คู่กรณี”บิ๊กโจ๊ก”โดนสอยแล้ว ว่อน!จดหมายร้องเรียนนายพลคนดัง ทำตำรวจแตกแยก ต้นสังกัดเขี่ยทิ้ง?

ถ้าเป็นเนื้อความแบบนี้แสดงว่าพล.ตำรวจ ตรีคนเนี้ยก็ต้องถูกบัตรสนเทศงั้นบัตร สนเทศจะมี 2 อันก็คือ 1 คนที่อาจจะไม่ถูก หรือไม่พอใจการทำหน้าที่ของพล.ตำรวจตรีคน นี้เพราะพล.ตำรวจตีนี้อาจจะไปจับคนนั้นคน นี้จับตำรวจจับคนนี่ ถ้าพอคุณมีปัญหาตัวนี้เขาก็เอาสถานการณ์ อันเนี้ยทำบำบัดสนเทพเพื่อจะให้คุณเนี่ย เสียหายก็ได้ หรืออันที่ 2 ก็อาจจะเป็นตำรวจจริงแต่เขา ไม่ลงชื่อเพราะเขาอาจจะรู้พฤติกรรมของพล ตำรวจตีนี้เขาจึงได้บรรยายพฤติกรรมของพล ตำรวจตีนี้ว่าพฤติกรรมและการทำงานเป็น อย่างนี้ เพื่อให้ส่งผลกระทบเรื่องการแต่งตั้ง เพราะมีการร้องเรียนการแต่งตั้งหรือเปล่า

ผมไม่รู้ใช่มั้ยนี่คือหลักการ คือบางคนเนี่ยเขาก็มองตัวเองว่าเ้ตัวเอง มีผลงาน มันได้การพิจารณาผมยกตัวอย่างเงี้ยแต่การ พิจารณาผลงานผลงานตำรวจตรวจมันไม่ใช่มี หน้าที่จับการสืบสวนสอบสวนในการออกข่าว ทั้งหมดมันไม่ใช่หน้าที่นั้นตำรวจมีหน้า งานหลายหน้างานและมีความสำคัญต่อพี่น้อง ประชาชนทุกหน้างาน ความวัวยังไม่หายความควายก็เข้ามาแทรกอีก จนได้ภายหลังเรื่องร้อนในวงการสีกากี ประเด็นคำสั่งแต่งตั้งตำรวจที่ร้อนละอุดุ เดือดทุกยุคทุกสมัยซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่ ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องเดิมที่เกิด ซ้ำแล้วซ้ำเล่าของคนที่อกหักผิดหวังจาก

การไม่ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งดา่าออกมา เป่าประกาศให้โลกรู้แต่ศึกครั้งนี้ก็ เรียกได้ว่าต้องสู้เพื่อตัวเองให้ได้รับ ความยุติธรรมในตำแหน่งหน้าที่ให้มากที่ สุดถามว่าที่ผ่านมาตำรวจคนไหนที่เหมือนจะ มีปัญหาถูกจับตามองเรื่องของคำสั่งแต่ง ตั้งมากที่สุดนั่นก็คงยกให้พลตำรวจเอก สุรเชษฐหักพัก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่กลาย เป็นข่าวโด่งดังหน้าสื่อหลายปีติดต่อกัน มาด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ในการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งชิงเก้าอี้ผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่ทว่าบิ๊กโจ๊กมี คดีความที่รอวันพิสูจน์ตัวเองอีกมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเว็บพนันออนไลน์การ ฟอกเงินและอื่นๆทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของ กฎหมายถึงแม้เจ้าตัวจะปิดตัวเงียบไม่ออก มาบูล้างผลาเหมือนทุกครั้งแต่ก็ถูกยุโ เข้ามาในหลายๆเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับแวด วงศ์สีากีจนล่าสุดเรื่องของนายพลคนดังที่ ใครๆก็รู้ทั้งประเทศว่านายพลคนนี้มีข้อ พิพาท์กับปิ๊กโจ๊กจนล่าสุดเรื่องราวของ เขาผุดขึ้นมาโด่งดังในหน้าสื่อเกี่ยวกับ การแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมบอกเลย ว่างานนี้เจ้าตัวถึงกับออกตัวว่าจะแฉแบบ พลีชีพมีอะไรเบื้องลึกเบื้องหลังเกี่ยว กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือไม่จนทำ ให้ขาเมาส์ในโซเชียลมีเดียรีบออกมา

คอมเมนต์กันอย่างดุเดือด [เพลง] และยังไม่ทันจะข้ามวันปรากฏว่ามีจดหมาย ร้องเรียนไปถึงพล.ตำรวจเอกกิตรัตน์พันเ เพชรผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพาดพิงถึง นายตำรวจยศพล.ตำรวจตรีคนหนึ่งซึ่งกระจับ โยงเรื่องราวกันได้ว่าน่าจะเป็นนายพลคน เดียวกันโดยมีใจความระบุว่าวันโซเชียล เอกสารเปิดผนึกร้องพลตำรวจตรีถึงผู้บัญชา การตำรวจแห่งชาติสร้างพฤติกรรมแตกแยกแตก ความสามัคคีดอยค่าวงการซีกากี เรียนพลตำรวจเอกกิตรัตน์พันเพชรด้วย ข้าพเจ้าข้าราชการตำรวจกองบัญชาการตำรวจ สับสวนกลางมีความประสงค์ขอร้องเรียน พฤติกรรมของนายตำรวจท่าน 1 ในการปฏิบัติ หน้าที่และพฤติกรรมในการสร้างความแตกแยก

แตกความสามัคคีในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้ประการที่ 1 การปฏิบัติหน้าที่ของ นายตำรวจดังกล่าวตามที่ปรากฏลักษณะแสดงตน ว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถในการดำเนินคดี เหนือกว่าบุคคลอื่นโดยจะเลือกที่จะทำให้ การสืบสวนสับสวนในคดีความที่ประชาชนให้ ความสนใจเท่านั้นโดยแสดงตนมาโดยตลอดว่า เป็นผู้ลงมือปฏิบัติในการสืบสวนสับสวนและ รวบรวมพยานหลักฐานด้วยตัวเองซึ่งความเป็น จริงแล้วมิได้เป็นผู้ที่ลงมือในการสืบสวน สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานด้วยตัวเองแต่ อย่างใดโดยมีบรรดาข้าราชการตำรวจของกอง บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นจำนวนมากเป็น ผู้ทำการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลัก

ฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดมา โดยตลอดแต่นายตำรวจผู้ที่ถูกกล่าวถึงกลับ มักแสดงต่อสาธารณชนทั่วไปว่าเป็นผลงานของ ตนเองโดยมุ่งหวังสร้างค่านิยมจากประชาชน โดยการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนนั้นมักกระทำ ด้วยตนเองมิได้รายงานการดำเนินการดัง กล่าวให้แก่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบ ก่อนการแถลงข่าวในแต่ละครั้งเปรียบเสมือน ตัวเองนั้นเป็นผู้นำหน่วยและนอกจากนี้ยัง มีพฤติกรรมในลักษณะของการมุ่งเผยแพร่พญา หลักฐานและข้อมูลสำคัญในคดีหลายประการโดย วิธีการให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของพยานหลัก ฐานและแนวทางการสืบสวนเพื่อให้บรรดาสื่อ มวลชนได้รับทราบและนำไปเสนอต่อสื่อสังคม

สาธารณะอันทำให้เกิดความยากลำบากแก่ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพราะการ เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวทั้งที่คดียังไม่ เสร็จสิ้นย่อมทำให้พยานหลักฐานสำคัญรั่ว ไหลออกไปยังบุคคลภายนอกส่งผลกระทบต่อการ รวบรวมพยานหลักฐานที่เป็นสาระสำคัญของคดี ทำให้เกิดข้อโต้แย้งของบุคคลในสังคมและ วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆดังที่เห็นอยู่ตาม สื่อต่างๆในทุกสำนักถึงการให้สัมภาษณ์ใน แทบจะทุกวันอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ซึ่ง มุ่งหวังเพียงให้ตนเองนั้นปรากฏต่อหน้า สื่ออยู่โดยตลอดเพื่อหวังคะแนนนิยมจาก ประชาชนเป็นการส่วนตัวทั้งที่ในอำนาจรับ ผิดชอบของตำรวจคนดังกล่าวต่างมีคดีความ

จำนวนมากที่ยังคงรอการสืบสวนสอบสวนและรวบ รวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผู้กระทำความผิดมา ลงโทษแต่หากคดีใดมิได้เป็นการกระแสที่ ประชาชนให้ความสนใจกลับถูกปล่อยปะรัดเลย ไม่ดำเนินการเช็คเช่นคดีความที่เป็นกระแส สังคมส่งผลในภาพหลักมาตรฐานการดำเนินคดี ด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาตินั้นก็ถูกประชาชนตั้งความ เคลือบแคงสงสัยว่าเหตุใดคดีความที่ประชา ชนให้ความสนใจเท่านั้นจึงได้รับการติดตาม และดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องต่างจากคดี อื่นๆประการต่อมาในพฤติกรรมในการสร้าง ความแตกแยกในสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามที่ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 256

นายตำรวจอาวุโสช่วงท้ายๆก็ได้ยื่นหนังสือ ร้องขอความเป็นธรรมต่อนายภูมิธรรม เวชชยชัยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่า การกระทรวงมหาดไทยในฐานะรักษาราชการแทน นายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการข้าราชการ ตำรวจและกรรมการข้าราชการตำรวจหรือกตร. โดยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในลักษณะที่ ว่าสิ่งที่ตนเองร้องไปก็อยากให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงในสังคมตำรวจที่ยังใช้ระบบ อุปถัมภ์อยู่ตนอยากให้ใช้ความรู้ความ สามารถตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าคนที่ตั้ง ใจทำงานมีความรู้ความสามารถจะได้รับการ ตอบแทนจะด้วยอะไรก็แล้วแต่แต่ไม่ใช่ให้ เอาความรู้ความสามารถไปใช้ประโยชน์ส่วน

ตัวหรือเฉพาะกลุ่มและกล่าวอีกว่าถ้าความ ยุติธรรมไม่มีมักจะเกิดจากการทำงานแบบ เช้าชามเย็นชามอยู่ไปเพื่อรอหรือวิ่งเต้น ตนอยากให้ทุกคนแข่งขันทำงานเพื่อประชาชน ใครทำไม่ดีก็ตั้งคณะกรรมการถ้าทำดีทำขยัน ก็ได้รางวัลไปมันต้องมีเหยื่อล่อทุกคนที่ ทำงานไม่มีหรอกที่จะพูดว่าไม่หวังที่จะ เจริญก้าวหน้าผมเป็นหนังหน้าไฟมาวันนี้ผม ทำงานและเห็นการเปลี่ยนแปลงของหลายองค์กร แต่หันมาดูองค์กรของตนเองมันไม่เปลี่ยน และยังอ้างด้วยว่าตนเองถูกรังแกตั้งแต่ปี ที่แล้วถูกสกัดและเอามาอยู่ที่นครบาลซึ่ง บอดกตร.ชุดใหญ่ช่วยไว้เนื่องจากมองว่าทำ งานไม่มีความผิดจะย้ายได้อย่างไรซึ่ง

สาเหตุที่ถูกย้ายมาจากคดีหนึ่งและยังให้ สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนตอนหนึ่งว่าเชื่อว่า ตนเองคงไม่ได้รับการเสนอชื่อเลื่อนยศเป็น พล.ตำรวจโทในปีนี้แล้วแต่ยืนยันว่ายังคง ปฏิบัติหน้าที่และทำงานสืบสวนคดีทุจริต ต่อไปและจะไม่มีการเก้เรหรือเกียร์ว่าง แต่ที่ออกมาต่อสู้ในครั้งนี้ก็เพื่อขอ ความเป็นธรรมให้กับตำรวจที่มีความรู้ความ สามารถและมีผลงานที่โดดเด่นเช่นพลตำรวจ ตรีนพศิลป์พูนสวัสดิ์รองผู้บัญชาการตำรวจ นครบาลพลตำรวจตรีทินกรรังมาศรองผู้บัญชา การตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญกรรมทาง เทคโนโลยี และพล.ตำรวจตรีวิวัฒน์ชำนาญการรองผู้ บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญกรรมทาง เทคโนโลยี

โดยเนื้อหาในหนังสือร้องเรียนยังอ้างถึง พฤติกรรมดังกล่าวที่นายตำรวจคนดังกล่าว ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเป็นการกระทำ ที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในองค์กรของสำนัก งานตำรวจแห่งชาติโดยเป็นการให้ร้ายตร.ว่า การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจนั้นเป็นการใช้ ระบบอุปถัมภ์หรือต้องมีการวิ่งเต้นเพื่อ ให้ได้รับตำแหน่งตามความประสงค์โดยกล่าว ด้วยค่าว่าเป็นองค์กรที่ไม่มีการพัฒนา เปลี่ยนแปลงทั้งกล่าวอ้างว่าตนเองนั้นถูก รังแกซึ่งไม่เป็นมูลความจริงส่งผลให้ภาพ รักของตร.ถูกมองเป็นภาพลบว่ามีการกลั่น แกล้งในการโยกย้ายหรือการดำรงตำแหน่งต่าง ๆทั้งพฤติกรรมที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

ว่าตนเองคงไม่ได้รับการเสนอชื่อเลื่อนยศ เป็นพลตำรวจโททั้งที่คณะกรรมการพิจารณา แต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นผู้ที่พิจารณาแต่ง ตั้งยังมิได้มีการประชุมเพื่อแต่งตั้งแต่ ยังได้แต่กราบออกมาเรียกร้องในลักษณะ กล่าวอ้างว่าตนนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่ผลการพิจารณายังมิได้แล้วเสร็จก่อ ให้เกิดกระแสการต่อต้านจากประชาชนทั่วไป ที่มิได้รับรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เงื่อนไขและความเหมาะสมในการแต่งตั้งแต่ ละตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งใน การให้สัมภาษณ์นั้นมีการกล่าวอ้างถึงชื่อ ของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนายซึ่งมิได้

มีความเกี่ยวข้องกับตนแต่กล่าวอ้างว่าตน นั้นได้ต่อสู้เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้ แก่บุคคลดังกล่าวอันเป็นการกล่าวพาดพิง บุคคลภายนอกในลักษณะที่ก่อให้เกิดความแตก แยกขาดความสมัครสมานสามัคคีในองค์กรของ ตำรวจจึงเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของข้า ราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในการให้สัมภาษณ์ อันมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาตินอกจากนี้นายตำรวจผู้ถูก ร้องเรียนยังคงมีพฤติกรรมในการร้องเรียน อย่างต่อเนื่องกล่าวคือเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมาเดินทางไปยังรัฐสภาเพื่อ ยื่นหนังสือต่อนางสาวสุนัชชาโลสถาภรพิพิ สส.ตรังพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะประธานคณะ

กรรมาธิการการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรและนาง สาวจิตพัฒน์กฤษฎากรที่ปรึกษากมท.ตำรวจ พร้อมคณะกมท.ตำรวจเรื่องขอความเป็นธรรมใน การพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งและการ โยกย้ายเปลี่ยนตำแหน่งอันเป็นการตอกย้ำ ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนายตำรวจคน ดังกล่าวที่พยายามสร้างกระแสเพื่อให้ สังคมมองภาพรักสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ไม่มีความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ถึงขณะที่ต้องมีการร้องขอความเป็นธรรมไป ยังบุคคลอื่นภายนอกองค์กรเพื่อให้เข้ามา ตรวจสอบการทำงานของตร.ทั้งที่ผลพิจารณา ตามที่ได้ร้องเรียนยังมิได้แล้วเสร็จและ ยังไม่ปรากฏความไม่เป็นธรรมแก่ตนแต่อย่าง

ใดอันเป็นการกระทำที่ส่งผลให้เกิดผลเสีย ต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุดังกล่าวข้าพเจ้าจึงขอแจ้งมายัง ท่านในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนัก งานตำรวจแห่งชาติได้โปรดมีคำสั่งให้ตรวจ สอบพฤติกรรมของนายตำรวจคนดังกล่าวตามราย ละเอียดซึ่งได้กล่าวมาข้างต้นต่อไปขอแสดง ความนับถือข้าราชการตำรวจกองบัญชาการ ตำรวจสอบสวนกลาง >> หนังสือเนี่ยคือถ้ามีการลงชื่อ เราก็จะรู้ชื่อว่าคนที่ทำหนังสือบัตร สนเทศอันเนี้ยไม่ลงชื่อแสดงว่าเป็นบัตร สนเทศบัตรสนเทศอันเนี้ยมันจะไม่มี ประโยชน์ต่อเอ่อหน่วยงานใดเลยก็ถือว่า เป็นบัตรสนเทศ >> ถ้ามีลงชื่อจะเป็นบัตรหนังสือร้องเรียน

ตอนนี้ถ้าเป็นเนื้อความแบบนี้แสดงว่าพล ตำรวจตรีคนเนี้ยก็ต้องถูกบัตรสนเทศงั้น บัตรสนเทศจะมี 2 อันก็คือ 1 คนที่อาจจะ ไม่ถูกหรือไม่พอใจการทำหน้าที่ของพล. ตำรวจตรีคนนี้เพราะพล.ตำรวจตีนี้อาจจะไป จับคนนั้นคนนี้จับตำรวจจับคนน้า พอคุณมีปัญหาตัวนี้เขาก็เอาสถานการณ์ อันเนี้ยทำบำบัดสนเทเพื่อจะให้คุณเนี่ย เสียหายก็ได้ หรืออันที่ 2 ก็อาจจะเป็นตำรวจจริงแต่เขา ไม่ลงชื่อเพราะเค้าอาจจะรู้พฤติกรรมของ พล.ตำรวจตีนี้เขาจึงได้บรรยายพฤติกรรมของ พล.สุรตีนี้ว่าพฤติกรรมและการทำงานเป็น อย่างนี้ เพื่อให้ส่งผลกระทบเรื่องการแต่งตั้ง เพราะมีการร้องเรียนการติดตั้งหรือเปล่า

ผมไม่รู้ [เพลง] >> คือจริงๆเนี่ยไม่ได้มีปัญหาเพราะการแต่ง ตั้งตอนบิ๊กต่ายทำเนี่ยเขาใช้พรบ. ตำรวจปี 65 ซึ่งมันบัญญัติชัดเจนไม่ต้อง ทำอะไรหรอกมันไปตามออโต้อย่างเช่นผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นรองผบตร.เนี่ยมันเอาอาวุโส 100% ดังนั้นใครอาวุโสก่อนตามดับไหล่หมดยกเว้น ไอ้คนอาวุโสคนแรกคุณกระทำความผิดขาหักขา หักหมายว่าไปไม่ได้ไอ้คนที่สุดท้ายอ่าคน สุดท้ายมันก็ขยับขึ้นมาแทนก็แค่นั้นเอง การแต่งตั้งเนี่ยคณะกรรมการการกลั่นกอง ไม่ต้องพิจารณาอะไรเลยพิจารณาอะไรไม่ได้ เลยมันเป็นอาวุโส 100% ตอนนี้มาระดับรอง ผู้บัญชาการที่เขาบอกมีปัญหาก็คือ อ่อกฎหมายพรบ.ตำรวจเค้าบอกให้เอาอาวุโส

50% ดังนั้นการแต่งตั้งคราวนี้มีนายพล ที่จะพล.ตำรวจตีที่ขึ้นพล.ตำรวจโทรได้ เนี่ย 18 ตำแหน่งดังนั้น 9 ตำแหน่งเนี่ย 1 2 3 9 ได้ไปอีก 9 ตำแหน่งก็จะเอาคนที่ มีความรู้ความสามารถประสบการณ์บวกอาวุโส ด้วย ดังนั้นถ้าคนมันเอ่อประสบการณ์เท่ากัน ความรู้ความเท่ากันเขาก็อาวุโสไอคนนี้สูง กว่ามันก็ไปงั้นการแต่งตั้งอย่างเงี้ยมัน ไม่มีปัญหาแต่ คือบางคนเนี่ยเขาก็มองตัวเองว่าเฮ้ยตัว เองมีผลงาน มันน่าการพิจารณาผมยกตัวอย่างเงี้ยแต่การ พิจารณาผลงานผลงานตำรวจมันไม่ใช่มีหน้า ที่จับการสืบสวนสอบสวนในการออกข่าวทั้ง หมดมันไม่ใช่หน้าที่นั้นตำรวจมีหน้างาน

หลายหน้างานและมีความสำคัญต่อพี่น้อง ประชาชนทุกหน้างานอย่างเช่นบางสายคุมความ มั่นคงเนี่ยซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาออก แถลงข่าวอะไรต่างๆถามว่ามีความมั่นคงมั้ย เป็นความสำคัญมั้ยเพราะมีความมั่นคงของ ประเทศอ่ะ อ่ะแต่คุณไม่พูดถึงเพราะไม่ได้ออกข่าว อ้าวเรื่องคุมอ่าเกี่ยวกับเรื่องอ่าอะไร อ่ะ กไอ้อะไรที่เนี่ยคซ็นเตอร์คุมอะไรเนี่ย สำคัญมั้ยก็สำคัญแต่เขาไม่ได้ออกข่าวหลาย เรื่องที่ที่มันมีความสัมผัสเพราะหน้างาน ของตำรวจเนี่ยมันมีตั้งหลายหน้างานแต่นี้ ที่เราเห็นกันตามสื่อเนี่ยมันมีหน้างาน เดียวที่ประชาชนเห็นก็คือสืบสวนสอบสวนไง เราก็เลยบอกเออไอ้คนทำนี่มันเอ่อมีผลงาน

ไม่ไม่ใช่หรอกนะผมว่ามันต้องพิจารณาตัว นี้เราต้องพิจารณาว่าอันนี้ดีกว่าว่าเขา ทำตามหลักเกณฑ์หรือไม่และผมเชื่อว่าเอ่อ บิ๊กต่ายเนี่ยเทำตามหลักเกณฑ์เห็นมั้ยถึง จะมาประชุมวันนี้ผมเชื่อว่าเขาก็ต้องใช้ โผเดิม มาร่วมสนับสนุนทนิวสนำเสนอความจริงได้ แล้ววันนี้เพียงกดปุ่ม Super Thanks แล้วเลือกจำนวนเงินตามที่ต้องการได้เลย ครับขอบคุณครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *