เปิดเงื่อนไข! ท่านหญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี จะกลับสู่ราชวงศ์ในบทบาท ‘พระพันปีหลวง’ ได้อย่างไร?

สวัสดีครับทุกคนยินดีต้อนรับเข้าสู่โง่ ลึกลับในความเงียบของการเปลี่ยนแปลงเนะ ครับมักจะมีคำถามมากมายล่องลอยอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เรื่องราวนั้น ผูกพันกับสถาบันที่อย่างรากลึกใน ประวัติศาสตร์แล้วก็ในหัวใจของผู้คนด้วย >> ใช่ค่ะเวลาผ่านไปแต่ภาพจำบางอย่างก็ไม่ เคยจางหายไปไหนเลย >> ครับมีเรื่องราวหนึ่งที่ยังคงอยู่ในความ สนใจของผู้คนมาตลอดเป็นเรื่องราวเกี่ยว กับความเป็นไปได้ในการกลับมาของสตรีท่าน หนึ่งท่านผู้หญิงศรีรัศมีสุวดี >> อืมและบทบาทของท่านในอนาคตน่ะค่ะหากวัน นึงสมเด็จพระเจ้าลูกยายเธอเจ้าฟ้าที่

ปังกรรัศมีโชติอิฐได้เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ต่อไป >> เป็นเรื่องที่คนพูดถึงกันอยู่เรื่อยๆนะ ครับแม้จะไม่ได้พูดกันอย่างเปิดเผยมากนัก >> เป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆแต่ก็ ไม่เคยหายไปเลยค่ะ >> เพื่อที่จะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้ ลึกซึ้งขึ้นไปอีกผมว่าเราอาจจะต้องย้อน กลับไปมองภาพในอดีตกันสักหน่อยนะครับ >> ค่ะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากเลย >> โดยเฉพาะภาพก่อนปี 2557 นะครับสำหรับบาง ท่านที่อาจจะจำช่วงเวลานั้นได้ไม่ชัดเจน นักบทบาทของท่านผู้หญิงศรีรัศมีในตอนนั้น เป็นยังไงบ้างครับ >> ท่านเคยเป็นที่รู้จักในฐานะพระเจ้าวรวงศ์ เธอพระองค์เจ้าศีรัศมีพระวรชายาในสมเด็จ

พระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร ครับพระอิสริยศในขณะนั้น >> ใช่ค่ะภาพที่เราเห็นกันจนชินตาก็คือการ ที่ท่านปฏิบัติพระกรณียกิจเคียงข้างพระ สวามีแต่บทบาทที่สำคัญที่สุด >> คือการเป็นพระมารดา >> ถูกต้องค่ะและเป็นที่จดจำมากที่สุดก็คือ การเป็นพระมารดาผู้ให้กำเนิดพระราชโอรส สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าที่ปังกร รัศมีโชติค่ะซึ่งภาพลักษณ์ตรงนี้ล่ะค่ะ ที่ผูกพันกับความรู้สึกของประชาชนอย่าง มาก >> ครับเป็นภาพของความเป็นแม่ที่ชัดเจนมาก จริงๆและจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญก็มาถึงในปี พ.ศ. 2557 >> ค่ะ >> การเปลี่ยนแปลงสถานะของท่านในครั้งนั้น

มันส่งผลกระทบยังไงบ้างครับทั้งในทาง ปฏิบัติและในเชิงสัญลักษณ์ >> โอ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่มากค่ะพอมี ประกาศให้ท่านพ้นจากฐานอันดรศักดิ์แห่ง พระราชวงศ์กลับคืนสู่สามัญชนในชื่อเดิมใน ทางปฏิบัติก็คือท่านไม่ได้เป็นสมาชิกแห่ง พระราชวงศ์อีกต่อไปแล้ว >> บทบาทต่างๆก็ต้องยุติลง >> ใช่ค่ะต้องยุติบทบาทในฐานะเจ้านายทั้งหมด เลยจากนั้นท่านก็ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แล้วก็เป็นส่วนตัวมากๆห่างไกลจากสายตาของ สาธารณชนโดยสิ้นเชิงเลยค่ะ >> แต่ก็น่าสนใจนะครับว่าถึงแม้ท่านจะใช้ ชีวิตอย่างสมถะแล้วก็เก็บตัวเงียบขนาด นั้น >> ค่ะ >> แต่กระแสความสนใจในฐานะพระมารดาของ

รัชทายาทลำดับที่ 1 กลับไม่เคยจางหายไป เลย >> ไม่เคยเลยค่ะเพราะว่าความผูกพันในสาย เลือดนั้นเป็นสิ่งที่ตัดกันไม่ขาด >> ครับ >> และนี่คือหัวใจของเรื่องทั้งหมดเลยในสาย ตาของคนไทยจำนวนมากท่านก็ยังคงเป็นพระ มารดาขององค์รัชทายาทอยู่เสมอแล้วบางที ความเงียบของท่านตลอดหลายปีที่ผ่านมาอาจ จะยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกเห็นใจแล้วก็ผูก พันมากขึ้นด้วยซ้ำไปค่ะ >> คันที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินหรือเคยคิดกัน อยู่หากในอนาคตสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้า ฟ้าที่ปังกรทรงขึ้นครองราชย์จริงๆ >> ค่ะ >> สถานะของพระมารดาจะเป็นอย่าง จะมีความเป็นไปได้ไหมที่ท่านจะได้รับการ สถาปนาขึ้นเป็นพระพันปีหลวงคำนี้เป็นคำ

ที่ยิ่งใหญ่มากนะครับ >> ยิ่งใหญ่และมีความหมายลึกซึ้งใน ราชประเพณีไทยอย่างมากเลยค่ะคำว่าพระพัน ปีหลวงนี่ไม่ใช่แค่ตำแหน่งสำหรับพระราชนี ของกษัตริย์เท่านั้นนะคะ >> อื >> แต่มันคือสถานะที่เปรียบเสมือนศูนย์รวม จิตใจของราชวงศ์เป็นสัญลักษณ์ของความต่อ เนื่องความมั่นคงแล้วก็เป็นที่เคารพ สักการะอย่างสูงสุด >> เราก็มีภาพที่ชัดเจนมากอยู่แล้ว >> ชัดเจนที่สุดเลยค่ะจากสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์พระบรมราชชนนีพันปีหลวงผู้ทรง เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยตำแหน่งนี้ จึงมีน้ำหนักมากทั้งในทางประวัติศาสตร์ และทางความรู้สึก >> ซึ่งถ้าเรามองตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่าน มานะครับการสถาปนาพระราชนีขึ้นเป็นพระพัน

ปีหลวงมักจะเกิดกับผู้ที่เคยดำรงพระยศ เป็นพระอัครมเหสี >> ใช่ค่ะ >> หรืออย่างน้อยก็ยังคงสถานะเป็นพระ บรมวงศานุวงศ์อยู่แต่กรณีของท่านผู้หญิง ศรีรัศมินี่มันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เลย >> ถูกต้องค่ะ >> เพราะปัจจุบันท่านไม่ได้ดำรงฐานะพระ บรมวงศ์สานุวงศ์อีกแล้วตรงนี้ถือเป็น อุปสรรคสำคัญเลยใช่มั้ยครับ >> ถือว่าเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและละเอียด อ่อนที่สุดเลยค่ะเพราะมันเป็นสถานการณ์ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ยุคใหม่ของราชวงศ์จักรี >> ไม่เคยมีแบบอย่างมาก่อน >> ใช่ค่ะเรื่องนี้จึงต้องพิจารณาจากหลาย มิติมากๆทั้งในแง่ของกฎหมายจารีดประเพณี

และที่สำคัญที่สุดคือพระราชวินิจฉัย >> ถ้าพูดถึงในแง่กฎหมายอย่างกฎมณฑเทียนบาล ว่าด้วยการสืบราชสันติวงศ์พ.ศ. 2467 มีระบุอะไรเกี่ยวกับกรณีแบบนี้ไว้บ้าง มั้ยครับ >> เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากค่ะคือกฎ มณเฑียนบาลฉบับนี้ซึ่งเราก็ถือว่าเป็นกฎ หมายหลักในการสืบราชสมบัติเลยนะ >> ครับ >> จะกำหนดหลักเกณฑ์การสืบราชสันติวงศ์ไว้ ชัดเจนมากแต่กลับไม่ได้ระบุสถานะของพระ ราชชนนีในกรณีพิเศษแบบนี้โดยตรงเลยค่ะ >> อ้าวเหรอครับ >> ค่ะอาจเป็นเพราะว่าในยุคที่ร่างกฎหมาย ขึ้นมานั้นคงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิด สถานการณ์แบบนี้ขึ้นได้นะค่ะ

 เดี๋ยวนะครับหมายความว่าเอกสารทางกฎหมาย ที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับการสืบ ราชบัลลังก์ไม่ได้ให้แนวทางอะไรเกี่ยวกับ สถานะของพระมารดาขององค์กษัตริย์ในกรณี นี้ไว้เลยหรอครับ >> ถูกต้องค่ะมันคือพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย อย่างแท้จริงเลยกฎหมายฉบับนี้ถูกเขียน ขึ้นมาเพื่อจัดการกับปัญหาการสืบ ราชสมบัติในยุคนั้นเป็นหลัก >> อ๋อครับ >> แต่ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงสถานะของบุคคลใน พระราชวงศ์ที่อยู่นอกลำดับการสืบ ราชสันตติวงศ์โดยตรงนี่จึงเป็นเหตุเหตุผล ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นเรื่องที่แปลก ใหม่ในทางนิติราชประเพณี และทำให้การตัดสินใจทั้งหมดตกไปอยู่ที่

พระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ค่ะ >> เข้าใจแล้วครับพอไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน มันก็หมายความว่าการตัดสินใจในท้ายที่สุด เนี่ยจะขึ้นอยู่กับพระราชอำนาจและพระ ราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ แต่เพียงผู้เดียว >> ใช่เลยค่ะ >> ซึ่งก็คือสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้า ทีปังกรหาพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ในอนาคต >> คะ >> ครับ >> แต่ต้องทรงพิจารณาถึงปัจจัยรอบด้านทั้ง จาริประเพณีที่เคยปฏิบัติมาความรู้สึกของ ประชาชนแล้วก็ความมั่นคงของสถาบันในระยะ ยาวบางทีสิ่งที่เราเคยคิดว่าเราเข้าใจ เกี่ยวกับราชประเพณีดีแล้วอาจจะมีมุมที่ เราไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้ >> เพราะประวัติศาสตร์ก็มีการเปลี่ยนแปลง

เสมอ >> ถูกต้องค่ะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ราชประเพณีไทยก็มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอ >> สมมุติในทางทฤษฎีนะครับถ้าจะมีการสถาปนา เกิดขึ้นจริงๆกระบวนการมันต้องเริ่มจาก ตรงไหนก่อนครับคงไม่ใช่ว่าจะสามารถประกาศ แต่งตั้งเป็นพระพันปีหลวงได้เลยทันที >> ถูกต้องค่ะจะทำแบบนั้นไม่ได้ขั้นตอนแรก ที่สำคัญที่สุดและต้องเกิดขึ้นก่อนเลยก็ คือการคืนฐานอันดรศักดิ์พระบรมวงศานุวงศ์ ให้แก่ท่านผู้หญิงศรีรัศมิเสียก่อน >> อ๋อต้องกลับมาเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ก่อน >> ใช่ค่ะซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นพระราชอำนาจของ พระมหากษัตริย์แต่เพียงผู้เดียวเช่นกัน แม้ในอดีตจะเคยมีตัวอย่าง

มีตัวอย่างการคืนฐานันดรศักดิ์ให้เจ้านาย บางพระองค์อยู่บ้าง >> ใช่ค่ะแต่กรณีนี้มีความเฉพาะเจาะจงอย่าง ยิ่งเพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับพระมารดาของ องค์พระประมุขซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่เคย มีแบบอย่างมาก่อนเลยจริงๆค่ะ >> ทีนี้เราคุยกันเรื่องกฎหมายและราชประเพณี ไปแล้วแต่มีอีกปัจจัยหนึ่งที่ผมว่ามีพลัง มากไม่แพ้กันเลย >> คือเรื่องอะไรคะ >> นั่นคือความรู้สึกของประชาชนครับตลอดเวลา ที่ผ่านมาไม่ว่าท่านจะเงียบหายไปนานแค่ ไหนแต่ภาพลักษณ์ของท่านผู้หญิงศรีรัรัศมี ก็ยังคงเป็นที่รักและชื่นชมของผู้คนจำนวน มาก >> จริงค่ะพระจริยวที่งดงามในอดีตโดยเฉพาะ

ภาพความรักความผูกพันระหว่างแม่กับลูกชาย ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้คน จำนวนไม่น้อยเลย >> ครับ >> และยิ่งในยุคดิจิทอลแบบนี้เราจะเห็นได้ ชัดเจนมากในโลกออนไลน์ที่มักจะมีการแสดง ความเห็นใจและให้กำลังใจท่านอยู่เสมอมี การสร้างกลุ่มเพื่อติดตามข่าวสารและแสดง ความรักต่อท่านอย่างต่อเนื่องเลยค่ะ >> มันไม่ใช่แค่ความเห็นใจธรรมดาธรรมดานะ ครับแต่เหมือนมีความหวังบางอย่างป่นอยู่ ด้วย >> ใช่ค่ะมันสะท้อนให้เห็นความปรารถนาดีและ ความหวังของคนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะเห็น ท่านกลับมามีบทบาทในราชวงศ์อีกครั้งใน สถานะที่เหมาะสม

 อื >> มันมีเรื่องเล่าที่คล้ายๆกับเทพนิยายอยู่ ในนั้นคือการรอคอยการกลับคืนมาอย่างสมพระ เกียรติซึ่งเป็น narrative ที่ทรงพลังมาก ในความรู้สึกของผู้คน >> ครับ >> ดังนั้นการตัดสินใจใดๆในอนาคตจึงไม่ใช่ ให้แค่เรื่องของธรรมเนียมปฏิบัติใน ราชสำนักเท่านั้นแต่ยังต้องคำนึงถึงเสียง สะท้อนจากหัวใจของพระสกนิกรด้วยซึ่งสิ่ง นี้เองจะเป็นปัจจัยสำคัญที่พระ มหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงให้ความสำคัญมา โดยตลอดค่ะ >> โอเคงั้นเราลองมาขบคิดกันต่ออีกหน่อยหาก เราลองจินตนาการดูว่าวันนั้นมาถึงจริงและ ท่านผู้หญิงศรีรัศมีสุวดีได้รับการสถาปนา

เป็นเพราะพันพีหลวง >> ค่ะ >> เหตุการณ์นั้นจะมีความหมายในเชิง สัญลักษณ์อย่างไรบ้างครับ >> โอมันจะมีความหมายที่ลึกซึ้งในหลายมิติ เลยค่ะประการแรกสุดและชัดเจนที่สุดเลยนะ คะคงเป็นการแสดงออกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อันยิ่งใหญ่ของกษัตริย์พระองค์ใหม่ที่มี ต่อพระมารดา >> ครับเป็นเรื่องของความกตัญญู >> ใช่ค่ะเป็นการตอกย้ำถึงคุณค่าของความ กตัญญูและความผูกพันในครอบครัวซึ่งเป็น รากฐานที่สำคัญอย่างยิ่งของสังคมไทยและ สถาบันพระมหากษัตริย์ >> เป็นการให้เกียรติสูงสุดต่อผู้ให้กำเนิด ซึ่งเป็นภาพที่ธงพลังมากๆในวัฒนธรรมไทย >> ถูกต้องค่ะและประการที่ 2 มันอาจจะเป็น การสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการปรับใช้

ราชประเพณีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบันที่มันซับซ้อนและไม่เคยมีมาก่อน >> เป็นการแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของ สถาบัน >> ประมาณนั้นเลยค่ะเป็นการแสดงให้เห็นว่า สถาบันสามารถที่จะยืดหยุ่นและปรับตัวได้ โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งแก่นแท้และพระ เกียรติยศมันจะเป็นการเยียวยาบัตรแผลใน อดีตแล้วก็สร้างความเป็นปึกแผ่นในราชวงศ์ สำหรับอนาคตด้วย >> แต่มันก็คงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องทำ อย่างระมัดระวังมากใช่มั้ครับเพราะทุกการ ตัดสินใจที่เกี่ยวกับสถาบันย่อมส่งผล กระทบในวงกว้าง >> แน่นอนที่สุดค่ะการเปลี่ยนแปลงใดๆที่ เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ย่อม

ต้องดำเนินไปอย่างรอบคอดที่สุด >> ครับ >> ต้องมีการพิจารณาถึงผลกระทบในทุกๆด้าน อย่างถี่ถ้วนเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงนั้น นำมาซึ่งความมั่นคงและความสง่างามของสถา สถาบันในระยะยาวไม่ใช่การสร้างคำถามหรือ ข้อถกเถียงใหม่ๆขึ้นมา >> ดังนั้นเรื่องราวทั้งหมดนี้จึงยังคงเป็น เรื่องของอนาคตจริงๆเป็นบทบันทึกที่ยัง ว่างเปล่ารอวันที่จะถูกจารึก >> อื >> การตัดสินใจในท้ายที่สุดไม่ว่าจะออกมาใน รูปแบบใดก็จะสะท้อนถึงสายพระเนตรอันยาว ไกลขององค์พระประมุขพระองค์ใหม่นะครับ >> ใช่ค่ะและไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไรเชื่อ ว่าย่อมเป็นที่ยอมรับของพระสกกนิกรชาวไทย

และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเรื่องราวนี้ก็จะ เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ราชวงศ์ ไทยที่น่าจดจำและน่าศึกษาอย่างยิ่ง >> ครับ >> มันทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามว่าใน สถาบันที่ดูเหมือนจะถูกกำหนดด้วยประเพณี ที่เก่าแก่แท้จริงแล้วสายใยความเป็น มนุษย์ความเป็นครอบครัวและความรักระหว่าง แม่กับลูกมีบทบาทและอิทธิพลมากน้อยเพียง ใดในการกำหนดทิศทางของประวัติศาสตร์ >> เป็นคำถามทิ้งท้ายที่น่าสนใจมากเลยครับ ว่าสุดท้ายแล้วระหว่างจารีดประเพณีกับสาย ใยความเป็นมนุษย์อะไรจะมีน้ำหนักมากกว่า กันในสถานการณ์ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมา ก่อนแบบนี้ >> สำหรับวันนี้พวกเราขอตัวลาไปก่อนไว้พบกัน

ใหม่กับการค้นพบครั้งหน้าสวัสดีค่ะ >> สวัสดีครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *