#ทนายเดชา ล่าสุด ( ช็อกโดนแล้ว ) #บิ๊กเต่า #โทนบางแค #มาดามเก่ง #เซียนพระ #ทนายคลายทุกข์

ก็เหมือนกับคดีรองเต่ากับโทนบางแคเงี้ย รองเต่าไปให้สัมภาษณ์ว่าไอ้พวกโจรกระจอก ไอ้คนตัวลายเชื่อถือไม่ได้นะไอ้พวกนี้นี่ เอ่อรุมกันไปหลอกมาดามเก่งไอ้พวกนี้นี่ ใครอย่าไปซื้อขายกับมันนะเดี๋ยวมันจะโดน คดีช่อองค์โดนคดีฟอกเงินใครไปซื้อขายกับ มันจะโดนรับของโจรลองเต่าไปพูดพูดอย่าง งี้นะครับนะโทนบางแคซึ่งเโดนด่าเป็นพวก โจรกระจอกหลอกลวงประชาชนนะครับนะขายพระ ปลอมอะไรต่างๆเนี่ยแล้วใครซื้อขายก็อาจจะ โดนรับของโจรเ้าก็เสียหายเค้าก็เลยต้องไป ร้องนายกส่วนรองเต่าทำไมพูดอย่างงั้นก็ ต้องไปถามท่านดูท่านอาจจะมีพยานหลักฐาน มั้งมีพยานหลักฐานท่านอาจจะเตือนภัยหรือ

เปล่าก็แล้วแต่เหตุผลของแต่ละคนนะแต่โดย หลักแล้วเนี่ยตำรวจเต้องเป็นกลางเวลาจะ ให้สัมภาษณ์เนี่ยต้องเป็นกลางไม่ว่าคดี โทนบางแคหรือว่าคดีรถไฟต้องเป็นกลางนะ ตำรวจไม่มีหน้าที่ไปชี้ใครผิดใครถูกตำรวจ ไม่ใช่ศาลตำรวจคือคนกลางที่รวบรวมพยาน หลักฐานแล้วก็ตำรวจมีหน้าที่อยู่ 2 อย่าง นะครับถ้าใครถ้าใครดูกฎหมายนะวิธีวินา ความอาญาเนี่ยเปิดมาตรา 131 ถ้าผมจำไม่ ผิดนะขออนุญาตนะนะ[เพลง] เดี๋ยวเปิดให้ดูนะครับเนี่ย 131 วิทยา ตำรวจมีหน้าที่อยู่ 2 อย่างคือ 1 พิสูจน์ ความผิดและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ ต้องหาคือต้องเป็นกลางสมัยก่อนน่ะตำรวจ

มุ่งมุ่งพิสูจน์ความผิดพอเ้าแก้กฎหมาย แล้วในปีอ่า 57 เ่อในปี 47 57 ปีแล้ว ความคิดตำรวจก็ยังเหมือนเดิมคือมุ่งเอา ผิดอย่างเดียวนะครับเนี่ยยังมีตำรวจบางคน บางท่านมุ่งเอาผิดเวลารับแจ้งความเนี่ยก็ เชื่อผู้เสียหายอย่างเดียวเฟังความข้าง เดียวฟังจากใครจากผู้เสียหายไหนก็เหมือน อย่างสอบสวนกลางเนี่ยก็ไปฟังใครมาดามเก่ง แต่ไม่ฟังไอ้โทนบางแคก็มันเลยโกรธไงไม่ ฟังกูบ้างเลยกูก็เลยต้องไปร้องนายกเนี่ย เพราะเนี่ยกฎหมายเแก้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เนี่ยปี 47 57 67 68 69 ก็เท่าไหร่ อ่ะ 22 ปีนะอ่ะมาแล้วไอ้พวกอะไรเเค้า เรียกอะไรแฟนพันแท้มาอีกแล้วนะครับเพราะ

ฉะนั้นตำรวจเนี่ยเวลาให้สัมภาษณ์เนี่ยก็ ฟังแต่ผู้เสียหายมาดามอ้อยไปแจ้งความก็ ฟังมาดามอ้อยแต่ไม่ได้ฟังไอ้ตั้ตั้มนะไอ้ ตั้มก็เลยกลายเป็นฉ่อโกงปกติธุระหรือช่อ โกงเป็นสันดานไปเลยเพื่อนผมเนี่ยนะครับนะ กลายเป็นช่อโกงไปอะไรต่างๆนะเป็นฟอกเงิน มันก็เลยคือตำรวจยุคนี้บางคนบางท่านเวลา ให้สัมภาษณ์เมุ่งเอาผิดอย่างเดียวบางคน บางท่านผมไม่ได้บอกว่าใครอืมเข้าใจนะอัน นี้คือให้ความรู้เพราะฉะนั้นเวลาเราเป็น ผู้ต้องหาเนี่ยโอ้โหตำรวจให้สัมภาษณ์พยาน หลักฐานมัดแม่นเส้นเงินบ้างคือการเอ่อ เอ่อเกินให้สัมภาษณ์ลักษณะแบบเนี้ยเหมือน การมุ่งมาเอาผิดเพราะฉะนั้นระบบการให้

สัมภาษณ์ของตำรวจควรจะเปลี่ยนไปนะไม่ควร ให้สัมภาษณ์ทำตัวเป็นศาลนะครับเพราะว่า มันไม่ใช่หน้าที่ท่านหน้าที่ท่านตำรวจ เนี่ยพนักงานพนักงานสอบสวนเนี่ยกฎหมาย เขียนไว้มีหน้าที่ รวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่สามารถจะทำได้นะ ครับเพื่อจะได้พิสูจน์ความผิดหรือความ บริสุทธิ์ไม่ใช่หน้าที่ชี้ผิดชี้ถูกนะรวบ รวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ไม่ใช่หน้าที่ ชี้ถูกชี้ผิดเพราะตำรวจไม่ใช่ศาลอันนี้ก็ ฝากไว้บางคนยังไม่รู้นะติดตามรายการ อาจารย์มานาน นะหลายคดีเนี่ยอ้าพระคึกฤทธิ์เนี่ยนะ เนี่ยเบอกนี่มีหลักฐานเนี่ยเอาเงินวัดไป จ่ายโบนัสได้ยังไงนะครับพระเป็นเจ้า พนักงานอะไรต่างๆเนี่ยอันนี้คือการยักยอก

157 อะไรเงี้ยนะเวลาให้สัมภาษณ์ก็ต้อง ระวังขนาดศาลนะครับเวลาเราไปไปฟ้องศาลคดี หมิ่นประมาทผมเป็นโจทย์น่ะฟ้องเมีคนมามา หมิ่นประมาทผมหาว่าไปกลั่นแกล้งเค้าไปดึง คดีไปอะไรต่างๆผมฟ้องศาลนะเหาว่าผมเนี่ย ไปฟ้องเค้าว่าช่อโกง 150 ล้านแล้วก็ไปดึง คดีประวินคดี 2 ปีนะผมไม่เคยเป็นทนายใน คดีนั้นเลยแต่มากล่าวหาผมก็ฟ้องไปคดีมี หมูแล้วเดี๋ยวอีก 2-3 วันเนี่ยสื่อพยาน แล้วครับผิดถูกเดี๋ก็รู้เวลาศาลสั่ง ประทับรับฟ้องเบอกพยานหลักฐานที่โจทย์นำ สืบมานะน่าเชื่อว่าน่าเชื่อว่าอาจทำให้ บุคคลอื่นได้รับความเสียหายก็ประทับรับ พ้องไว้ก่อนแค่น่าเชื่อว่าเพราะฉะนั้น

เวลาตำรวจให้สัมภาษณ์อย่าไปบอกว่าคนนั้น ผิดคนนี้ถูกอะไรต่างๆนะครับตำรวจไม่ใช่ ศาลอันนี้ฝากไว้ฝากเพื่อนๆตำรวจบางคนบาง ท่านที่ชอบให้สัมภาษณ์นี้นะครับพระ คึกฤทธิ์มีโอกาสผิดมั้ยไม่มีใครตอบได้ก็ แล้วแต่ศาลเค้ากล่าวหาว่าพระคึกฤทธิ์นะ ครับเอายักษ์ยอกเงินวัดนะครับเป็นเจ้า อาวาส นะครับพระคึกก็ต้องไปจ้างทนายมาแล้วก็ ต้องไปสู้มาว่า 1 ไม่ไม่ใช่เจ้าพนักงาน 2 นะครับเอาเงินไปให้ให้ เอ่อคนงานนะเป็นเรื่องปกติไม่ได้ไม่ได้ ทุจริตก็ไปสู้กันไปนะเนี่ยมีคนถามว่าพรรค คึกฤทธิ์จะรอดไม่มีใครตอบได้หรอกนะครับ นักกฎหมายทนายความอย่าอวดเก่งเลยเห็น เถียงกันไปเถียงกันมานะครับนะครับด่ากัน

ไปด่ากันมามึงด่ากูกูก็ด่ามึงนะเป็นเอ่อ เป็นอ่าอะไรนะเป็นเจ้าพนักงานหรือไม่ต่าง คนต่างก็อวดเก่งกันทั้งนั้นน่ะนะครับ นะฮะคนที่จะตัดสินว่าพระคึกฤทธิ์ผิดหรือ ไม่คือศาลไม่ใช่พวกพวกเอ็งพวกนักกฎหมาย ทนายความทั้งหลายทั้งคู่เสียหายทั้งคู่ ต่างหากโอ้โหโต้กันไปโต้กันมาเก่งกัน เหลือเกินบางคนก็อ้างตัวบทบางคนก็อ้าง ฎีกาบางคนอ้างแล้วไม่พออ้างอ้างคน เขียนตำราด้วย เวลาขึ้นศาลศาลก็ไม่ฟังหรอกนะปรมาจารย์ ด้านกฎหมายอะไรเขียนธำรงตำราก็ไม่ฟังหรอก ครับเพราะฉะนั้นตำราติดตามข้อมูลข่าวสาร ศาลก็ฟังเฉพาะพยานหลักฐานก็ไม่สนใจหรอก ตำรา เอ่อผู้เชี่ยวชาญนะครับอะไรนะปรมาจารย์

เลยศาลก็ไม่สนใจครับเวลาศาลเพิจารณาพญา หลักฐานน่ะก็พิจารณาจากพญาหลักฐานในสำนวน ไปดูวิแพ่งมาตรา 84 เดี๋อาจารย์เดเปิดให้ ดูนี่เล่มนี้วิธีการวิศ นะเฟังจากพยานหลักฐานในสำนวนเท่านั้น มาตรา 84 เดี๋ยวเปิดกัน คือ นะครับเนี่ยในการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จ จริงเนี่ยนะครับว่าข้อเท็จจริงใดเป็นจริง หรือเป็นเท็จอะไรเนี่ยศาลอาศัยพญานหลัก ฐานในสำนวนเท่านั้นนะครับนะวิแพ่งมาตรา 84 ศาลไม่สนใจหรอกโอ้โหคนนี้จบเนสได้ที่ 1 นะเอ่อคนนี้เป็นปรมาจารย์ด้านกฎ อะไรที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเนี่ยผู้เชี่ยว ชาญไม่ต้องมาสอนศาลศาลมีความรู้ดีถ้าศาล ไม่มีความรู้จะเป็นผู้พักฐานได้ไงเพราะ

ฉะนั้นเวลาสู้คดีกันในศาลเดูแต่พยานหลัก ฐานไม่ได้ดูความเห็น นะครับเพราะฉะนั้นเราเราดูทีวีเนี่ยดู อะไรทนายนักกฎหมายโต้กันไปโต้กันมาเนี่ย อ่ากูเก่งกว่ามึงมึงเก่งกว่ากูนะบางคนก็ เป็นไงเถียงสู้เ้าไม่ได้ก็โอ๊ยไอ้พวกทนาย โซเชียลไม่มีความรู้เออนะครับเนี่ยโพสต์ ประจำไอ้ทนายโซเชียลไม่มีความแต่ปรากฏว่า มึงโพสต์ทุกวันเลยด่าทนายโซเชียลแล้วมึง เรียกว่ามึงทนายโซเชียลหรือทนายอะไรความ เห็นทางกฎหมายไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน อย่างตอนเนี้ยก็มีงานทัวร์ลงนักกฎหมาย นะครับกรณีที่ว่ามีการอมนกเขาจากอาจารย์ ชื่อดังที่จังหวัดลำพูนน่ะนะครับบางคนก็

บอกกระทำชำเราไม่ใช่ข่มขืนคนก็ออกมาด่า ทนายกันบานนะครับนะครับว่าไม่มีมโนธรรม อะไรบ้างคือความจริงแล้วเนี่ยภาษาชาวบ้าน เนี่ยกรณีการอมนกเขาเนี่ยเขาจำยอมเนี่ย มันคือการข่มขืนภาษาชาวบ้านนะแต่ภาษากฎ หมายก็คือกระทำกำเราแค่นั้นนก็คือความ หมายเดียวกันน่ะพอนักกฎหมายคนไหนออกมาพูด อะไรแปลกๆหน่อยก็กลัวลงอ่ะนะแล้วทนายแต่ ละคนนักกฎหมายแต่ละคนก็อวดรู้กันเหลือ เกินนะครับก็แสดงความคิดเห็นไปไม่ผิด เพราะนักกฎหมายไม่จำเป็นต้องพูดเหมือนกัน ไอ้แต่ประเภทที่ว่าโอ้โหกูเก่งกว่าไอ้ไอ้ ทนายคนนั้นสู้กูไม่ได้บางคนก็อาชีพเดียว กันก็เรียกเป็นทะแนะเหยียดหยามเ้าเเพราะ

เพราะอะไรเถียงสู้เค้าไม่ได้ก็ไปด่าเค้า เป็นทแนะก็มีหรือด่าเค้าเป็นทนายโซเชียล ก็มีนะแต่ตัวเองเพราะทุกวันเอย่างงั้น เรียกว่าทนายอะไรทนายโซเชียลมั้คือทนาย ความมันก็ทนายความไม่ว่าจะโซเชียลไม่ โซเชียลเพราะทุกคนเดี๋ยวนี้มันก็อยู่บน โซเชียลหมดอันนี้ผมเล่าให้ฟังเพราะฉะนั้น เวลาแสดงความคิดเห็นเราไม่ต้องไปบอกเรา ทนายคนนั้นผิดนักกฎหมายคนนี้เอ่อผิดอย่า ไปอวดเก่งครับนะครับเพราะคนเก่งที่สุดคือ ศาลไม่ใช่ไม่ใช่พวกมึงนะครับเต็มไปหมดนะ ดูในโซเชียลอ่ะนะนะด่าด่าทนายโซเชียลแต่ ไอ้คนด่านี่โพสต์ทุกวันนะแล้วเรียกว่า ทนายโซเชียลหรือเปล่าล่ะนะแล้วก็ไปด่า ทนายด้วยกันเป็นทะแนะก็มีแล้วก็บางคนก็ เอาเรื่องอ่าของทนายความบางคนไปแซะไปด่า ไปอะไรก็เยอะแยะเต็มไปหมดเลยเนี่ยเต็มเลย โพสต์แซะทนายคนนั้นไม่เก่งสู้ตัวเองไม่ ได้กูแน่ป่าอะไรต่างๆนะไอ้แบบนี้ถ้าถามผม เผมเรียกว่ากระจอกเราอยากจะแสดงความคิด เห็นแล้วก็แสดงไปนะครับเราอย่าไปวิจารณ์ ความเห็นคนอื่นเหมือนผมเนี่ยพอใครเบอก กระทำชำเรากับข่มขืนน่ะท่านคิดยังไงก็ ความคิดของผมนะผมมองว่าความหมายเดียวกัน นะครับเนี่ยที่เรื่องอมนกเขาเนี่ยนะครับ มันก็คือการข่มขืนเพราะเค้าเค้าไม่ได้ เต็มใจเค้าจำยอมเพราะฉะนั้นมันก็คือการ ข่มขืนภาษาชาวบ้านเหมือนประมาทร่วมกับกับ

อะไรนะต่างคนต่างประมาทภาษาชาวบ้านก็ ประมาทร่วมนักกฎหมายบางคนบอกนะเอ่อเอ่อ เอ่อเอ่อประมาทร่วมเอ่อเป็นคำพูดที่ไม่ ถูกต้องนะครับมันก็ไม่มีในตำราไม่มีในกฎ หมายเ้าคว่ากันไปแต่ในโลกความจริงอ่ะเวลา ไปโรงพักตำรวจก็บอกประมาทร่วมมึงก็ประมาท กูก็ประมาทก็ว่ากันไปต่างคนต่างประมาทแต่ เวลาเอ่อในศาลก็ต่างคนต่างประมาทแต่ชาว บ้านก็ประมาทร่วมก็ประมาทร่วมก็ตามนั้น แหละนะครับมันเป็นภาษาง่ายๆอมนกเขาถ้า เค้าสมัครใจมันจะมีความผิดศาลจะออกหมาย จับมันคือการข่มขืนภาษาเจ้าว่านะเพราะ ฉะนั้นบางคนเป็นทนายไปนั่งเถียงกับ โซเชียลมันไม่เกิดประโยชน์หรอกโดนด่า

เปล่าวัวลงเปล่าๆไม่ได้อะไรเลยเงินก็ไม่ ได้แถมโดนด่าขัดใจโซเชียลไม่ได้หรอก โซเชียลเไปทางไหนกับทางนั้นน่ะพอแทง สวนมาก็งานเข้าผมเโดนงานเข้ามาเยอะผมรู้ ดีนะผมเลยอยู่เป็นเย็นพอรอ 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *