรเชษฐเลยจำเป็นต้องถอยให้กับพลตำรวจ พัชรวาสวงษ์สุวรรณก็เลยเกิดความขัดแย้ง ระหว่างน้องพลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณและพล ตำรวจเอกสุรเชษฐหักพานซึ่งเป็นคนสนิทที่ เขาบอกว่าผมเข้าไปพบพลเอกประวิตรนั้นเหตุ ผลก็เพราะว่าพลเอกประวิตรท่านพูดกับพล ตำรวจเอกชัยศิลพันธ์คุณว่าเฮ้ยพาสนธิมา

เจอผมหน่อยเห็นเค้าวิพากษ์วิจารณ์ผมหนัก นะฮะนั่นคือที่ผมเข้าไปแล้วเข้าไปก็ ระหว่างที่เข้าไปนั้นพล.ตำรวจสุรเชษฐก็ เฝ้าอยู่หน้าห้องก็เป็นคนพาผมเข้าไปเจอ กับพลเอกประวิตรก็คุยกันเรื่องไร้สาระผม ก็พูดตามสไตล์ของผมผมไม่มีอะไรผมก็พูดจา วิพากษ์วิจารณ์ไปตามจุดยืนในฐานะเป็น หนังสือพิมพ์ของผมก็มีอยู่แค่นั้นเองที นี้ความใกล้ชิดสนมตรงนี้เนี่ยผมกับ จักทิพย์สุรเชษหักพานเรู้เขาต้องการที่จะ เอามาเพื่อที่จะให้ผมช่วยประสานงานให้ผม ก็ใจดีนึกว่าเออถ้าคนทะเลาะกันมาคบกัน ใหม่ก็ดีแต่ผมรู้ว่าจักทิพย์ชัยจินดาก็ มองผมอย่างไม่ไว้วางใจเพราะไม่รู้ว่าทำไม

ผมถึงไปสนิทกับสุรเชษฐหักพานซึ่งไม่ควร เป็นคนที่ผมควรจะเข้าไปสนิทด้วยเลยแต่ผม ก็มองสุรเทพพันในแง่ดีเพราะผมยังไม่รู้ ต้นสายปลายเหตุอย่างลึกซึ้งเพิ่งมา 2-3 ปี 30 ปีให้หลังนี่เองผมถึงจะรู้ว่าอ๋อ สุรเชษฐหักพานนั้นไม่ใช่ธรรมดาวีรกรรม เยอะมากมีผู้คนกล่าวหาเขาหลายเรื่องไม่ ว่าจะเป็นพล.ตำรวจเอกพจน์โพษีนะฮะแล้วพล. ตำรวจโทสมคิดบุญถนอมที่มีเรื่องราวกับพล. ตำรวจเอกสุรเชษฐหักพานก็เอาเป็นว่าตั้ง แต่สมัยที่จักทิพย์ชัยจินดาเป็นผู้บัญชา การตำรวจแห่งชาตินั้นตัวที่ทำงานแทน จักทิพย์ชัยจยินดานั้นก็ควรที่จะเป็น สุรเชษฐหักพานเพราะว่าอาศัยบุญบารมีของพล

เอกประวิตรวงษ์สุวรรณในการอ้างชื่อประธาน กดร.ว่าท่านประวิตรท่านประธานจะต้องการ อย่างงี้อย่างงี้อย่างี้ต้องการให้คนนี้ นั่งตำแหน่งนี้พลตำรวจเอกจากทิพยก็ไม่ได้ เป็นตำแหน่งผู้บัญชาการแห่งชาติอย่างเต็ม ตัวเพราะว่าอำนาจการโยกย้ายแต่งตั้งนั้น อยู่ที่ในมือของพลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณใน ฐานะประธานกรร.และคนทำงานแทนพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณนั้นก็คือพล.ตำรวจเอกสุรเชษฐ หักพานนั่นคือการริเริ่มระหว่างที่ สุรเชษฐหักพานเข้ามาหาผมไอ้ผมก็ยังมองว่า เค้าเป็นคนที่เป็นคนหนุ่มไฟแรงน่าที่จะ เจริญเติบโตก้าวหน้าต่อไปเขาก็พูดกับผม ตลอดเวลานะเบอกพี่ทิช่วยผมหนุนหลังผมให้

ผมขึ้นปปตราย ราชการอีกนานถ้าผมขึ้นปปตรผมไม่ลืมพิธี เลยเดี๋ยวผมจัดให้พิธีเดือนละ 15 ล้านบาท ผมยังหัวร้อนบอกเฮ้ยโจ๊กไม่ต้องพี่ไม่ได้ เดือดร้อนอะไรถ้าอยากดูรายการนี้ไม่มี อะไรสะดุดหรือติดขัดกดไลค์กด Follow และ กดแชร์ YouTube ก็เช่นกันท่านผู้ชมครับ เมื่อท่านเข้า YouTube เพื่อดู YouTube เนี่ยถ้าให้ท่านกด Subscribe กดไลคแล้วก็ แชร์ด้วยกดกระดิ่งที่ YouTube นะฮะท่าน ผู้ชมครับอย่าลืมนะครับท่านผู้ชมสิ่งผม ได้จากคนตำรวจเอกสุรเชษฐหักพานคือเวลาเขา ไปเที่ยวต่างประเทศเขาจะซื้อเสื้อมาฝากผม มีเสื้อเชิตสีฟ้ายี่ห้อGuุชชี่ที่ท่านผู้

ชมถ้าดูรายการผมจะเห็นว่าผมเคยใส่เสื้อ ยืดสีฟ้าแขนยาวท่านผู้ชมบางคนบอกสวยดี นั่นคือเสื้อยี่ห้อกุชี่ที่พลตำรวจเอก สุเชษซื้อมาฝากผมรวมทั้งเสื้อนอกบางตัวนะ ฮะเป็นเสื้อประเภทใส่กับกางเกงอะไรก็ได้ ซึ่งเผอิญเซื้อมาตัวเล็กไปผมก็ไม่ได้ใช้ รู้สึกผมจะให้ลูกน้องผมใส่ไปและเสื้อแขน สั้นบางตัวคุณสุรเชษเพูดถึงเรื่องเงินที่ เค้าทำบุญกับผม 1 ล้านบาทใช่ผมเป็นคนชอบ ทำบุญเวลาถึงหน้ากฐินแล้วผมว่าจะชวนคนนี้ ลงชวนคนนี้ลงผมก็ถามคุณสุรเชษฐว่าเฮ้ยจะ ทอดกฐินกับพี่มั้ยเขาก็ไปหาเงินมาจากไหน ไม่รู้ 1 ล้านบาทบอกผมร่วมทำบุญด้วยไม่ ผิดผมไม่มีอะไรจะปิดเลยแม้แต่นิดเดียวแต่

ว่าความสัมพันธความสัมพันธ์เหมือนกับผู้ ใหญ่เมตตาเด็กสั่งสอนเค้าผมบอกกับเขาตลอด เวลาแล้วอีกอย่างนึงอาจจะเป็นเพราะเงิน 1 ล้านบาทที่เไปทำกฐินนั้นเพราะว่าผมไปถวาย วัดซึ่งเป็นวัดป่าสายหลวงปู่มั่นก็อาจจะ ทำให้เคอยู่รอดปลอดภัยไปถึงทุกวันนี้แต่ ผมอยากจะเตือนเกินว่าบุญนั้นมันหมดได้ แล้วกรรมมันก็จะตามมาแรกๆผมฟังเรื่องราว ที่เป็นวีรกรรมพลเวกสุเชษฐหักพานตั้งแต่ สมัยเป็นผู้กำกับอยู่ที่สงขลามาเรื่อยๆ รวมทั้งลูกน้องบริวารผู้ใกล้ชิดหรือคนที่ ทำงานกับพลตำรวจเอกสุรเชษฐหักพัน์ในยุศ นายผู้กำกับหรือรองผู้การหรือผู้การในขณะ นั้นขมขื่นใจที่ถูกรังแกถูกกดขี่ถูก

อาละวาดผมยังไม่เชื่อเลยผมก็จะรับฟังข้า หูซ้ายออกหูขวาเพราะผมไม่คิดว่าคนที่พูด เก่งขนาดนี้จะมีนิสัยใจคออย่างที่ผมได้ รับทราบมาแบบนี้แต่แน่นอนที่สุดพลเบรก สุรเชษฐนั้นก็จะเอาผลประโยชน์ต่างๆเนี่ย มาเสนอเหมือนกับที่บอกว่าถ้าผมเป็นผน.จะ ให้พิธิเดือนละ 15 ล้านบาทพอมาย้อนหลัง นึกถึงวันนี้แล้วนี่ถ้าคุณเป็นผร.จริงๆ เนี่ยนะเมืองไทยเนี่ยต้องเรือหายแน่เรือ หายตายโหงเพราะถ้าคุณให้ผม 15 ล้านบาทคุณ ก็ให้คนโน้นคนนี้ได้แล้วคุณเอาเงินมาจาก ไหนผมเองเป็นคนเตือนเค้าเองนะฮะบอกว่า โจ๊กอายุราชการคุณยังอีกตั้ง 7 ปีคุณขึ้น ลิฟตได้รับการแต่งตั้งข้ามหัวคนอะไรที่

เป็นข้อจำกัดคุณก็ให้พลพลเอกประวิตรยก เลิกข้อจำกัดนั้นไปเพื่อให้คุณก้าวข้อ จำกัดนั้นไปเพื่อเลื่อนตำแหน่งขึ้นไป เมื่อคุณเลื่อนเพื่อนไปแล้วข้อจำกัดนั้น ตลกที่สุดก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมคนอื่น ขึ้นไม่ได้ละมีคุณขึ้นได้คนเดียวถ้าจะมี คนที่เข้าแล้วก็แข่งกับสุรเชษฐหักพานได้ ก็อยู่คนเดียวคือพลตำรวจเอกต่อ ศักดิ์สุขวิมลเอาเป็นว่าทั้ง 2 คนนี้ขยัน ขันแข็งที่จะเหยียบตีนกันตลอดเวลาไม่ สามารถมองตาเข้าไปได้เพราะว่าสุรเชษฐรู้ ว่าต่อศักดิ์จะต้องขึ้นมาเป็นผบตร.แล้ว ต่อศักดิ์ก็ไม่ชอบสุรเชษฐความขัดแย้งนั้น เริ่มมีมาตลอดจนสุรเชษฐก็มีแก๊งของตัวเอง

ต่อศักดิ์ก็มีแก๊งของตัวเองขึ้นมาถ้าคุณ ท่านผู้ชมอยากรู้ว่าตำรวจมันเริ่มเละสมัย ไหนเละสมัยต่อศักดิ์ศวิมลและสุรเชษฐหัก พานคือผมไม่ได้พูดว่าใครดีหรือใครเลวแต่ เอาเป็นว่าหาดีได้ยากทั้งคู่เพราะแต่ละคน ก็วีรกรรมก็ไม่ใช่ธรรมดาเอาล่ะท่านผู้ชม เพื่อเอาเรื่องยาวให้มันเป็นเรื่องสั้น เวลาเข้ามาเยี่ยมผมเข้ามาหาผมเขาจะชอบตัว ว่าพิธีพรุ่งนี้พิธี 8:00 น.ว่างมอ ไหวเพราะว่าพี่ยังไม่ทำงานเพราะว่าพี่ เพิ่งทานข้าวเช้าเสร็จเดี๋ยวผมจะไปก่อน 8:00 น.มาเช้าๆท่านผู้ชมครับเชื่อมั้ผม สาบานคนนี้ไม่เคยรักษาเวลาเลยถ้าบอกมา 8:00 น.ไม่มาเลยไม่มาเลยนะแล้วสัก

11:00 น.ก็อ้างว่าเพราะว่ามีเรื่องด่วน โน่นนี่นั่นตลอดเวลาคือเป็นคนที่ตื่นสาย เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยคนๆนี้เนี่ยมักจะมี เรื่องมีราวในการเรียกตำรวจมาพบแล้วตัว เองจะกี่โมงก็ตามไม่เคยมาตรงเวลาคนที่ไม่ มีวินัยกับตัวเองนั้นแต่เขาเป็นคนที่มี ความสามารถอันนึงซึ่งทุกคนไม่มีความ สามารถเขาเค้าวิ่งเต้นคนเก่งมากทุกคนที่ เขาจะเข้าไปหาจะต้องเสร็จเทุกคนในการที่ ถูกเขาหว่านล้อมให้เป็นพวกพวกของเขาผมนี่ เคยตั้งข้อสังเกตท่านผู้ชมและคุณสุรเชษฐ ให้รู้ด้วยสมัยที่พล.ตำรวจเอกวัชรพลเป็น ประธานปปช.ผมไม่เคยเห็นคุณมีเรื่องกับพล เอกวัชรพลเลยเป็นปี่เป็นขลุ่ยกันจริงๆ

เพราะคดีคุณทุกคดีที่เข้าไปในปปช.ในยุค พล.ตำรวจเอกวัชรพลเป็นประธานปปช.นั้นมัน เงียบหายไปโดยสนิทหรืออาจจะถูกประธาน อนุกรรมการบางชุดอย่างเช่นคุณ สุภาปิยจิตติรีบชู้ชี้มูลความผิดว่าไม่มี มูลความผิดถึงกับคุณสุรเชษฐเคยเอาไปแอบ อ้างในการประชุมว่าท่านนี่รู้จักกับ ประธานอนุกรรมการปปช.ที่ดูแลเรื่องตำรวจ อยู่ถ้ามีเรื่องเดี๋ยวส่งเรื่องนี้ไปปปช. คุณตายแน่นอนนะฮะเอาล่ะแต่พอมากลายเป็น ท่านสุชาติประธานปปช.คนใหม่ทำไมพลเอก ตำรวจสุริเชษฐถึงต้องทะเลาะเบาะแว้งกับ ท่านก็เพราะว่าท่านสุชาติท่านเป็นคนแข็ง วัชรพลประธานปปช.นั้นเป็นหน้าห้องเก่าของ

พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณรวมทั้งพล.ตำรวจ เอกพัชรวาสวงษ์สุวรรณเพราะฉะนั้นแล้ว เนี่ยถ้าพูดจะพูดก็อย่างอย่างตรงไปตรงมา คือวัชรพลประธานปปช.นั้นเป็นเด็กในคาถา ของพลเอกประวิตรและพล.ตำรวจเอกพัชรวาส วงษ์สุวรรณทีนี้ยุคนึงสมัยหนึ่งพลเอก ประวิตรจะเป็นคนที่ใช้ปปช.ในการบีบนักการ เมืองหรือบีบคนที่จะต้องเข้ามาร่วมกับทีม งานของเอ่อพรรคพลังประชารัฐตอนนั้นของพล เอกประวิตรนักการเมืองนั้นส่วนใหญ่ไม่ สะอาดจะมีจุดบกพร่องจะมีเรื่องที่ทำผิดกฎ หมายจะมีเรื่องที่สามารถดำเนินคดีได้แต่ ยังไม่มีใครดำเนินคดีปปช.ก็เลยเป็นครีม ที่เอามาใช้บีบพวกนักการเมืองพวกนี้ให้

ยอมที่จะเข้ามาร่วมเป็นทีมเดียวกับพลเอก ประวิตรวงษ์สุวรรณที่พลเอกประวิตรเวลามี เรื่องในปปช.นั้นท่านไม่ลงมาเดินเองท่าน จะใช้พล.ตำรวจเอกสุรเชษฐเป็นคนเดินงาน ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีอะไรน่าประหลาดใจว่า ทำไมพล.ตำรวจเอกวัชรพลประธานปปช.ถึงสนิท สนมกับพล.ตำรวจเอกสุรเชษฐหักพานเพราะว่า มาจากเจ้านายคนเดียวกันเนื้อเดียวกัน คลื่นความถี่เดียวกันศีลแบบเดียวกันหรือ ว่าไม่มีศีลกันเลยก็แบบเดียวกันเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ท่านผู้ชมครับพอคุณสุชาติขึ้น มาเป็นประธานปปช.แล้วเมื่อไปพูดกับคุณ สุชาติแล้วคุณสุชาติไม่ง่ายเหมือนกับพูด กับพล.ตำรวจเอกวัชรพลคุณสุชาติก็เลยกลาย

เป็นศัตรูที่พล.พเอกสุรเชฐหักพันต้อง ทำลายให้หมดการทำลายก็ไม่มีอะไรให้ข่าว หรือไม่ก็ไประดมชื่อคน 20,000 คนเพื่อ ยื่นให้ประธานสภาคือท่านวรรณเพื่อเข้าไป พิจารณาแล้วถอดถอนถอดถอนท่านสุชาติแต่ว่า เผอิญเผอิญตอนนั้นประธานวันได้รับเรื่อง มาแล้วพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องมันไม่มี บูรประธานวนเป็นคนที่เที่ยงตรงและนั่นคือ ที่มาของการพาท่านสุชาติเนี่ยเพื่อไปพบ ประธานวันน้อมเหมือนกับไปให้เห็นว่ารู้ จักท่านประธานวันนะฮะสามารถที่จะช่วยได้ ในเรื่องของการคำร้องเรียนที่ส่งไป 20,000 ชื่อท่านประธานวรรณก็พูดกับท่านสุชาติ อย่างชัดเจนว่าไม่มีปัญหาอะไรไม่ต้อง

กังวลเรื่องนี้ผมดูแล้วนั่นคือที่มาของ การแอบอัดเทปท่านประธานวันนเพื่อเอามาแฉ ทีหลังซึ่งตอนแรกก็ปฏิเสธแต่ต่อมาภายหลัง ก็ยอมรับว่าได้เป็นคนอัดเทปจริงๆทั้งหมด นี้เนี่ยคือผลงานของพลสุเชษฐหักพานที่ ค่อยๆโผล่มาทีละนิดทีละนิดทีละนิดคือผม เนี่ยไม่ใช่ FC เขาที่โง่เหง้าเต่าตุนผม โจ๊ก 100% ผมโจ๊ก 1000% ไม่ใช่ผมก็เลย เริ่มรู้เช่นเห็นชาติว่าพลตำเรสุรเชษฐ เป็นคนยังไงแล้วผมก็กล้าพูดคุณสุรเชษฐจะ ค้านยังไงก็ค้านมาคุณเป็นคนพูดกับผมเอง ว่าคุณรู้จักตู้เห่าอย่างดีแล้วคุณบอกว่า พี่ทิครับตู้เห่ามันใจถึงเพิ่งได้วันหลัง ผมจะพาตู้เห่ามาเจอพี่ทิผมผมบอกเฮ้ยไม่

ต้องพามาโจ๊กพี่ต้องสนับสนุนผมนะผมอยู่ 7 ปีผมต้องเป็นผร.บอกโจ๊กถ้าคุณจะฟังคำแนะ นำผมสักนิดนึงเบอกเอาพี่ดีวามอ่ะคุณไม่ ควรรีบไปเป็นปปตร.คุณมีเวลาตั้ง 7 ปีใช่ มั้คุณต้องโดนเตะตัดขาแน่หรือถ้าคุณได้ เป็นจริงคุณก็อยู่แค่ 2-3 ปีแล้วคุณก็ลา ออกมาไปทำงานอย่างอื่นไปเป็นปลัดกระทรวง หรือไม่อีกทีคุณไปเป็นอธิบดี DSI ก่อน แล้วค่อยไปเป็นผบตร.ทีหลังแน่นอนที่สุดผม พูดกับเค้าเค้าไม่มีวันฟังเพราะว่าเป้า หมายเค้าทะเยอยยทะยานที่สุดต้องเป็นผบ. ตร.ให้ได้ความที่ก็มี 7 ปีเขาก็เอา 7 ปี ตัวนี้เนี่ยเป็นสรณะนะโมตัสสะภะคะวะโต 7 ปี 7 ปี 7 ปีไม่มีใครจะมีอาวุโสเท่ากับเ

อีกแล้วแล้วไม่มีใครจะมาเถียงเ้าได้ใน เรื่องอาวุโสเพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยพลเอก สุรเชษฐหักพานจะมีความสามารถอย่างหนึ่ง ใครที่ขัดข้องขัดขืนเขาจะหาเรื่องฟ้อง แล้วการฟ้องของสุรเชษฐนั้นฟ้องมีนัยยะ สำคัญฟ้องเพื่อให้เจรจากันเพราะว่าหลายคน กลัวการถูกฟ้องรองแต่เผอิญไม่ใช่ผมไม่ใช่ ผมแล้วผมก็เป็นคนซึ่งไม่สนใจใครใหญ่มาจาก ไหนถ้าผมเห็นว่าอะไรไม่ถูกไม่ต้องนั่นคือ ที่มาว่าผมถึงวิพากษ์วิจารณ์พล.ตำรวจเอก สุรเชษฐหักพานอย่างมากจนกระทั่งเาฟ้องผม 5 คดีแล้วเขาชอบจังไปฟ้องที่ศาลอาญากรุงเทพ ใต้ข่าวว่าท่านเขารู้จักกับผู้หลักผู้ ใหญ่ในศาลอาญากรุงเทพฯใต้ระดับอธิบดีหลาย

ต่อหลายคนซึ่งผมไม่สามารถยืนยันตรงนี้แต่ ผมเพียงแต่งงว่าทุกคดีเลยฟ้องไปที่ศาล อาญากรุงเทพใต้และมิหนามซ้ำแล้วในหน้า สำนวนที่ฟ้องผมนั้นยังมีลายเซ็นผู้ใหญ่ใน ศาลเขียนเห็นกำกับเจ้าของคดีว่าให้เสร็จ ภายใน 6 เดือนแต่เผอิญผมไม่ใช่หมูไม่ใช่ ปลาไม่ใช่กาไม่ใช่ไก่ที่จะมากลัวคุณผมก็ เตรียมสู้คดีทุกคดีแล้วผมก็มั่นใจอย่าง สูงสุดว่าผมไม่แพ้แน่นอนเพราะผมมีหลักฐาน หมดทุกอย่างที่เขาฟ้องผมแต่ละประเด็น ประเด็นเพราะว่าเขาทนไม่ไหวที่ผมเอาความ จริงมาเผยแพร่เขาก็ฟ้องประเด็นประเด็น แล้วผมก็มั่นใจว่าถึงอย่างไรก็ตามถ้าผม สู้คดีแล้วด้วยหลักฐานผมมีถ้าผู้พิพากษาา

ที่ศาลอาญาเทพใต้จะช่วยเขาเพราะผู้ใหญ่ สั่งให้ช่วยให้คดีมีมูลเราก็สืบกันไปแล้ว ถ้าผมแพ้ในต้นผมหวังว่าผมคงชนะนายอุธร ฎีกาเพราะหลักฐานผมดีอยู่เขาฟ้องจนนั้น เขาสั่งให้ลูกน้องคนสนิทเขาซึ่งสนิทสนม กับมินี่ที่จังหวัดเลยบอกให้มินี่ฟ้องผม ที่จังหวัดเลยด้วยท่านผู้ชมผมนี่ขึ้นไป สู้คดีที่เลย 3-4 ครั้งผู้พิพากษาไต่สวน แล้วคดีมีมูลผมกำลังจะนำสืบพยานแล้วจู่ๆ เขาก็บอกนกเขามานิติธรล้ำเหลือนิติธรล้ำ เหลือและจตุพรพรหมพันธ์มาหาผมที่บ้าน พระทิตเพื่อปรึกษาหารือเรื่องการเมือง ก่อนกลับนกเขาบอกพิทิโจ๊กมันบอกว่าให้มา บอกพิธีได้มั้มันขอเข้าพบหน่อยอ้าเรื่อง

อะไรมันจะพบพี่มันมาขอคุยเคลียร์กับพี่ แล้วมันจะถอนฟ้องพี่นี่คือเงื่อนไขไงผมก็ เกิดของขึ้นผมบอกเฮ้ยน้องขาวไปบอกมันเลย ไม่ต้องมาพบกูหรอกอยากถอนก็ถอนไปไม่อยาก ถอนก็สู้กันต่อไปนั่นคือที่มาของการที่ เค้ายอมถอนฟ้องหมดทุกคดีเพราะผมรู้ว่า เค้าไม่มั่นใจว่าเจะชนะผมแต่ผมคนอื่นไม่ เหมือนเหมือนผมไงคนอื่นขี้กลัวเหมือนเขา ฟ้องคุณอัจฉริยะไป 5 คดีอาจจะเป็นเพราะ 5 คดีนี้เขาถอนฟ้องไปเพราะเค้าตกลงกับคุณ อัชิยะได้แล้วในรูปแบบไหนรูปแบบหนึ่งผม ไม่รู้รู้แต่ว่าคุณอัชิยะซึ่งเป็นคนที่ จริงจังมากในเรื่องของน้องแตงโมและเป็นคน มีคุณการผมเคยพูดแล้วแต่จากการซึ่งเคยออก

มาเป็นตัวแทนของพลดอกตอศักดิ์สุขวิมล เพื่อด่าบิ๊กโจ๊กซึ่งผมมีข้อมูลหมดด่าว่า ยังไงบ้างโอ๊ย 108 การวันนี้มาชมบิ๊กโจ๊ก สุดฤทธิ์สุดๆลิ่มทิ่มประตูซึ่งผมไม่รู้ ว่าเกิดอะไรขึ้นจะมีการเจรจาตกลงกันเพื่อ ให้ถอนคดีความ 5 คดีหรือไม่ผมไม่รู้ผมรู้ แต่ว่าคุณอัจฉริยะเปลี่ยนไปแล้วจากสมัย เดิมนะสมัยเดิมซึ่งผมมีตัวอย่างให้ดูเลย คุณอัชิยะนี่เป็นตัวแทนของต่อ ศักดิ์สุขวิมลออกมาฟาดฟันกับบิ๊กโจ๊กอย่า อย่างถึงพลิกถึงขิงไม่ไว้หน้ากันเลยแม้ แต่นิดเดียวส่วนคุณสุรเชษฐหักพานก็มีทนาย ตั้มศิษธาเบี้ยบังเกิดคอยตอบโต้ตลอดเวลา เพราะระหว่างศิษธากับอัจฉริยะก็คือศัตรู

คู่อาฆาตกันจนกระทั่งศิษธาเบี้ยมันเกิด นั้นไปทำผิดไปฉ่อโกงของพี่อ้อยจตุพรเลิศ อุบลในเรื่องของเงินแล้วถูกอัยการสั่ง ฟ้องไปแล้วและถูกหมายจับไปจนในที่สุดวัน นี้ก็ยังอยู่อยู่ในคุกธรรมดาแล้วเนี่ย สุเชษฐหักพานจะใช้สิทธิาเบี้ยบังเกิดเป็น คนเดินงานเป็นคนไปร้องปปช.แทนเค้าไปคน เป็นร้องปปช.ต่อเรื่องปัญหาของ ไบโอมเมทริกเรื่องของพลเบรกจักทิพย์ ชัยจินดาเป็นคนไปร้องโน่นร้องนี่ก็คือ เป็นพวกเดียวกันแล้วก็สิทธาพิเกิดก็มี ส่วนเกี่ยวข้องด้วยเหตุนี้ที่เห็นจะเห็น ได้ชัดว่าพอสิทธาเกิดไม่มีแล้วสุรเชษฐ หักพานก็ได้ไม่มีมือทำงานให้และนั่นคือ

ที่มาของการเจรจากับอัจฉริยะหรือเปล่าผม ไม่รู้แต่เอาเป็นว่าตั้งอัชริยะมาครั้ง นี้เนี่ยอชิยะเหมือนกับทิ้งต่อศักดิ์ไป เลยแล้วก็ยังเล่นงานต่อศักดิ์ทั้งที่ก่อน หน้านั้นเคยเล่นงานสุรเชษฐผมนี่เสียดาย อัจฉริยะเพราะเค้าเป็นคนที่มีบุญคุณต่อ น้องแตงโมมากทุกวันนี้ผมและอาจารย์ ป่านเทพและอาจารย์คมสันอาจารย์ทวัชัย เริ่มเดินเรื่องของน้องเโมได้ก็เพราะว่า คุณอัจฉริยะเป็นคนจุดประกายให้ผมถือว่า เขาเป็นคนใช้ได้ผมไม่ได้โกรธเคืองอะไร เค้าถ้าเค้ามีความจำเป็นในใจผมเห็นใจเค้า ทีนี้ทั้งหมดนี้เนี่ยมันเป็นความจริงที่ มีหนึ่งเดียวผมไม่ได้โกหกอะไรทั้งสิ้นนี่

คือความสัมพันธ์เค้าส่วนเรื่องเขามาช่วย ผมเรื่องรักษาพยาบาลตอนผมอยู่ในเรือนจำ กองเปรมผมโดนผู้ใหญ่ซึ่งเป็นญาติพี่น้อง ของพลเอกประวิตรกลั่นแกล้งไม่ให้ผมออกโรง พยาบาลแต่พอผมย้ายเข้าไปอยู่ที่โรงพยาบาล ราชทัฑ์เพราะว่าตาผมไม่ดีหมอตาซึ่งประจำ โรงพยาบาลเขียนใบสั่งให้ผมไปรักษาตาที่ โรงพยาบาลตำรวจเพราะว่าหมอตาโรงพยาธัน์ นั้นไม่ไม่ได้มีอุปกรณ์พอเขาก็เลยส่ง เรื่องนี้ไปโรงพาบโรงพบก็ส่งเรื่องมากลับ มาหาที่โรงพยาบาลราชธั์โรงพยาบราชธันก็ จัดรถส่งผมไปไม่ได้ไปเศษทั้งสิ้นคนที่มา ต้อนรับผลบาลทันก็คือจักทิพย์ชัยชินดาตอน นั้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตอนนั้น

ผู้อำนวยการโรงพบาลตำรวจชื่อพลตำรวจ โทวิทูรเป็นเด็กของพลเอกพัชรวาส วงษ์สุวรรณก็ได้รับคำสั่งให้จับตาดูผมแต่ เนื่องจากจักทิพย์ชัยินดาเป็นผู้บัญชาการ บแห่งชาติคุมในแพทูอีกทีก็เลยไม่กล้าออก ฤทธิ์ออกเดชมากผมก็เลยต้องใช้บารมีของ จักทิพย์ชัยชินดาไม่ให้ผมรังแกที่โรงพยาบ ราชทันไม่ได้มีการเกี่ยวข้องเลยว่าคุณคุณ สุรเชษฐหักผ่านมาช่วยผมออกไปโรงพยาบาลไม่ ใช่มันเกิดจากที่หมอตาที่โรงพยาบาล ราชทัฑ์บอกว่าตาผมที่เป็นต้อหินเนี่ยตอน นี้บอดไปนานแล้วหลายปีแล้วเขาไม่มี เครื่องมือรักษาเขาส่งไปต่อแล้วพอส่งไป ต่อรักษาในโรงพบาลตำรวจสักพักนึงคุณหมอ

พิมพ์ก็บอกว่าท่านไม่เก่งในเรื่องของต้อ หินท่านก็ได้ส่งต่อผมไปที่หมอปริ่นโรง พยาบาลจุฬานั่นคือที่มาที่ไปทำความเข้าใจ กับความจริงตรงนี้หน่อยนะครับอะไรก็ตามพล ตำรวจสุชหักพานชอบเอามาเป็นเครดิตตัวเอง ตลอดเวลาคุณสุริชหักพันเป็นคนกว้างขวาง มากสนิทสนมอัยการคนโน้นคนนี้สนิทสนมกัน หมดทุกคนผู้พิพากษาหลายท่านมีความใกล้ชิด สนิสนมกันอย่างมากมายผมขี้เกียจจะเอ่ย ชื่อคุณสุรชนหักพานจะใช้เกมของการฟ้องใคร ไม่ทำตามไม่เห็นด้วยเค้าเฟ้องใครไม่ทำตาม ไม่เห็นด้วยเค้าเคฟ้องและก็เก่งในการร้อง เรียนทุกๆเรื่องเพราะฉะนั้นแล้วคนที่อยู่ ในวงการราชการนี่พอเจอเรื่องฟ้องมั่งร้อง

เรียนมั่งก็เกิดอาการแหยงก็เลยกเกิดอาการ 2 อาการอาการแรกก็คือว่าถ้ายอมเค้าก็ ปฏิบัติตามที่เขอมาถึงแม้จะผิดกฎหมายผิด ระเบียบก็ต้องทำหรืออาการที่ 2 ก็คือว่า หลบไปเลยไม่ยุ่งคือเกรงกลัวกูไม่ยุ่งกับ มึงดีกว่าถ้าชื่อสุรเชษฐาพานมากูกูถอยดี กว่างานนี้ฟังดูแล้วเป็นเหมือนคนที่มี บารมีมากแต่สำหรับผมแล้วอันนี้ไม่ใช่ บารมีนี้คือการข่มขู่กันถ้ามันเป็นเช่น นั้นจริงนี่คือทั้งหมดที่ผมรู้จักสุรเชษฐ หักพาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *