“ดร.นิด” ถูกบังคับให้ซัดทอด “บิ๊กโจ๊ก” ใส่ร้ายโกงข้อสอบ แลกประกันตัว? ไซเบอร์โต้กลับ

งงไปหมดแล้วสำหรับเรื่องนี้ไม่รู้ใครพูด จริงใครโกหกกันแน่แต่ล่าสุดดร.นิดหรือดร. คณิตฐาเลิศบรรเจิดวงศ์ได้ออกมาแจ้งความ เอาผิดกับตำรวจไซเบอร์เสียอย่างนั้นโดย อ้างว่าวิธีการสอบสวนมันไม่เป็นธรรมแถม ยังบังคับขู่เขญบอกให้พาดพิงใส่ร้ายบิ๊ก โจ๊กหรือพล.ตำรวจเอกสุรเชษฐหักพานอดีตรอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอีกด้วยสำหรับ เรื่องดังกล่าวเท็จจริงอย่างไรยังไม่มี ข้อสรุปออกมาแต่ดร.นิดผู้ต้องหาตามหมาย จับของศาลอาญากรุงเทพใต้ข้อหาร่วมกันเอา ไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่ น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นตามป.อาญา มาตรา 188 จับกุมตัวได้ภายในบ้านเลขที่

261 บางบอ 5 ซอย 68 แขวงบางบอเหนือเขต บางบอกทม.พร้อมยึดของกลางเป็นโทรศัพท์ 1 เครื่องและ iPad 1 เครื่องนำมาตรวจสอบ ก่อนคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำที่บก.สอท. 1 เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมาซึ่ง การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากการขยายผล เครือข่ายเว็บพนันนางสาวมินนี่และตรวจพบ พยานหลักฐานจากเครื่องมือสื่อสารว่ามีการ นำข้อสอบของคณะนิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยภาคค่ำหลักสูตรประกาศนียบัตร ชั้นสูงการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน ออกมาเพื่อทำการทุจริตโดยมีตำรวจระดับรอง ผู้กำกับและตำรวจระดับสารวัฏเป็นตัว ประสานกับทางเจ้าหน้าที่หลักสูตร

นิติศาสตร์บัณฑิตภาคบัณฑิตให้เอาข้อสอบ ออกมาจากห้องสอบเพื่อเอามาให้กับดร. คณิตฐาเลิศบรรเจิดวงศ์หรือดร.นิดผู้ต้อง หาที่อ้างตัวเป็นเลขาส่วนตัวของอดีตรอง ผบตร.ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้นกระทั่ง ต่อมามีรายงานว่านายริธิชุมวงศ์ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากดร.คณิษฐาเดินทางเข้าพบ พันตำรวจตรีทศภาคดีทองทองสน.ทุ่ง 2 ห้อง เมื่อวันที่ 30 เมษายนเพื่อดำเนินคดีกับ พันตำรวจเอกรัชตโชค ลีลาวานิชคุณรองผบก.สอท. 5 บช.สอท.และพัน ตำรวจตรี วัชรพงษ์ศรีขสารวัฏสืบสวนบก.สอท. 1 บช. สอท.กรณีสอบสวนไม่เป็นธรรมในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิด

ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามประมวลกฎ หมายอาญามาตรา 157 และในความผิดฐานข่มขืน ใจให้กระทำการใดไม่กระทำการใดตามประมวลกฎ หมายอาญามาตรา 309 เพื่อให้ได้รับโทษตาม กฎ [เพลง] โดยในขณะทำการสอบสวนพันตำรวจตรีวัชรพงษ์ ได้ปล่อยให้พันตำรวจเอกรัชตโชคเข้าร่วมทำ การสอบสวนทำให้ดร.คณิษฐาเข้าใจว่าพัน ตำรวจเอกรัชตโชคเป็นพนักงานสอบสวนและมี อำนาจทำการสอบสวนในคดีดังกล่าวอีกทั้งใน ระหว่างที่อยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำ ประกอบกับพันตำรวจตรีวัชรพงษ์ได้ปล่อยให้ พันตำรวจเอกรัชตโชคทำการสอบสวนดร.คณิษฐา เพียงลำพังโดยมีพฤติการข่มขู่บังคับจูงใจ ให้การซัดทอดเพื่อแลกกับการประกันตัวกรณี

ขโมยข้อสอบและกดดันโดยใช้ระยะเวลาการสอบ สวนเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อให้การซัดทอด บิ๊กตำรวจถ้าไม่ซัดทอดจะไม่ได้รับการ ประกันตัวเบื้องต้นพนักงานสอบสวนจึงรับ เรื่องไว้ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติเพื่อพิจารณาต่อ [เพลง] พล.ตำรวจโทไตรโรงผิวพรรณผบช.สอท.เปิดเผย ว่าจากกรณีที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นสิทธิ์ ของผู้ต้องหาเห็นว่าพนักงานสอบสวนทำไม่ ถูกต้องก็สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ นั้นจากการทำงานตั้งแต่วันแรกที่มีการจับ กุมจะเห็นภาพที่ปรากฏตามสื่อว่าทุกอย่าง เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายถูกต้องครบถ้วน แล้วโดยมีการให้สิทธิ์ผู้ต้องหาพบทนาย

ความและบุคคลที่ผู้ต้องหาไว้วางใจเข้า ร่วมสังเกตการทุกขั้นตอนในการสอบสวนเมื่อ วานนี้ตนได้รับรายงานจากพลตำรวจตรี สิริวัฒน์ดีพอผบก.สอท. 1 ว่าพนักงานสอบ สวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหามาสอบปักคำ เพิ่มเติมแต่ระหว่างกำลังสอบปักคำผู้ต้อง หาอยู่นั้นมีพนักงานสอบสวนสน.ทุ่ง 2 ห้อง โทรศัพท์มายังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีให้ เตรียมข้อมูลเพื่อเข้าชี้แจงต่อพนักงาน สอบสวนสน.ทุ่ง 2 ห้องเนื่องจากผู้เสียหาย ได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้ามาแจ้งความ ดำเนินคดีอาญากับพนักงานสอบสวนสอท. 1 กรณีสอบสวนไม่เป็นธรรมพล.ตำรวจโทไตรโรง เปิดเผยอีกว่าขณะนั้นผู้ต้องหาและทนาย

ความก็นั่งอยู่กับพนักงานสอบสวนสอท. 1 ด้วยเพราะอยู่ระหว่างการสอบปากคำทาง พนักงานสอบสวนสอท. 1 จึงสอบถามผู้เสียหาย ว่าเหตุใดจึงไปพบพนักงานสอบสวนสน.ทุ่ง 2 ห้องก่อนเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สอท. 1 ผู้เสียหายตอบว่าเพราะเข้าใจว่า พนักงานสอบสวนของสอท.หนึ่งกระทำการไม่ถูก ต้องเพราะไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสอบปากคำ ผู้ต้องหาและมีการบังคับข่มขู่ชักจูงใจ ใช้กำลังพนักงานสอบสวนในขณะนั้นจึงอธิบาย ให้ผู้ต้องหาและทนายทราบว่าได้กระทำการไป ตามอำนาจหน้าที่ไม่ได้บังคับขู่เข้นหรือ ชักจูงใจแต่อย่างใดซึ่งในวันนั้นมีทนาย ความและผู้ที่ผู้ต้องหาไว้ใจอยู่ด้วยซึ่ง

ทนายความที่อยู่ในวันจับกุมกับทนายความ ที่มาเมื่อวานไม่ใช่คนเดียวกันและทนาย ความที่ไปแจ้งความดำเนินเดินคดีที่สน. ทุ่ง 2 ห้องเมื่อวานก็เป็นอีกคนกับที่มา ด้วยจากนั้นได้มีการพูดคุยกับผู้ต้องหา และทนายความจนเข้าใจและสมัครใจที่จะเดิน ทางไปสน.ทุ่ง 2 ห้องพร้อมทนายความและคน ที่ตนเองไว้ใจโดยเดินทางไปพร้อมกับ พนักงานสอบสวนของสอท. 1 ที่จะไปถอนแจ้ง ความดังกล่าวออกไปเพราะตนเข้าใจผิดแต่ ปรากฏว่าเมื่อไปถึงสน.ทุ่ง 2 ห้องปรากฏ บุคคลชายอย่างน้อย 1 คนเข้ามาพยายามคุย กับผู้ต้องหาและพยายามยื่นโทรศัพท์ให้ผู้ ต้องหาคุยด้วยโดยบุคคลที่อยู่ในสายนั้น

เป็นผู้ชายและเป็นคนที่มีชื่อเสียงคน หนึ่งแต่ผู้ต้องหาเดินหนีไม่คุยด้วยจนสุด ท้ายผู้เสียหายก็ไม่ได้ลงบันทึกถอนแจ้ง ความแต่พนักงานสอบสวนได้แจ้งแล้วว่าการ สอบสวนยังไม่แล้วเสร็จให้กลับไปสอบสวนต่อ ที่สอท.หนึ่งแต่ผู้ต้องหากลับขึ้นรถไปกับ ชายคนดังกล่าวซึ่งทนายความก็ติดต่อผู้ เสียหายไม่ได้จึงเดินทางมารอที่ห้องสอบ สวนสอท. 1 แต่สุดท้ายก็ไม่กลับมาพนักงาน สอบสวนของสอท. 1 ได้ออกหมายเรียกผู้ต้อง หาเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งเนื่อง จากยังสอบปากคำไม่แล้วเสร็จพล.ตำรวจโท ไตรรงเปิดเผยด้วยว่าในฐานะหัวหน้าหน่วย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจเราไม่ถูกต้องก็ต้อง

รับผิดชอบแต่ถ้าเจ้าหน้าที่เราถูกต้องใน ฐานะผู้บังคับบัญชาก็ต้องให้ความเป็นธรรม แต่ก็ต้องฟังผู้ต้องหาด้วยส่วนตัวรู้สึก เป็นห่วงผู้ต้องหาเหมือนกันเพราะการขึ้น รถไปกับชายคนเดียวเพียง 2 คนโดยไม่ได้พา ทนายไปด้วยอีกทั้งยังติดต่อไม่ได้ก็ไม่ รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างซึ่งพนักงานสอบสวน ก็ได้คุยกันว่าเรื่องนี้อาจมีผลต่อการให้ ประกันตัวแต่ก็ยังอยากให้โอกาสผู้ต้องหา อยู่จึงต้องออกหมายเรียกรอบ 2 ในวันพรุ่ง นี้เมื่อถามว่าทราบหรือไม่ว่าคนในสาย โทรศัพท์เป็นใครพล.ตำรวจโทไตรรงกล่าวว่า เป็นคนดังที่ทุกคนย่อมรู้ว่าเป็นใครแต่ ไม่ขอเอ่ยชื่อบอกได้ว่าเป็นคนดังจริงๆโดย

ส่วนตัวมองว่าสำหรับเรื่องนี้หากผู้เสีย หายไม่สบายใจจะดำเนินการทางกฎหมายกับ พนักงานสอบสวนก็สามารถกระทำได้แต่เช่น เดียวกันพนักงานสอบสวนก็มีสิทธิ์จะชี้แจง ด้วยเช่นกันพล.ตำรวจเอกรัตน์พันเเพชรผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานกรณี นี้เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมามีข ราชการตำรวจนายหนึ่งเดินทางไปที่สนทุ่ง 2 ห้องเพื่อเจรจากับดร.คณิษฐาหรือดร.นิดผู้ ต้องหาคดีลักลอบนำข้อสอบคณะนิติศาสตร์ไป ช่วยอดีตพล.ตำรวจเอกและพาตัวผู้ต้องหาออก จากสน.ทุ่ง 2 ห้องโดยไม่ได้แจ้งพนักงาน สอบสวนหรือนำทนายความติดตามไปด้วยทำให้ การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นและไม่สามารถติด

ต่อผู้ต้องหาได้โดยสั่งการให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าวและราย งานให้ทราบโดยด่วนทั้งนี้ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติกำชับให้ตรวจสอบและรวบรวม พยานหลักฐานให้ครบถ้วนหากพบว่ามีการกระทำ ผิดจริงในข้อหาใดให้ดำเนินการอย่างเด็ด ขาดทั้งทางวินัยปกครองและอาญาและหากมี ความเกี่ยวข้องกับข้าราชการตำรวจตรวจราย ใดก็ให้ตรวจสอบทุกคนอย่างไรก็ตามพร้อมที่ จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและดำเนินการ อย่างตรงไปตรงมาหากใครทำผิดก็ว่าไปตามผิด ต้องดำเนินการทุกรายไม่มียกเว้น มาร่วมสนับสนุนท็อปวสนำเสนอความจริงได้ แล้ววันนี้เพียงกดปุ่ม Super Thanks

แล้วเลือกจำนวนเงินตามที่ต้องการได้เลย ครับขอบคุณครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *