“บิ๊กโจ๊ก” หวนคืนเก้าอี้ ? “ไพศาล” ชี้ คดีปปช.ถูกยุติ-อาญาสั่งไม่ฟ้อง หลังถูกปล้นตำแหน่ง

กลับมาเป็นข่าวดังอีกครั้งหลังเก็บตัว เงียบมาพักใหญ่แต่คดีความที่รายล้อมตัว ต้องปลุกให้บิ๊กโจ๊กตื่นขึ้นมาต่อสู้กับ ความเป็นจริงตรงหน้าวิบากกรรมที่เผชิญมาก มายไม่รู้จะหลุดพ้นได้เมื่อไหร่แต่วันนี้ ชีวิตของลูกผู้ชายที่ชื่อสุรเชษฐหักพานก็ ต้องเดินหน้าสู้ต่อไปเพื่อเรียกร้องความ ยุติธรรมให้ตัวเองสำนักข่าว BBC รายงาน ข้อมูลของสุรเชษฐหักพ่านว่าเป็นคนจังหวัด สงขลาเป็นบุตรของนายดาบตำรวจไสวและนาง สุมิตราหักพาพ่อของเขาเป็นผบหมู่อยู่ หน่วยพธิการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เขาเคยเล่าให้สื่อฟังว่าพ่อของเขาขับรถ ให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 มากกว่า 20

คนรวมถึงพล.ตำรวจโทเสมอดามาพงษ์พ่อของคุณ หญิงพจมานณป้อมเพชรสุรเชษเข้าสู่รั้วโรง เรียนเตรียมทหารรุ่น 31 ก่อนเข้าโรงเรียน นายร้อยตำรวจรุ่นที่ 47 เป็นผู้หมวดหนุ่ม ในวัย 23 ปีเริ่มต้นชีวิตราชการเหมือนนาย ตำรวจใหม่ทุกคนเป็นพนักงานสอบสวนในนครบาน 2 ปีเส้นทางตำรวจของเขาเริ่มที่ตำแหน่ง สารวัตรที่กองวินัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โยกย้ายขยับตำแหน่งไปยังหลายหน่วยสุรเชษฐ เคยเป็นนายเวรนายตำรวจราชสำนักประจำผู้ กำกับการซกองบังคับการป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ผู้กำกับการอำนวยการ 10 กอง บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาท ผู้กำกับการสพหาดใหญ่จังหวัดสงขลาบ้าน

เกิดและขึ้นเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสงขลาช่วงเวลาหอมหวานในตำแหน่งผู้ บัญชาการตมนั้นคิดเป็นเวลาเพียง 6 เดือน กับอีกไม่กี่วันในวันที่ 5 เมษายน 2562 สุรเชษฐโดนคำสั่งของพล.ตำรวจเอกจัก ทิพย์ชัยจินดาผบตรขณะนั้นสั่งย้ายเขาไป ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยให้ขาดจาก ตำแหน่งเดิมไม่กี่วันต่อมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาในฐานะหัวหน้าคสชก็ใช้อำนาจตต มาตรา 44 โอนไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและถูกขึ้นบัญชี บุคคลต้องได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานคณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติหรือปปชและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

ช่วงเวลานี้มีคำร่ำลือเกิดขึ้นมากมายกับ ตัวเขาเพราะบัญชีสื่อออนไลน์ที่เคย เคลื่อนไหวถูกปิดไปจนสิ้นบ้านพักและ เซฟเฮ้าส์ส่วนตัวหลายแห่งถูกค้นเงินสด หลายร้อยล้านถูกอายยัดไปตรวจสอบความผิด พลาดครั้งนี้อาจหนักถึงขั้นถูกไล่ออกจาก ราชการหนักไปกว่านั้นอาจถึงตายแต่ทุก อย่างก็ไม่หนักถึงปานนั้นสุรเชษฐใช้ชีวิต เงียบๆในชีวิตข้าราชการพลเรือนไปถึง 2 ปี เต็มหลังจากนั้นจึงมีคำสั่งนายกพลเอก ประยุทธ์จันทร์โอชาโอนให้เขากลับไปเป็น ที่ปรึกษาสบ 9 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เทียบผู้ช่วยผบตรที่เปิดเป็นตำแหน่งเฉพาะ ตัวให้สุรเชษฐหลังเขยื่นฟ้องพลเอก

ประยุทธ์ที่ออกคำสั่งโยกย้ายแม้ศาลปกครอง จะยกฟ้องเพราะฟ้องผิดขั้นตอนที่กฎหมายปก ครองกำหนดไว้ก็ตามตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 พล.ตำรวจโทสุรเชษฐยศในขณะนั้นกลับ มาผงาดอีกครั้งในตำแหน่งหลักผู้ช่วยผบทร และขยับขึ้นเป็นรองผบตรในปี 2565 ในช่วง 2 ปีนี้เขสร้างผลงานคดีด้าน ค้ามนุษย์หลายคดีซึ่งรวมทั้งปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายแก๊งคอเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ปราบเงินกู้นอกระบบทลายเครือข่ายทุนจีนสี เท่าก่อนขึ้นแท่นเป็นแคนดิเดตชิงงผบตในปี 2566 ซึ่งเขาอยู่ในลำดับอาวุโสลำดับที่ 2 และยังเหลืออายุรัชการอีก 7 ปีแต่เพียง 2 วันก่อนคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเคาะ

เลือกผบตรคนใหม่เมื่อเดือนกันยายน 2566 ได้เกิดเหตุการณ์ตำรวจคอมมานโด พร้อมด้วยหน่วยปราบปรามอาชญกรรมทาง เทคโนโลยีเข้าบุคคลบ้านของพล.ตำรวจเอก สุรเชษฐและแจ้งจับลูกน้องอีก 8 นายกล่าว หาพัวพันกับผู้ต้องหาพนันออนไลน์รายหนึ่ง ภาพที่เป็นที่จดจำคือพล.ตำรวจเอกสุรเชษฐ ในชุดเสื้อยืดกางเกงนอนพร้อมถุงเท้าซึ่ง บ่งชี้ได้อย่างชัดแจ้งว่าการบุกค้นของ ตำรวจภายใต้การนำของพล.ตำรวจตรีจรูญ เกียรติปานแก้วหรือบิ๊กเต่ารองผู้บัญชา การตำรวจสอบสวนกลางครั้งนั้นพล.ตำรวจเอก สุรเชษฐไม่ทันได้ตั้งตัวหลังจากนั้น ยุทธจักรศรีกากีก็สั่นสะเทือนมาอย่างต่อ

เนื่องด้วยความเคลื่อนไหวหลายกรณีหนึ่งใน นั้นคือการเกิดขึ้นของศูนย์อำนาจของสิ่ง ที่สสพรรคก้าวไกลเรียกว่าสำนักงานตำรวจ แห่งชาติสาขา 2 ที่สโมสรตำรวจถนนวิภาวดี ในฐานะฐานบัญชาการของพล.ตำรวจเอกสุรเชษฐ ซึ่งมีการเรียกนายตำรวจใต้บังคับบัญชา เข้ามารายงานตัวซึ่งส.สก้าวไกลชี้ว่านี่ คือการทดสอบอำนาจของตัวเองและตามมาด้วย การดำเนินคดีกับพลตำรวจเอกสุรเชษฐด้วยข้อ กล่าวหามีเส้นเงินโยงกับเครือข่ายเว็บ พนันก่อนหน้านี้นายไพศาลพืชมงคลนักกฎหมาย ของไทยได้พูดถึงเรื่องราวของบิ๊กโจ๊กคน นี้ไว้ว่าบิ๊กโจ๊กและภรรยาได้เข้ามาหามา พูดคุยด้วยมาสวัสดีปีใหม่แต่ไม่มีการเข้า

มาปรึกษากฎหมายแต่อย่างใดแต่มีเพียงการ พูดคุยกันทั่วไปเท่านั้นในเรื่องราวที่ เกิดขึ้นกับบิ๊กโจ๊กมองในมุมวิบากกรรมที่ เคยเจออยู่ตอนนี้จริงๆมันไม่ไม่ได้เกิด จากความผิดของบิ๊กโจ๊กแต่มันเกิดจากการ ที่บิ๊กโจกเติบโตเร็วเกิน ไปทั้งคู่ได้เข้ามาตั้งแต่ช่วงหยุดปีใหม่ ไปแล้วซึ่งครอบครัวคุณไพศาลกับครอบครัว เมียบิ๊กโจ๊กรู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่รุ่น คุณปู่คุณพ่อช่วงบิ๊กโจ๊กมีอำนาจก็เคยชวน กันมาดื่มกาแฟด้วยกันหลายครั้งแต่บิ๊ก โจ๊กไม่เคยมาก็เลยไม่ได้พบกันเป็นเวลา 5 ปีแล้วรอบนี้น่าจะเป็นเพราะภรรยาบิ๊กโจ๊ก เป็นฝ่ายชวนมาซึ่งไม่ได้คุยเรื่องต่างๆ

ที่บิ๊กโจ๊กและภรรยาเผชิญอยู่แต่เหมือน เป็นการคุยแบบถามสารทุกข์สุขดิบชีวิตที่ เป็นอยู่ซึ่งตอนนั้นบิ๊กโจ๊กอาจจะไม่ทราบ ด้วยว่าผมเป็นทนายความผมก็เลยถามบิ๊กโจ๊ก ไปว่าใครเป็นตำรวจในอุดมคติบิ๊กโจ๊กก็ตอบ กลับมาหลายรายชื่อแต่ผมเองไม่ขอพูดแล้ว กันว่าบิ๊กโจ๊กพูดถึงใครบ้างแต่ยอมรับว่า มีชื่อผบตรในยุคใกล้ๆนี้ ด้วยนอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกันเรื่องการ วางตัวของบิ๊กโจ๊กโดยที่บอกกับบิ๊กโจ๊กไป ว่าที่ประสบชะตาอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่บิ๊ก โจ๊กทำอะไรผิดนะแต่เป็นเพราะว่าคุณก้าว หน้าในรัชกาลเกินไปทั้งที่อายุยังน้อยแต่ กลายเป็นแคนดิตผบตรอันนี้เร็วเกินไปเป็น

ตำแหน่งที่ตั้งความหวังเอาไว้แล้วท้ายที่ สุดก็ถูกปล้นถูกชิงตำแหน่งเพราะฉะนั้นต้น ไม้รากยังไม่ลึกพอเพราะฉะนั้นจึงถูกปล้น ชิงตำแหน่งไปบิดโจ๊กยอมรับเลยว่าวงการ ตำรวจมันโหดร้ายจริงๆวงการโจรยังน่าบกว่า วงการตำรวจวงการโจรมันยังมีความจริงใจตาม ประสาโจรแต่ตำรวจเป็นเพื่อนกันแท้ๆยังแทง กันเืองหลังผมเป็นทนายความคลุกคลีกับ ตำรวจมาแต่ไหนแต่ไรตำรวจอันตรายไม่แพ้โจร ส่วนเรื่องที่ปปงไปแจ้งความดำเนินคดีกับ บิ๊กโจ๊กและภรรยาข้อหาฟอกเงินผมมองว่าการ ไปแจ้งความสามารถทำได้แต่ทำแล้วไม่ควร ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทำให้บิ๊กโจ๊กกับ ภรรยาได้รับความเสียหายเพราะเรื่องนี้

เป็นเรื่องที่สังคมสดใจและกระบวนการยัง อยู่ในขั้นตอนเท่านั้นยังไม่ได้มีการ พิสูจน์ว่าบิ๊กโจ๊กผิดจริงหรือเปล่าการไป ประกาศว่ามีการแจ้งความแล้วอาจจะเข้าข่าย ฐานหมิ่นประมาทก็ ได้ล่าสุดสดๆร้อนๆนายไพศาลได้กลับมาโพสต์ Facebook อีกครั้งใจความระบุว่าฟ้ามืด เมื่อมีได้ก็ฟ้าใหม่ย่อมคงมีกรณีปล้น ตำแหน่งบิ๊กโจ๊กเริ่มคลี่คลายหลังจากที่ บิ๊กโจ๊กพามาดามมาอวยพรปีใหม่าที่เป็นคน ระโนดด้วยกันและในโอกาสนั้นผมได้มอบพระ สมเด็จวังหน้าไปคุ้มครองป้องกันเมื่อช่วง ปีใหม่แล้วด้วยบารมีเจ้าพระคุณสมเด็จ เคราะห์หามยามร้ายของบิ๊กโจ๊กสอว่าจะ

เริ่มคลี่คลายแล้วมีความหวังที่จะได้หวน คืนสู่ตำแหน่งในวงการตำรวจต่อไปเรื่องที่ ถูกกล่าวหาต่อปปชถูกสั่งยุติทุกเรื่อง แล้วเพราะไม่มีมูลความผิดกรณีกล่าวหาคดี อาญาก็จะมีการสั่งไม่ฟ้องไปแล้วเพราะเป็น เรื่องปั้นน้ำเป็นตัวทั้งสิ้นคงเหลือคดี ในศาลปกครองซึ่งตัดสินโดยที่ประชุมใหญ่ไป แล้วรอประกาศคำพิพากษาซึ่งคาดว่าไร้มลทิน เช่นเดียว กันวงการตำรวจไทยซึ่งตกต่ำย่ำแย่ถึงขั้น ถูกชี้หน้าต่อว่าในเวทีระหว่างประเทศ เพราะสาเหตุตำรวจสีเท่าย่อมได้รับการแก้ ไขในทันทีที่บิ๊กโจ๊กได้กลับมาทำงานฟื้น เกียรติภูมิวงการตำรวจไทยใหม่อีกครั้ง

หนึ่งก็หวังว่าวันใดกลับมามีอำนาจวาสนาก็ ขอให้ดำรงมั่นในพระธรรมอันประเสริฐไม่ผูก เวรจองล้างจองผลาญกับใครตั้งใจทำงานให้ บ้านเมืองอุ้มชูสนับสนุนตำรวจน้ำดีให้มี อำนาจในบ้านเมืองพิทักษ์สันติราชเชิดชู ชาติให้มีเกียรติมีศักดิ์ศรีสืบไปก็ขอเอา ใจช่วยได้เท่านี้แหละ มาร่วมสนับสนุนทนสนำเสนอความจริงได้แล้ว วันนี้เพียงกดปุ่ม Super Thanks แล้ว เลือกจำนวนเงินตามที่ต้องการได้เลยครับ ขอบคุณครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *