#มี่อัพ© วีรกรรมคนดียี้อกตัญญู ! กี่ปีแสง”รักต้องยืน”คนเดียวก็จะยืน 37 ปี อัสนี-วสันต์ ไม่เนรคุณชาติ

ทางอัสนีแล้ววสันต์ด้วยเพราะว่าก็เกี่ยว พันกันในเรื่องของเพลงสรรเสริญนะคะก็คือ ประจวบเหมาะนะคะว่ามันมีดราม่าในเรื่อง ของยืมเพลงสรรเสริญแล้วก็ในคอนเสิร์ตของ อัสนีแล้วก็วสันต์ด้วยนะคะเราก็มาดูกัน เนอะก็ในคอนเสิร์ต 37 ปีอัสนีวสันต์หลายๆ คนในสื่อโซเชียลนะคะรวมทั้งบุคคลธรรมดา เนี่ยก็ได้พูดเลยว่าจบลงอย่างสวยงามเพราะ ว่ากระหึ่มไปด้วยเขาเรียกว่าเพลงสรรเสริญ ซึ่ง ทุกคนเนี่ยมีความอิ่มเอมใจเพราะว่าคนใน ยุค 80 หรือ 90 ที่เขาชื่นชอบอัสนีวสันต์ เนี่ยก็จะเป็นคนรุ่นเก่าซึ่งมีความจงรัก ภักดีแล้วในงานรวมตัวอัสนีวสันต์ในงาน

นั้นเนี่ยก็จะเป็นศิลปินรุ่นเก่าทั้งหมด เลยส่วนใหญ่ก็จะเป็นสลิ่มนะคะแล้วก็ในวัน นั้นเนี่ยมีการเปิดเพลงสรรเสริญแล้วก็ต่อ ด้วยกรุงเทพฯ หลายๆคนก็ได้ชื่นชมนะคะว่ามันสวยงามมาก เป็นอะไรที่เหมือนอิ่มเอมใจอ่ะคือใครๆก็ บอกว่ามันมันเขาเรียกว่ามันดังกึกก้อง อยู่ในหัวอยู่ตลอดเวลาแล้วก็ประทับใจมาก นะคะทุกคนเนี่ยพร้อมกันเอ่อจุดเค้าเรียก อะไรนะแสงไฟจากมือถือแล้วก็อ่าร่วมกันยืน แล้วก็ร้องเพลงสรรเสริญธนบัตรพระบารมีนะ คะเรียกว่าอยู่ในความทรงจำตลอดไปเลยเขา บอกว่ามันช่างแตกต่างกับ ใน งาน ของ แบบเอ่อ แบล็คพิ้งค์นะคะซึ่งตอนนั้นน่ะเป็นพวก

ต่างชาติมันจะมีอยู่คนๆนึงเนี่ยเค้าได้ ออกมาโพสต์ว่าเค้าได้ไปงาน blackpink กับ ลูกสาวเขาบอกเขาตกใจมากเลยที่มีที่มีคน เนี่ยมายืนโห่ในเพลงสรรเสริญแต่เขาบอกว่า พอเขามางานอัสนีวสันต์เนี่ยโอ้โหมันอิ่ม เอมใจมากเลยเพราะว่ามันมีความแบบว่า เหมือนจะคล้ายๆว่ามีคนรักชาติเยอะ อ่ะ มัน ไม่เหมือนในงาน blackpink มันก็เลยทำให้ ตอนนี้ผู้คนออกมาชื่นชมกันหมดเลยว่าอาจจะ มีแล้ววสันต์เนี่ยเป็นบุคคลที่ชาติ ต้องการเพราะทำให้ทุกอย่างเนี่ยมันเสร็จ สมบูรณ์ในในงานคอนเสิร์ตของอัสนีวสันต์ไง ก็คือเขาบอกว่าทุกวันนี้กระแสของเพลง สรรเสริญเนี่ยมันมันค่อนข้างถูกทำลาย

เพราะว่าบางครั้งพูดจากนะคะผู้จัดงานหรือ อะไรอย่างนี้ก็เกิดความกลัวว่าเออถ้าเปิด แล้วจะโดนโห่ก็เลยบางทีก็ไม่ได้เปิดในงาน คอนเสิร์ตหรืออะไรอย่างเงี้ยซึ่งจริงๆ เนี่ยเขาบอกว่าจริงๆเนี่ยมันจะต้องเป็น การเปิดเพื่อถวายความเคารพแต่เขาบอกว่า เค้าเนี่ยชอบมากเลยเพราะว่าอาจจะมีแล้วก็ ศาลนี้เป็นคนรักชาติศาสน์กษัตริย์ก็เลย สนับสนุนให้มีการเปิดเพลงสรรเสริญด้วย ความเอ่อเขาเรียกว่าอะไรอ่ะด้วยความเคารพ แล้วก็เต็มที่เต็มใจอะไรแบบนี้ก็นี่แหละ คือที่มานะคะทำให้ตอนนี้เนี่ยมีการเขา เรียกว่าติดแฮชแท็กขอบคุณนะคะทางอัสนี วสันต์แล้วเราก็ได้บอกเลยว่าขอบคุณที่

เติบโตมาด้วยกันนะคะ 37 ปีแล้วก็ขอบคุณ ที่ยึดมั่นในสถาบันพระมหากษัตริย์นะคะ โอ้โหเรียกว่านี่ไปดูเนี่ยตกใจมากนะคะว่า มีคนชื่นชมขนาดนี้เพราะว่าเราก็ไม่ได้สน ใจนะที่ผ่านมาแล้วก็มีคนเอาไปเปรียบเทียบ ด้วยซ้ำว่าส่วนอีกคอนเสิร์ตหนึ่งก็คือที่ จะถึงก็คือเป็นคอนเสิร์ตไมโครซึ่ง ไมโครเนี่ยเราก็รับทราบมาอยู่ไกลเนาะว่า ทางทางแกนนำเนี่ยก็น่าจะไม่เขาเรียกอะไร ไม่ได้ไม่ได้ไปทางเสื้อเหลืองแต่น่าจะมา ทางเสื้อแดงก็เลยทำให้มีแนวโน้มว่าเออจะ เปิดหรือไม่เปิดนะคะก็เลยทำให้คนที่เป็น สนิม เนี่ย ออก มา เสียดสี ไงบอกว่าโอ้โหโชคดี มากเลยที่อาจจะมีว่าสารนี้เป็นคนที่รัก

สถาบันนะคะก็เลยทำให้แฟนเพลงเนี่ยแห่กัน ไปเรียกว่าแน่นขนาดแล้วก็ ประทับใจอยู่ในความทรงจำนะคะเห็นไหมคะว่า เนี่ยไปไอ้ประเด็นของการรักชาติเนี่ยมัน ทำให้เกิดการแตกแยกกันไปหมดเลยเราก็ไม่ เข้าใจเหมือนกันนะคะว่าจะทำยังไงให้ให้ มันให้มันเกิดเขาเรียกอะไรเกิดการตกผลึก ในสังคมว่าไอ้การเปิดเพลงสรรเสริญหรือไม่ เปิดเนี่ยมันไม่ควรเนี่ยมาเป็นประเด็นแตก แยกในสังคมเพราะมันควรที่จะเป็นประเด็น ส่วนตัวว่าเราจะยืนทำความเคารพหรือเราไม่ ยืนน้ำมันมันมันไม่ใช่กฎหมายที่จะมา บังคับคนอื่นนะคะก็อันนี้คือสิ่งที่เกิด ขึ้นนะคะแล้วก็บางคนก็บอกเลยว่าถ้าสาด

กษัตริย์คือต้องอยู่คู่ประเทศไทยไปตลอด กาลนะคะก็คือไอ้พวก 3 กลีบทั้งหลายเนี่ย อย่าได้มาทำให้เอ่อเหมือนกับว่าประเทศ ชาติเนี่ยมันๆเขาเรียกอะไรไม่สมบูรณ์ น่ะ ก็คือเขาบอกว่าเนี่ยมันควรที่จะต้องมี เพลงชาติเพื่อชาตินะคะแล้วก็มีเพลง สรรเสริญเพื่อสรรเสริญถึงพระบารมีของ กษัตริย์ด้วยนะคะโอ้โหเนี่ยบางคนก็บอกว่า เนี่ยคนยุค 80 90 เขาก็คิดแบบนี้นะเขา รักสถาบันกันทั้งนั้นแหละไม่เหมือนไอ้พวก ชนชาติไอ้พวกคนรุ่นใหม่ไอ้พวกปากไม่สิ้น กลิ่นน้ำนมนะคะบางคนก็บอกว่าเนี่ยบัตรหาย เร็วหมดกว่าอีกวงซะอีกนะคะดีต่อใจจริงๆ โอ้โหออกมาชื่นชมกันใหญ่เลยนี่ก็มีความ

รู้สึกว่าโอ้โหมันสุดๆอ่ะสุดๆนะคะก็คือ ตอนนี้เนี่ย อ่าทะเลาะกันทะเลาะกันวุ่นวายหมดนะคะต่อ มานะคะเดี๋ยวเรามาดูประเด็นนี้เนาะเพราะ ว่า อ่าก็มีดราม่าขึ้นมานะคะสักครู่ค่ะ เรามาดูที่สื่อประชาไทยนะคะสื่อประชาไทย ก็ได้ตีแพถึงเรื่องนี้เนาะไปดูกันนิดนึง เขาบอกว่า ไอ้พวกอกตัญญูนะคะอย่างพวกเรานี้คือพวก อกตัญญูเขาบอกว่าขอเล่าวีรกรรมในการยืน เคารพเพลงสรรเสริญคนเดียวในโรงหนัง โอดครวญนะคะว่าเจอแต่คนหนุ่มสาวพกแตกความ อกตัญญูนั้นมาดูหนังเขาบอกว่าพบผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งนะคะได้มีการเล่าถึง วีรกรรมในการรักชาติของตัวเองนะคะแล้วก็

คนอื่นๆเนี่ยกลายเป็นคนอกตัญญูทั้งหมดเลย เขาบอกว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ยืนยันว่าตัวเองก็จะยืนเช่นกันถึงแม้ว่า จะยืนในโรงหนังคนเดียวก็ตามเขาเนี่ยยืนมา แล้วนะคะบางคนบอกว่าไอ้พวกไม่ยืนเนี่ย เป็นพวกใจบอดเป็นพวกที่มีบุญมีบาปจะมาให้ เท่ากันได้อย่างไรนะครับบอกว่า มีการโพสต์ข้อความว่าแม่เหลือคนเดียวทั้ง โรงเราก็จะยืนพร้อมกับบอกเล่าว่าตนนั้น ยืนถวายความเคารพภายในโรงหนังเพียงคน เดียวนะโดยวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมาตนได้ ไปดูหนังเรื่อง John Wick Four นะคะ แล้วก็หลังจากที่ได้ดูเป็นเรื่องสุดท้าย เมื่อหลายปีก่อนก็คือ Frozen to นะคะ

เพราะว่าได้รับเชิญให้ไปดูในรอบพิเศษโดย ที่ว่าเขาเล่าด้วยว่าหลังจากฉายหนังตัว อย่างแล้วก็โฆษณาก่อนที่ภาพยนตร์จะเริ่ม ฉายนะคะก็เริ่มปรากฏภาพบนจอว่าโปรดยืน ถวายนำเคารพด้วยความพร้อมเพรียงเมื่อเพลง ขึ้นนะคะตนก็ได้ลุกขึ้นยืนถวายความเคารพ แต่คนด้านหน้าด้านหลังด้านข้างกลับดู โทรศัพท์นะคะเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวมาทั้ง เดี่ยวและคู่ต่างก็พกพาความอกตัญญูมาดู หนังกันอย่างเต็มที่นะคะแล้วก็บอกว่า เยาวชนคนหนุ่มสาวที่ไร้สติปัญญาไร้การ ศึกษาไร้ความเป็นตัวตนไร้ความเป็นตัวของ ตัวเองไร้ความคิดและอนาคตที่ดีนะคะแล้วก็ บอกว่าพ่อแม่ไม่ได้สั่งสอนนะคะแล้วก็ถูก

ปลูกฝังร่างสมองมาให้ในอนาคตแล้วก็ปรากฏ ว่านะคะมีผู้ใช้ Facebook อีกรายนึงนะคะ มาคอมเมนต์นะคะบอกว่าคุณไม่เคารพผู้อื่น ผู้อื่นย่อมไม่เคารพคุณคุณอยากจะตะโกน ร้องบอกให้เขายืนแต่ผมจะไม่ไร้มาเยอะอ่า ไม่ไร้มารยาทกับสถานที่นั้นความกลัวผม เป็นเพื่อนกันนานแล้วเลิกพูดถึงนะคะแล้ว ก็บอกว่า ในวันที่ 4 เมษายนตอนยืนถวายความเคารพคน เดียวในโรงหนังจริงๆนะคะแล้วก็บอกว่ามี แนวร่วมนะคะที่ยืนยันเลยว่าถึงแม้ว่าจะ เหลือเพียงแค่คนเดียวเราก็เต็มใจที่จะยืน นะคะก็คือใครก็คือพวกนักเรียนดีเนี่ยแหละ ซึ่งนักเรียนดีก็เมื่อสักครู่นี้จำได้ใช่

ไหมคะที่นี่ก็ได้เล่าให้ฟังว่าเขาพยายาม ที่จะปลุกผีเยาวชนนะคะว่าเป็นต้นกล้า ตุลาการก็คือล้างสมองนะคะขึ้นมาให้ทำการ ปกป้อง 3 ตุลาการอีกแล้วนะไม่ได้ต่างอะไร กับวิ่งเอ่อเขาเรียกอะไรนะกระทิงแดงนะว่า คนเลยนะคะอันนี้ก็เช่นกันนะคะก็คือพยายาม ที่จะปลุกผีให้ขึ้นมายืนเพลงสรรเสริญ เนี่ยแหละก็ว่ากันไปนะคะเพราะอย่างที่บอก และว่าถ้าการเวลาผ่านไปมันก็จะทำให้คน เนี่ยตาสว่างเพิ่มมากขึ้น เมื่อก่อนเนี่ยเค้าจะล่าเราในการที่ว่า ไม่ยืนเพลงสรรเสริญแต่คุณสังเกตไหมว่า ปัจจุบันเนี้ยทุกคนจะนั่งลงจะมีเพียงแค่ บางคนเท่านั้นที่คลั่งในการยืนเราก็จะ

พยายามปลอบใจตัวเองนะคะว่าถึงแม้ว่าจะ เหลือเพียงแค่ 1 คนเราก็จะยืนอันนี้แหละ เป็นเครื่องที่จะบ่งบอกได้เลยว่าตามเวลา ผ่านไปสุดท้ายแล้วคนที่ร่อยเร้าลงเรื่อยๆ ก็คือคนยืนถูกไหมคะเพราะเมื่อก่อนเนี่ย เขา เป็นคนล่า เรา แต่ปัจจุบันนี้เนี่ยเราไม่ได้ไปล่าเขานะ แต่เขาเนี่ยเหลือร่อยหรอลงทุกทีมันก็เป็น การชัดมากนะคะอันนี้ก็แสดงว่าสุดท้ายแล้ว เนี่ยกาลเวลาผ่านไปนะคะมันก็มองเห็นเลย แล้วก็ ทางประชาธิปนะคะก็ได้ แจ้งนะคะบอกว่าไทม์ไลน์ของสิ่งที่เกิด ขึ้นเดี๋ยวแป๊บนึงนะคะมี ขอ เข้าไป ดู ใน เอ่อในรูปภาพนิดนึงเนาะเพราะอันนี้มันจะ เล็กไปมีจะขอขยาย เดี๋ยว นะ

นึกก่อน จะ สักครู่นะคะมีของ ขยาย ภาพ ก่อน เรามาดูประวัติตรงนี้กันนิดนึงนะคะก็ภาษา ไทยนำมาสื่อให้นะครับบอกว่า การยืนถวายความเคารพในโรงภาพยนตร์เนี่ย เรายืนกันตั้งแต่เมื่อไหร่นะคะบอกว่าเพลง สรรเสริญพระบารมีนะคะเนื้อร้องก็มาจาก เจ้าฟ้ากรมพระยานริศราอนุมัติ งุวัตติวงศ์นะคะแล้วก็ทำนองก็มาจาก นะคะแล้วก็เขาบอกว่า 2,414 นะคะเริ่มมีมาในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่งขึ้นจากบทละครดึกดำบรรพ์เรื่องสังข์ ทองนะคะตอนเลิกคู่และตีคลีซึ่งจะใช้ปิด ท้ายการแสดงละครดึกดำบรรพ์เพื่อถวายพระพร แสดงความจงรักภักดีโดยใช้รับเสด็จรัชกาล ที่ 5 กลับมาจากการประพาสยุโรปนะคะในปี พ.ศ

2444 ต่อมานะคะ 2441 กระทรวง ธรรมการนะคะได้แก้ไขคำร้องแล้วก็ประกาศ ให้นักเรียนทั่วราชอาณาจักรได้ทำการขับ ร้องแล้วก็เป็นครั้งแรกที่เพลงนั้นเข้า สู่วิถีของประชาชนต่อมานะคะ 2 4 5 6 นะคะสมัยรัชกาลที่ 6 ได้มีการดัดแปลงเป็น เวอร์ชั่นในปัจจุบันนี้และคงถูกใช้เป็น เพลงชาติในช่วงหนึ่งก่อนที่จะถูกแทนที่ ด้วยเพลงชาติฉบับของคณะราษฎรจนกระทั่งถึง ปัจจุบัน ต่อมานะคะในปีพ.ศ 2478 เพลงสรรเสริญพระ บารมีได้เข้าสู่โรงภาพยนตร์ครั้งแรกโดยมี การออกพ.ร.กให้เพลงบรรเลงหลังจากภาพยนตร์ จบซึ่งมีต้นตอมาจากประเทศอังกฤษแต่ที่ ประเทศอังกฤษนั้นถูกยกเลิกไปแล้วในช่วง

ทศวรรษที่ 1970 ต่อมาในปีพ.ศ 2482 นะคะมีการออกพ.ร.กว่า หากได้ยินเพลงนี้ไม่ว่าที่ใดก็ตามน่าจะ ต้องถวายความเคารพนะคะต่อมา 2 4 8 5 นะคะพ.ร.บวัฒนธรรมแห่งชาติ 2485 ระบุว่าบุคคลทุกคนจะต้องเคารพเพลง ชาติเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงเคารพ อื่นๆซึ่งบรรเลงในงานทางราชการนะคะสังคม หรือว่าโรงมหรสพต่อมาในปีพ.ศ 2486 นะคะพ.ร.บวัฒนธรรมแห่งชาติฉบับแก้ ไขเพิ่มเติมได้กำหนดบทลงโทษเอาไว้ว่าผู้ ใดฝ่าฝืนนะคะจะต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 100 บาทหรือว่าจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือ ทั้งจำทั้งปรับนะคะต่อมาเขาบอกว่าใน ปัจจุบันนะคะพ.ร.บวัฒนธรรม

2,500 2553 เน้นที่การส่งเสริมการ เน้นที่การส่งเสริมทางวัฒนธรรมเท่านั้นนะ คะแล้วก็ยกเลิกไปเลยนะคะในเรื่องของพรบ วัฒนธรรมแห่งชาติในเรื่องของการปรับ 100 บาทแล้วก็จำคุก 1 เดือนนะฮะนี้ยกเลิกไป แล้วนะเน้นทางด้านวัฒนธรรมเท่านั้นต่อมา ปีพ.ศ 25 13 ร้านเป็ดทองนะคะได้ผลิต ภาพยนตร์ประกอบเพลงสรรเสริญนะคะเป็นครั้ง แรกโดยมีการฉายที่โรงภาพยนตร์ทหารบก จังหวัดลพบุรีนะคะเปลี่ยนจากการเปิดตอนจบ มาเป็นฉายหนังแทน นะคะแล้วก็ปีพ.ศ 2562 นะคะเพลงสรรเสริญ พระบารมียังถูกเปิดก่อนฉายภาพยนตร์จน กระทั่งถึงปัจจุบันเลยนะคะอันนี้ก็เป็น

เป็นประวัติเนาะที่เกิดขึ้นก็นี่แหละคือ สิ่งที่เกิดขึ้นคุณเห็นไหมคะว่าสุดท้าย แล้วเนี่ยการเวลามันจะต้องอ่าเปลี่ยนค่ะ ไปนะคะแล้วก็สุดท้ายไม่เชื่อว่าในอนาคตนะ คะมันก็จะไม่มีคนยืนเพราะว่า มันเป็นอะไรที่สุดตรงคุณเห็นไหมว่าใน อดีตกาลเนี่ยเขาเขายืนกันเรื่อยมาเขามี อ่าเขามีการออกกฎหมายเป็นภาคบังคับแต่สุด ท้ายกาลเวลาผ่านไปมันก็ไม่สามารถที่จะ อยู่ได้นะคะมันจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตาม กาละเวลาอืมนะคะก็ประมาณนี้โอเคต่อมานะคะ เราก็ไปดูอีกอีกเรื่องนึงนะคะสักครู่ค่ะ ขอเปลี่ยนคลิปก่อน เนาะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *