โดนอีกแล้ว!.โทนบางแค คดีงอกหนีไม่รอดดิ้น!.ฟ้องบิ๊กเต่า #โทนบางแค #บิ๊กเต่า #สนธิ

โนบังแคอายุ 43 ปีพร้อมทนายความนำเอกสาร หลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความกับพันตำรวจ โทศักดิาถหนูช่งสว.สอบสวนสน.ผลโยชิ่น เพื่อให้ดำเนินคดีกับพล.ตำรวจตรีจร เกียรติปานแก้วรองผชก.หรือรองเต่าข้อหา ข่มขู่กันโชคครับจ้างทวงหนี้พร้อมกับแจ้ง ความร้องทุกข์มาดามเก่งและคนใกล้ชิดรวม 5 คนโอ้โหท่านผู้ชมวิธีที่พวกนี้ใช้เนี่ย เพราะอะไรม. รู้ว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน เพราะเมื่อไปเชื่อมกับความพยายามขอให้ ป๋องสุพรรณเซียนพระรุ่นพี่ติดต่อขอพบ บิ๊กตาวก่อนหน้านี้ทำให้เชื่อได้ว่าโทน น่าจะรู้ว่าไฟกำลังรามถึงตัวเองในคดี9้า เซียนพระที่จะโดนข้อหาร่วมกันหลอกลวงฉ่อ โกงผู้อื่นการดิ้นรนของโทนพยายามยกเหตุผล

ถูกข่มขู่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทำไปเพื่อ เรียกร้องความเห็นใจจากสังคมว่าตนเองเป็น ผู้ถูกกระทำ ก่อนจะกลายเป็นผู้ต้องหาตั้งรับอย่าง เดียวทั้งนี้พลโตตรีจรูเกียรติบอกว่าจาก การตรวจสอบพบว่าไอ้กลุ่มเนี้ยไปทำงาน ลักษณะแบบนี้กันหลายคนจนพบความเสียหายมูล ค่ากว่า 5,000 ล้านจาก 2,000 กว่าล้าน กลายเป็น 5,000 ล้านละซึ่งในทางคดี พนักงานสอบสวนกองกับ 2 บก.แจ้งข้อหาร่วม โกงกันไปแล้ว 3 คนรวมทั้งนายโทนทองด้วย จุดพีคของเรื่องทั้งหมดนี้มาอยู่ที่วัน พุธที่ 6 พฤษภาคมหรือเมื่อวันซืนที่ผ่าน มานี้เองกองการปราบปรามตามที่ผมบอกว่า เป็นฉากใกล้จะจบเมื่อความจริงมีหนึ่ง เดียวออกจากปากของมาดามเกงนักธุรกิจหญิง

พันล้านเจ้าของบริษัท MCS Steีลจำกัด มหาชนพร้อมทนายความอ้วกรุงสยามหรือ วัชรพงษ์ระดมสิทธิพัฒน์เซียนพระรุ่นใหญ่ ที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่มาดามเก่งถูกถามถึง จุดจุเริ่มต้นถึงความสัมพันธ์และชนความ ขัดแย้งกันระหว่างเธอกับโทนบางแค เรื่องนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2565 ปีที่ แล้วครั้งแรกที่รู้จักกันคือการซื้อขายรถ ยนต์หรูยี่ห้อเบนซ์เล่เวลานั้นมาดามเก่ง ต้องการขายรถผู้บริหารของบริษัทซึ่งตาม ปกติจะเปลี่ยนทุก 5 ปีโดยมูลค่าที่เต็นท์ รถประเมินราคามาไม่น่าพอใจจึงโทรหาเพื่อน รุ่นพี่ซึ่งเวลานั้นนั่งอยู่กับโทนบังแค เพื่อนรุ่นพี่ถามว่ารู้จักหรือไม่โทนบอก

ตัวเองมีชื่อเสียงมีคนติดตามและฐาน แฟนคลับจำนวนมากในเพจบอกว่าอยากขอซื้อรถ เบนซ์เล่นน่ะเองในราคา 18 ล้านบาทพร้อม ทะเบียนเลขสวยซึ่งมีราคา 10 ล้านคือราคา ลด 18 ล้านทะเบียนเลขสวยอีก 10 ล้านน่าจะ เป็น 999 มั้งผมจำไม่ได้ะเบ็ดเสร็จราคารถ คันนั้นคือ 28 ล้านบาทโทนขอเงินขายผ่อน ชำระให้ได้หลังจากตกลงกันอีก 10 เดือน ข้างหน้าตกลงกันได้แล้วนะแต่ขอผ่อนชำระ ชำระงวดแรกคือ 10 เดือนข้างหน้าแต่เอารถ มาใช้ก่อนจะจ่ายเช็คแบ่งเป็นงวดๆไป 10 ใบ เมื่อรู้จักกันแล้วโดยผ่านคนรู้จักคนกลาง โทนขอซื้อทรัพย์สินจากมาดามเก่งอีกหลาย รายการซื้อนาฬิกาหรูหูกระเป๋าแบรนด์เนมทำ

การข้อตกลงตีเช็คประกันกำหนดระยะเวลา 10 เดือนเหมือนกันกระทั่งต่อมาในเดือนตุลาคม 2565 โทนบางแคบอกมาดามเก่งว่าต้องการ เงินทุนไปทำกล้องส่องพระยี่ห้อไซส์รุ่น บูมมาีนของเยอรมันนี้โดยติดต่อผู้ใหญ่ ชื่อธีรพลนพลำภาธีรพลนพลลำภานั้นอดีตเป็น เลขาของสมัครสุนทรเวช ทีนี้โทนก็บอกจะจจำนำนองตึก TULET Center ในราคา 100 ล้านบาทแต่ก็ถูกเบี้ยวซึ่ง เป็นปัญหาขึ้นมาเมื่อเยอรมันเร่งรัดมาโทน อ้อนวอนขอจากหมาดำเก่งให้ช่วยเหลือเพื่อ จะไปต่อได้โทนบอกว่าไอ้กล้องส่องพระของ ยี่ห้อไซส์นั้นต้นทุนอยู่ 2,600 บาทแต่จะ เปิดขาย 17,000 บาทเพราะตัวเองเป็น

influenซอร์มีคนติดตามเป็นล้านคนโทนบอก ว่าเนื่องจากตัวเองมีคนติดตามเยอะจะให้ มาดามเก่ง 500 ตัวในราคา 3,000 บาทเท่า นั้นมาดามเก่งก็น่ารักน่ารักโทนพูดอะไรมา ก็เชื่อหมดแต่ผ่านไปมาดามเก่งก็ไม่ได้ของ ตามที่โทนเสนอให้ทวงถามโทนก็บอกว่าง่ายๆ ว่าขายกินหมดแล้วถ้ามาดามต้องการก็ให้ได้ 200 ตัวแต่ราคาต้องเป็น 10,000 บาทแต่ สุดท้ายมาดามเก่งก็ไม่เอาหลังจากเหตุ การณ์นั้นมานักธุรกิจสาวก็เริ่มมีความรู้ สึกว่าเฮ้ยมันไม่ใช่แล้วเว้ยมันไม่ใช่ แล้วเว้ยนี่คือเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่วาง ใจโทนบังแคและคิดว่าควรถอยห่างออกมาแล้ว ก็รอรับเช็คชำระหนี้ตามที่โทนสัญญาว่าจะ

จ่ายตามกำหนดให้ได้จบจบกันไปปรากฏว่าถึง เวลาจ่ายแล้วเช็คที่โทนจ่ายนั้นมันมี ชีวิตมันกลัวแบงค์พอเข้าไปขึ้นที่แบงค์ เนี่ยมันเด้งออกมานอกแบงค์เลยก็เลยมีการ เจรจากันสู่ในการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อ ให้มีการรับสภาพหนี้เรื่อยมาจนถึงเหตุ การณ์วันที่ 17 เมษายนและ 24 เมษายนที่ เป็นต้นเรื่องว่าโทนเอาไปบิดเบือนตัดตอน ว่าถูกบิ๊กเต่าข่มขู่พลตำรวจตรีจรูญ เกียรติป่านแก้วการปรับหนี้แต่ละครั้ง เพื่อหาทางออกร่วมกันจากหนี้เงินสด 100 ล้านบาทโทนชำระได้เพียงเพียง 8 ล้านที่ เหลืออีก 92 ล้านบาทขณะที่ทรัพย์สินอื่นๆ หลายรายการที่โทนซื้อไปมีมูลค่าค้างชำระ

อยู่รวมกันแล้วเป็น 180 ล้านบาทมีคำถาม ว่าทำไมลูกหนี้เจตนาไม่ชำระเหตุที่มาดาม เก่งไม่แจ้งความคดีกับนายโทนมาตั้งแต่แรก เพราะสามารถเจรจาคุยกันได้ทุกครั้งโทนบอก มาดามเก่งเสมอว่าผมเป็นน้องมีการนัดเพื่อ เจรจาในวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมาและ 24 เมษายนอีกครั้งนั้นไม่ได้เป็นฝ่ายของ พระดามเก่งนัดหรือบิ๊กเต่าพลมตรี จรุเกียรติเรียกแต่เป็นทางโทนเรียกให้ เซียนพระรุ่นพี่ป๋องสุพรรณเป็นคนช่วยนัก มาดามเก่งได้บอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอยาก จะขอโทษต่อพลดนตรีจรุณเกียรติทำให้ได้รับ ผลกระทบโดยรู้สึกเสียใจมากไม่ยุติธรรมไม่ มีการข่มขู่ต่อโทนบังแคบิ๊กเต่าไม่เคยรับ

เงินเลยแม้แต่บาทเดียวเป็นเพียงเพื่อพูด คุยเพื่อหาทางออกและไม่ได้ยืมมือตำรวจพวก เพื่อทวงหนี้แต่อย่างใดผมตั้งคำถามถาม ท่านผู้ชมหน้าที่ตำรวจคือการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขถามว่าสิ่งที่พลิกเต่าเนี่ยทำ อยู่เนี่ยบำบัดทุกข์หรือเปล่าใช่บำบัด ทุกข์ทุกข์คืออะไร ทุกข์ก็คือว่าถ้าสมมุติมาดามเก่งไปแจ้ง บิ๊กเต่าหนูมีทุกข์หนูไม่อยากจะแจ้งความ หนูไม่อยากจะแจ้งความเรื่องนี้เล่าให้ฟัง แต่หนูอยากให้ท่านรองผู้บัญชาการศพศูนย์ กลางเป็นตัวกลางได้มั้ยเรียกลูกหนี้ผมหนู มาคุยกับหนูว่าหนี้สินทั้งหมดเนี่ยที่ เป็นกันอยู่เนี่ยจะเคลียร์กันได้ยังไง

ท่านผู้ชมว่าบิ๊กเต่าผิดตรงไหนแต่ในข้อ เท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้นข้อเท็จจริงคือ โทนเป็นคนติดต่อเองอย่าขอเข้าพบบิ๊กดาว เมื่อบิ๊กแล้วพบแล้วเนี่ยสิ่งที่บิ๊กเดา พูดบิ๊กเดาก็ถามว่าเฮ้ยคุณมีทรัพย์สิน อย่างงี้งี้คุณขายทิ้งเอาคืนเขไปสิขาย ทิ้งคืนบิ๊กเตาไม่ได้ข่มขู่อะไรทั้งสิ้น บิ๊กเตาไม่มีสิทธิ์ไปข่มขู่เขาเพราะว่า เขายังไม่ได้เป็นจำเลยถึงจะเป็นจำเลยบิ๊ก เต่าก็ไม่สามารถข่มขู่ได้เพราะฉะนั้นสิ่ง ที่โทนบังแคพูดแล้วไปแจ้งกับปปตรนั้นเป็น ความเท็จทั้งสิ้นเป็นการให้ร้ายหมิ่น ประมาทซึ่งผมไม่ใช่บิ๊กเต่าแต่ถ้าผมเป็น บิ๊กเต่าเนี่ยผมจะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท

โทนก็จะโดนอีก 1 ข้อหาการกระทำโทนบังแค ทั้งฟ้องบิ๊กเต่ามาดามเก่งจึงสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นเพราะทุกครั้งที่ผ่านมาหาก เช็คเด้งโทนจะขอเจรจารับสภาพหนี้กันใหม่ เพื่อจะได้ไปต่อจากก้อนแรก 180 ล้านบาท เพิ่มเข้ามาอีก 120 ล้านบาทจากที่มาดาม เก่งรับเช็คเซียนพระคนอื่นที่โทนเป็นหนี้ จ่ายเช็คไว้ก็ต้องปรับสภาพหนี้กันจนยอด รวมกลายเป็น 300 ล้านบาทในสัญญามีหลักค้ำ ประกันหลักทรัพย์กันเป็นที่ดินสิ่งปลูก ซากอาคารศูนย์พระเครื่องของโทนซึ่งเขาตี ราคาไว้ 100 120 ล้านบาทและพระบูชาราย การอื่นๆรวม 153 รายการซึ่งโทนตีราคาไว้ 300-400 ล้านบาทโทนตีราคาพระเครื่องเอง

นะโอ๊ยอันนี้ต้อง 50 อันนี้ 70 อันนี้ 20 คำถามคือท่านผู้ชมครับถามแบบนักเลงมึงเอา มาตรฐานมาจากไหนวะหรือมึงตีราคาตามตีราคา ทิพย์ท่านผู้ชมครับนี่คือความจริงที่มี หนึ่งเดียวและที่เป็นประเด็นให้มาเก่งใน ฐานะเจ้าหนี้นอกจากเซียนพระชื่อดังจะงัด วิชาเช็คเด้งซื้อเวลาแล้วก็ดันไปพบว่า หลักทรัพย์ที่โทรนำบังคับประกันนั้นอ้าง ว่าราคา 120 ล้านนั้นประเมินได้ไม่เกิน 60 ล้านตึกทุกตึกที่ดินทุกแดงจะโกหกกันไม่ ได้เพราะมันจะมีราคากลางที่ประเมินที่ดิน ผืนนี้อยู่ถนนเส้นนี้อำเภอนี้ตำบลนี้มัน จะมีราคากลางของกรมที่ดินออกมาให้ว่านี่ มันเท่านี้หรือจะมีบริษัทที่รับจ้าง

ประเมินของเอกชนที่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันได้ สามารถจะเข้าไปประเมินได้เพื่อที่จะเอา ที่ดินตรงนั้นหรืออาคารตรงนั้นเพื่อมา เจรจาการค้ากันผู้ที่ทำหน้าที่ประเมิน เนี่ยจะประเมินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แล้วบอกว่าที่ตรงนี้ราคาแค่ไม่เกิน 60 ล้านบาทครับแต่ว่าโทนบอกว่า 120 ล้านขณะ ที่พระบูชารายการอื่นๆรวม 153 รายการที่ โทนตีมูลค่าประเมินพระเองว่า 300-400 ล้านบาทนั้นเมื่อนำไปเสนอขายแต่ละรายการ จะมีผู้คนให้ความสนใจเป็นมูลค่ารวมๆเพียง 35-40 ล้านบาทแค่ 10% ของราคาที่พี่โทน ประเมินออกมานอกจากนี้แล้วในส่วนของหนี้ ที่ได้มาจากเซียนพนันรายอื่นที่โทนเป็น

หนี้อยู่ 120 ล้านโทนก็ใช้วิธีเดียวกัน โทนจ่ายเป็นพระเครื่องซึ่งตีมูลค่าจำนวน 66 ล้านบาทให้มาดามเก่งซึ่งมูลค่าที่แท้ จริงหลังจากประเมินจากผู้ที่เชี่ยวชาญ จริงๆแค่ 7 ล้านต

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *