เรื่องใหญ่แล้ว!.โทนบางแค ตอโผล่!.ความแตก!.พลิกลิ้นตื้อบิ๊กเต่า ผวา!.คุก #โทนบางแค #สนธิ

เอาล่ะ ฉากแรก เปิดฉากมาอย่างเร้าใจย้อนไปเมื่อ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมานี้วันแรงงาน ปรากฏมีข่าวสร้างความประหลาดใจอึกกระทึก ครึกโครมกับวงการพระเครื่องถึงความ เคลื่อนไหวของเซียนพระชื่อดังโทนบังแค บุกไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อเข้า ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงพลตำรวจเอก กิจรัตน์ พันเพชรผบทร.อ้างว่าไม่ได้รับความเป็น ธรรมขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่พล. ตำรวจตรีจรูเกียรติปานแก้วรองผบ.ชก. โทนอ้างว่ามีบุคคลที่ 3 ติดต่อให้เข้าพบ พล.ตำรวจตรีจรูญเกียรติที่บชก.ทั้งที่ไม่ มีหมายเรียกแต่ตนตัดสินใจไปพบเนื่องจาก ความเชื่อใจ

โดยอ้างว่าเหตุเกิดช่วงหลังเทศกาล สงกรานต์เมื่อ 17 เมษายนที่ผ่านมา เมื่อไปถึงภายในห้องมีคู่กรณีซึ่งเป็น เจ้าหนี้ทนายความเลขานุการและบุคคลที่ อ้างว่าเป็นพนักงานอัยการร่วมคุยด้วย เกี่ยวกับทรัพย์สินของตนระหว่างการเจรจา ถูกกดดันให้ยกเลิกสัญญารับสภาพหนี้เดิม และทำสัญญาฉบับใหม่ที่มีเงื่อนไขเสีย เปรียบพร้อมกับนำเอกสารและภาพทรัพย์สิน ส่วนตัว และต่อมามีการนัดหมายให้เข้าพบอีกครั้งใน วันที่ 24 เมษายนแต่โทนมอบหมายให้ทนาย ความไปแทน ซึ่งก็ยังเป็นการหารือเรื่องเดิมคือการ เร่งรัดให้ชำระหนี้ทันทีและให้ยกเลิก สัญญาเดิม โทนยืนยันว่าสัญญารับสภาพหนี้นี้เดิม กำหนดระยะเวลาชำระ 5 ปีถึงปี 2573

และมีการนำอสังหารอสังหาริมทรัพย์เป็น หลักประกัน หลังจากเป็นข่าวแล้วโทนบังแคยังให้ สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาในทำนองว่าจากเหตุ การณ์นี้ตัวเองอยู่ในความหวาดผวาจะถูก อุ้มหรือหายตัวไปอย่างไม่รู้ชะตากรรม เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ทั้งๆที่เป็นลูกหนี้ที่ ดีเรียกว่าดราม่าเรียกเสียงเชียร์เลยนะ จาก FC แต่ท่านผู้ชมครับสังคมก็เลยเริ่ม ตั้งคำถามว่าเหตุที่โทนหาญกล้าท้าชนบิ๊ก เต่าต้องเป็นเรื่องที่มีเงื่อนงำบางอย่าง แน่นอนนี่คือฉากแรกท่านผู้ชมครับตามผมมา ฉากที่ 2 หลังปล่อยให้โทนบังแคดราม่าอยู่ 2 วันก็ ถึงเวลาที่บิ๊กเต่าพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งสวดสอบสวนกลางนัด หมายอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ก่อนน่าจะถึงบิ๊กเต่ามีบุคคลที่ 3 ที่ โทนระบุเป็นคนติดต่อเขาให้มาพบบิ๊กเต่า ทราบภายหลังว่าคือเซียนพระรุ่นใหญ่ชื่อ ป๋องสุพรรณซึ่งป๋องสุพรรณก็ได้ให้ สัมภาษณ์สนธิ x คุณนพรัตน์พรวนสุข พูดถึงกรณีปีนี้ซึ่งความจริงกลายเป็นคนละ เรื่องกับสิ่งที่โทนให้ข่าว [เสียงสูดหายใจ] ป๋องสุพรรณยืนยันว่าโทนต่างหากที่เป็นคน มาขอให้ตัวเอง ซึ่งโทนรู้ว่ารู้จักมรรคคุ้นนับถือเป็น พี่เป็นน้องกับบิ๊กเต่าเพราะเป็นคนสุพรรณ ด้วยกันซึ่งป๋องสุพรรณไม่ได้รู้ว่ามี เรื่องอะไรกันแต่ด้วยความที่รู้จักกับโทน ก็ได้ติดต่อบิ๊กเต๋าให้และเรื่องราวจาก

ปากของบิ๊กเต่าในการให้สัมภาษณ์สื่อใน เวลาต่อมาสังคมก็เลยได้ทราบตรงกับที่ป๋อง สุพรรณเล่าให้ว่าโทนเนี่ยละคือตัวการตื้อ ขอเข้าพบปิกเต่าเอง แต่เวลาไปแจ้งร้องเรียนกับบิ๊กตายปปตร.ก็ อ้างว่าถูกหมายเรียกเรียกให้เข้ามาแต่ข้อ เท็จจริงจากป๋องสุพรรณยืนยันว่า โทนเป็นคนติดต่อให้ป๋องสุพรรณติดต่อบิ๊ก เต่าในฐานะคนสุพรรณขอให้โทนเข้าพบท่านผู้ ชมครับคำพูดคำพูดเดียวแต่พลิกไปอีกคนละ มุมก็เลยกลายเป็นคนละความหมายกัน ในทางกลับกันบิ๊กเต่าพลตำรวจตรีจรูญ เกียรติชี้แจงอย่างชัดเจนว่า [เสียงสูดหายใจ] ตัวเองเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะคนกลางเพื่อ ช่วยไก่เกลี่ยตามคำร้องของกลุ่มผู้เสีย

หายที่ถูกฉ่อโกงและได้รับการติดต่อผ่าน ป๋องสุพรรณเซียนพระรุ่นพี่ยืนยันว่าไม่มี การใช้อำนาจก่มกู่หรือเรียกรับผลประโยชน์ ใดๆและการพบปะกับโทนบางแคก็เกิดขึ้นจาก การนัดของผู้เสียหายคือโทนบังแคเอง การแถลงข่าวของพลตรีจรูญเกียรติวันนั้น ยังมีประเด็นทำให้สังคมตกใจ เพราะไม่ใช่เรื่องโทนกับเจ้าหน้าที่ราย นี้เท่านั้นยังมีความคืบหน้าของการสอบสวน คดีฉ่อโก่งในวงการพระเครื่องที่มีการแจ้ง ความร้องทุกข์จากผู้เสียหายตั้งแต่ช่วง มกราคมปี 68 ปีที่แล้ว ซึ่งมีมาดามเก่งเป็นผู้เสียหายร้องทุกข์ ไปด้วย พลมตรีจุรุณเกียรติเรียกขบวนการนี้ว่า เซียนกระดาษเปล่ามีเซียนพระผู้เกี่ยวข้อง

9 คนหรือที่เรียกว่ากลุ่มเซียนพระลูกลูก หนี้ใครหนอเข้าใจตั้งชื่อเซียนพระลูกหนี้ รูปแบบขบวนการหลอกลวงขบวนการนี้ถูกระบุ ว่าเป็นการเวียนขายพระเครื่องแล้วจ่าย เงินด้วยเช็คหรือกระดาษหรือที่บิ๊กเต่า เรียกว่าเซียนกระดาษ บิ๊กซาวบอกว่าพฤติการของกระบวนการนี้คือ จะนำพระเครื่องมาเสนอขายให้เหยื่อในราคา สูงเช่น 50 ล้านบาทโน้มนะว่าเก็บไว้จะมี มูลค่าสูงขึ้นไปเป็น 60-70 ล้านบาทได้ใน ระยะเวลาสั้นๆโดยขอรับชำระเป็นเงินสดนี่ ผมยกตัวอย่างราคาที่สูงนะฮะแต่ไอ้ประเภท 5 ล้าน 10 ล้าน 3 ล้านเนี่ยเต็มไปหมดเลยนะ ฮะ จากนั้นก็สร้างสถานการณ์ว่ามีผู้สนใจซื้อ ต่อในราคาที่สูงกว่าเช่น 60-70 ล้านบาท

ตามราคาที่โม้เอาไว้เพื่อจูงใจให้เหยื่อ เชื่อมั่นแต่กลุ่มผู้ซื้อรายใหม่ นี่แหละตรงนี้คือหัวใจ จะชำระเงินด้วยเช็คซึ่งต่อมาพบความจริง ว่าเช็คมันเด้ง นะฮะเขาถึงเรียกว่าไอ้เซียนกระดาษ เมื่อเช็คมีปัญหากลุ่มเซียนพระจะอ้างว่า นำพระไปจำนำไว้ไม่มีเงินถ่ายถอนเหยื่อ ต้องนำเงินสดไปถ่ายถอนคืนทำให้สูญเสีย เงินเพิ่มขึ้น อ่ะผมจะลดยอดลงมาเหลือสัก 3 ล้าน 4 ล้าน ก็แล้วกัน ท่านครับนี่พระแท้ผมให้ท่าน 3-4 ล้านผม รับประกัน รับประกัน ถ้าปล่อยออกไปเนี่ยเนี่ยท่านปล่อยได้ 5 ล้านท่านกำไรน. 2 ล้านเลยแล้วก็กระซิบวง การเซียนสแกมเมอร์ด้วยกันเฮ้ยมึงติดต่อไป

เลยขอดูพระแล้วบอกอ่ะผมให้ 5 ล้าน 7 ล้าน ก็ติดต่อไปคนที่ถูกหลอกไปครั้งแรกพอเห็น คนติดต่อมาบอกเอาสิผมขายแต่พี่ครับขอจ่าย เป็นเช็คนะครับเพราะว่าเงินผมหมุนไม่ทัน เงินผมจากการขายพระเข้ามาทีละงวด ผมขอจ่ายสัก 24 งวดหรือ 12 งวดนะฮะงวดละ 500,000 บาท 300,000 บาทก็ว่ากันไปเอา ล่ะ กำไรแล้วยังไงเป็นเซียนพระด้วยกันมันไม่ โกงหรอก แต่เช็คงวดแรกผ่านเช็คงวดที่ 2 ไม่ผ่าน งวดที่ 3 ไม่ผ่านเพราะมันมีสปริงเกิดเป็น เช็คที่มีชีวิตขึ้นมาวิ่งหนีธนาคาร เข้าไปเห็นธนาคารคาน แล้วกลัวเช็คก็เลยเด้งเลยเด้งกลับ เด้งออกเด้งออกเด้งออกนี่คือขบวนการ

สแกมเมอร์ของเซียนพระทั้งหลายท่านผู้ชม ฟังผมพูดดีๆแล้วโทนบังแคก็อยู่ในกระบวน การนี้ด้วยแล้วมีเซียนพระอีกหลายเซียน เพราะฉะนั้นไอ้ท่านที่เป็น FC ของพวกนี้ เนี่ยท่านรีบสละความโง่ทันทั้นแล้วถอยออก มา ไอ้พวกนี้คือพวกสแกมเมอร์ท่านผู้ชมไอ้ เซียนพระทั้งหลายคือแซกมอร โดยกระบวนการนี้ถูกทำซ้ำกับพระเครื่องชุด อื่นๆซึ่งมาดามเก่งก็อยู่ในกลุ่มเหยื่อ เสียเงินไปตั้ง 600 กว่าล้านบาท [เสียงกระแอม]ขณะที่ความเสียหายรวมของ กลุ่ม 9 เซียนพระที่มีต่อผู้เสียหายอื่นๆ คาดว่าสูงถึง 2 หรือ 2,500 ล้านบาทที เดียวท่านผู้ชมแล้วท่านผู้ชมว่าไอ้ สแกมเมอร์ทางโทรศัพท์จากเขมรเนี่ยมันจะ

สู้ไอ้พวก จำนวนกลุ่มนี้ พวกนี้ได้ยังไง ฉากที่ 3 ฉากที่ 2 ชัดเจนแล้วนะฉากที่ 1 อ้างว่าบิ๊กเต่าเรียกให้ไปพบมีหมายเรียก ฉากที่ 2 โก๋สุพรรณบอกไม่ใช่ ไอ้โทนเป็นคนตัดสินใจเอง ขอให้ ขอให้โก๋สุ่าขอให้ >> เป๋ >> เปาะ >> ป๋อง >> เปาะ >> ป๋อง >> ป๋องสุพรรณติดต่อบิ๊กเต่าเพราะเป็นคน สุพรรณด้วยกันเพื่อให้โทนขอพบฉากที่ 2 ตรงข้ามแล้วนะฉากที่ 3 โทนบังแคเคลื่อน ไหวอีกครั้งในวันเดียวกันคือวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม นะฮะ 69 โทนทองสุขแก่นหรือโทนบางแคอายุ 43 ปี พร้อมทนายความนำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้า แจ้งความกับพันตำรวจโทศักดิ์หนูช่งสว.สอบ

สวนสน.ผลโยธินเพื่อให้ดำเนินคดีกับพล. ตำรวจตรีจรเกียรติปานแก้วรองผชก.หรือรอง เต่าข้อหาข่มขู่กันโชครับจ้างทวงหนี้ พร้อมกับแจ้งความร้องทุกข์มาดามเก่งและคน ใกล้ชิดรวม 5 คนโอ้โหท่านผู้ชมท่านผู้ชม รู้มว่าการกระทำของโทนบางแคนี่ทำให้ผมอด คิดไม่ได้ถึงคน 2 คนคนนึงคือทนายตั้ม 15 เบี้ยบังเกิดอีกคนคือโจ๊กสุรเชษฐหักพาน เวลาโจ๊กโดนคดีอะไรก็ตามจะมีลูกน้องไป แจ้งความแล้วฟ้องศาลทันที่ว่าประพฤติผิด ประพฤติมิชอบ 157 ซึ่งพอขึ้นศาลทีไรศาลก็ ยกฟ้องทุกทีบอกว่าเขาทำตามหน้าที่โทน บังแคครับเดี๋ยวคุณจะโดนสวนกลับอย่างแน่ นอนคุณเนี่ยทะลึ่งไม่เข้าเรื่องหรือคุณ

ถูกสุรเชษฐหักพานสอนมวยสอนวิธีการทุน เบื้องหลังผมเอารูปของทนายสิทธาเบี้ย บังเกิดและสุรเชษฐหักพานให้ดูนะครับการ ฟ้องเจ้าหนี้ลุกลาไปถึงบิ๊กเต่าโทนแมแค เป็นกลยุทธ์คล้ายคึงกับสุรเชษฐหักพานอดีต รองพตรและสิทธาเบี้ยบังเกิดชอบใช้วิธีที่ พวกนี้ใช้เนี่ยเพราะอะไรมรู้ว่าตัวเองตก อยู่ในสถานการณ์คับขัน เพราะเมื่อไปเชื่อมกับความพยายามขอให้ ป๋องสุพรรณ เซียนพระรุ่นพี่ติดต่อขอพบบิ๊กก่อนหน้า นี้ทำให้เชื่อได้ว่าโทนน่าจะรู้ว่าไฟ กำลังลามถึงตัวเองในคดี 9 เซียนพระ ที่จะโดนข้อหาร่วมกันหลอกลวงฉ่อโกงผู้ อื่น ท่านผู้ชมครับข่าวล่าสุดท่านผู้ชดร.นิด

ได้มั้ย คดี โกงข้อสอบปริญญาเอกของสุรเชษฐหักพาน วิธีการคือให้ดร.นิดไปพูดฟ้องตำรวจที่ศาล อาญาทุจริต หาว่าผิด 157 ประพฤติหน้าที่โดยมิชอบ ปฏิบัติหน้าที่ละเว้นงานปาที่ปรากฏว่า ศราชญาท่านยกฟ้องดร.นิสบอกดร.นิฟ้องมาไม่ มีมูลซึ่งก็ตรงกับหลายๆคดีที่ศาลท่านยก ฟ้องจากคนของสุรเชษฐหักพานเคยไปฟ้องหลัง จากที่สุรเชษโดนคดีต่างๆ ภาษาในวงการพระเครื่องเ้าเรียกว่าเหยียบ ตีนกันแล้วรุมกิน เหยื่อแบ่งปันผลประโยชน์กันเป็นปกติธุระ การที่อุดรนของโทนพยายามยกเหตุผลถูกข่ม ขู่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทำไปเพื่อเรียก ร้องความเห็นใจจากสังคมว่าตนเองเป็นผู้

ถูกกระทำก่อนจะกลายเป็นผู้ต้องหาตั้งรับ อย่างเดียว ท่านผู้ชมครับท่านพิธีกรรายการช่องต่างๆ รวมทั้งน้องกันหลานกัญชัยที่รักของอาอย่า ได้ทะลึ่งเอาพวกนี้มาออกรายการนะเพราะคุณ จะหน้าแตกในที่สุดแล้วก็ไม่ต้องติดต่อ มาดามเก่งเพราะว่าเขาบอกแล้วว่าเค้าเไม่ ออกรายการใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้พลโตตรีจรูเกียรติบอกว่าจากการ ตรวจสอบพบว่าไอ้กลุ่มเนี้ยไปทำงานลักษณะ แบบนี้กันหลายคนจนพบความเสียหายมูลค่า กว่า 5,000 ล้านจาก 2,000 กว่าล้านกลาย เป็น 5,000 ล้านละซึ่งในทางคดีพนักงานสอบ สวนกองกับ 2 บก.แจ้งข้อหาร่วมโกงกันไป แล้ว 3 คนรวมทั้งนายโทนทองด้วย นะนั่นฉากที่ 3 แล้วนะฉากที่ 4 เมื่อความ

จริงถูกเปิดเผย จุดพีคของเรื่องทั้งหมดนี้มาอยู่ที่วัน พุธที่ 6 พฤษภาคมหรือเมื่อวันซืนที่ผ่าน มานี้เอง กองบังคับการปราดปรามตามที่ผมบอกว่าเป็น ฉากใกล้จะจบเมื่อความจริงมีหนึ่งเดียวออก จากปากของมาดามเก่งนักธุรกิจหญิงพันล้าน เจ้าของบริษัท MCS Steel จำกัดมหาชน พร้อมทนายความอุ๊กรุงสยามหรือวัชรพงษ์ ระดมสิทธิพัฒน์เซียนพระรุ่นใหญ่ที่เป็น เพื่อนรุ่นพีมาดามเก่งถูกถามถึงจุดจุ เริ่มต้นถึงความสัมพันธ์และชนวนความขัด แย้งกันระหว่างเธอกับโทนบางแค

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *