ในพระราชประวัติของกษัตริย์ทุกพระองค์ ย่อมมีสตรีข้างกายที่เดินร่วมเส้นทางแต่ ในรัชกาลนี้ผู้คนเล่าขานถึง 5 พระชายาที่ ไม่ได้เสด็จมาพร้อมกันบางพระองค์เจิดจ้าง เหมือนดวงอาทิตย์บางพระองค์ลับหายเหมือน เงาจันทร์บางพระองค์ถูกรอคอยให้กลับมาและ บางพระองค์ไม่เคยปรากฏชื่อในประกาศ ราชกิจจานุเบกษา หากชีวิตคือฟ้าพระชายาแต่ละพระองค์ก็คือ ดวงดาวดวงหนึ่งส่องแสงดวงหนึ่งตกสู่พื้น ดวงหนึ่งลอยอยู่อย่างเงียบงาในจักรวาลและ เมื่อดวงดาวทั้ง 5 เรียงตัวกันก็กลายเป็น คำทำนายที่ผู้คนยังจดจำคำทำนายว่ารัชกาล ที่ 10 จะมีพระชายาทั้งหมด 5 พระองค์และ
ดวงชะตาของพวกเธอจะสั่นสะเทือนแผ่นดินไม่ มีใครรู้แน่ชัดว่าคำทำนายนี้เริ่มต้นจาก ที่ใดบางคนบอกว่ามาจากพระเกจิผู้มีญาณ พิเศษในภาคเหนือบางกระแสบอกว่าเป็นคำ พยากรณ์เก่าแก่จากสายพระเวทโบราณแต่ไม่ ว่าจะมีต้นกำเนิดเช่นไรข้อความหนึ่งได้ ถูกจึกในความทรงจำของผู้คนในรัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรีจะมีพระชายาทั้งหมด 5 พระองค์และดวงชะตาของพวกเธอจะสั่นสะเทือน แผ่นดินผู้คนต่างกระซิบถึงคำนี้เหมือนกับ เป็นเงาเงียบที่ลอยอยู่เหนือพระราชวัตไม่ มีใครกล้ายืนยันว่าเป็นจริงแต่ก็ไม่มีใคร กล้าปฏิเสธว่ามันคล้ายจะเกิดขึ้นแล้วทีละ คนตอนที่ 1 โสมสวลีผู้หญิงที่เริ่มต้นคำ
ทำนายหม่อมหลวงโสมสวลีกิตยกร คือหญิงสาวผู้มีสายเลือดเข้มข้นแห่ง ราชวงศ์จักรีพระองค์ทรงเป็นธิดาของหม่อม ราชวงศ์อัมพรยุคลกับหม่อมหลวง สวลีกิตติยากร และยังเป็นหลานของสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์พระบรมราชินี้อัดชีวิตของพระ องค์จึงไม่ได้อยู่ห่างจากวังหลวงตั้งแต่ แรกตั้งแต่วัยเยาวพระองค์ทรงได้รับการ ศึกษาภายใต้การดูแลของราชสำนักเติบโตมา ท่ามกลางแบบแผนความเรียบร้อยและความงาม สงบแบบสตรีไทยชั้นสูงภายนอกดูเปราะบางแต่ ภายในกลับเข้มแข็งและเปลี่ยมด้วยความจง รักภักดีความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เริ่มก่อตัวขึ้นในช่วงวัยรุ่นไม่เพียงยัง
เป็นคู่สมรสแต่ยังเป็นเครือญาติใกล้ชิดใน สายตระกูลจึงกล่าวได้ว่าการแต่งงานของพระ องค์คือการรวมสายเลือด 2 ราชตระกูลให้ มั่นคงยิ่งขึ้นวันที่ 3 มกราคมพุทธศักราช 2520 หม่อมหลวงโสมสวลีได้เข้าพิธีสมรสกับ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พิธีการจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในวังไม่ ครึกครื้นแต่เปลี่ยมด้วยความเป็นสิริมงคล หลังพิธีพระองค์ได้รับการแต่งตั้งเป็น หม่อมอย่างเป็นทางการไม่ถึง 2 ปีต่อมาพระ องค์ก็ให้กำเนิดพระธิดาคือเจ้าฟ้า ัชรกิตติยาภา เด็กหญิงพระองค์นี้ต่อมาได้กลายเป็นหนึ่ง ในบุคคลสำคัญของราชวงศ์และเป็นเจ้าฟ้า หญิงพระองค์แรกที่เกิดจากรัชทายาทในช่วง
เวลานั้นแม้เส้นทางสมรสจะดำเนินมาได้ เพียงไม่นานแต่ผลของการรวมกันนั้นได้ฝาก ไว้ซึ่งสายเลือดแห่งความหวังและทำให้พระ นามโสมสวลีไม่ได้เป็นเพียงแค่พระชายาแต่ เป็นผู้เริ่มต้นคำทำนายดวงดาวดวงแรกปี พุทธศักราช 2534 เป็นปีที่ข่าวการหย่าร้างของพระองค์กับ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ถูกประกาศอย่างเป็นทางการสายตาประชาชนจับ จ้องแต่พระองค์กลับเลือกที่จะสงบนิ่งไม่ ออกมาให้สัมภาษณ์ไม่ตอบโต้ไม่กล่าวอะไร เลยเงียบแต่สง่างาม พระองค์ยังคงอาศัยอยู่ภายในเขตราชสำนัก รับภารกิจในนามของสถาบันอย่างต่อเนื่อง ร่วมพิธีร่วมงานมงคลร่วมงานสังคมเหมือน กับไม่เคยมีรอยร้าวในตำแหน่งของตนใน
ราชวัตรบางคนกล่าวว่าพระองค์คือผู้หญิง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในความเงียบเพราะแม้จะ หลุดพ้นจากบทบาทภรรยาแต่ก็ยังยืนหยัดในบท บาทของแม่และราชนิกุลอย่างมั่นคงจุด เปลี่ยนสำคัญในชีวิตของพระองค์คือการ อุทิศพระองค์ให้กับภารกิจด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะงานป้องกันโรคเอดและช่วยเหลือ มารดาและเด็กพระองค์ทรงเป็นประธานในโครง การมากมายทั้งในมูลนิธิและกิจกรรมร่วมกับ องค์การระหว่างประเทศเช่น UNFPA และ UNIDS ศูนย์โสมสวลีเพื่อเด็กกลายเป็น ชื่อที่หลายคนจดจำเพราะมันไม่ได้แค่ สะท้อนความช่วยเหลือแต่มันคือภาพลักษณ์ ใหม่ของหญิงผู้เคยเป็นพระชายาหญิงที่ถูก
พูดถึงไม่ใช่เพราะตำแหน่งในอดีตแต่เพราะ ความเสียสละในปัจจุบันภาพของพระองค์กับ เด็กๆที่ป่วยเป็นเอดภาพของพระองค์ในเสื้อ แพทย์สีขาวเดินเข้าไปในชุมชนแออัดกลาย เป็นภาพประทับใจที่สื่อมวลชนไทยและต่าง ประเทศเคยตีพิมพ์บนปกอย่างภาคภูมิหาก เปรียบพระชายาทั้ง 5 เป็นดวงดาวโสมสวลีก็ คงเป็นดาวที่ไม่มีแสงจ้าค่ะแต่กลับคงที่ สม่ำเสมอและส่องแสงเบาๆอย่างมั่นคงไม่มี เรื่องอื้อฉาวไม่มีการเมืองในวังไม่มี ชื่อในข่าวหน้าหนึ่งแต่ทุกครั้งที่มีพิธี หลวงทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผ่านของ ประวัติศาสตร์พระองค์ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดไทยเต็มยศด้วยรอยยิ้มเรียบง่ายและ
แววตาที่เข้าใจโลกและนี่คือเหตุผลว่าทำไม พระองค์จึงเป็นคนแรกที่ผู้คนเชื่อว่าอยู่ ในคำทำนาย ดวงดาวดวงแรกของ 5 ดวงที่รวมกันเป็นตำนาน แห่งรัชกาลตอนที่ 2 สุจรินีดอกไม้ที่ล่อง ลอยในขณะที่ราชสำนักรายล้อมด้วยหญิง สูงศักดิ์สุจรินีอิวิวัชชรวงศ์ กลับปรากฏตัวขึ้นจากโลกที่อยู่นอกวังหญิง สาวธรรมดาที่มีชื่อเดิมว่ายุวธิดาผล ประเสริฐเป็นอดีตนักแสดงนักบรรเลและเจ้า หน้าที่การบินไทยไม่มีใครคาดคิดว่าหญิง สาวผู้นี้จะได้กลายเป็นคู่ชีวิตของ รัชทายาทแห่งสยามความสัมพันธ์ของทั้งสอง เริ่มต้นอย่างเงียบงามและค่อยๆเปิดเผยต่อ สาธารณะในช่วงปลายทศวรรษ 1980 โดยไม่มี การประกาศแต่งงานอย่างเป็นทางการแต่ทั้ง
สองอยู่กินกันเสมือนสามีภรรยาในช่วงเวลา นั้นเธอไม่ได้เป็นเพียงคนรักแต่ยังทำหน้า ที่เป็นแม่ของพระโอรสและพระธิดาทั้ง 5 พระองค์ซึ่งถือเป็นสายเลือดที่เชื่อมโยง กับรัชทายาทอย่างแน่นแฟ้น สุจรินีให้กำเนิดลูกชาย 4 คนและลูกสาว 1 คนครอบครัวของเธออาศัยอยู่ต่างประเทศเป็น ส่วนใหญ่โดยเฉพาะที่ประเทศอังกฤษสื่อมวล ชนเคยจับภาพของครอบครัวนี้ในต่างแดนได้ หลายครั้งแต่ในประเทศไทยข่าวของเธอแทบจะ ไม่เคยปรากฏแม้จะไม่ได้รับตำแหน่งใน ราชสำนักแต่สุจริณีก็ได้รับการแต่งตั้งใน ระดับหนึ่งโดยมีชื่อประกอบพระนามพระโอรส บ้างและลูกลูกของเธอเคยเข้าร่วมกิจกรรม
สำคัญบางประการเช่นวันเกิดพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวหรือวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จย่ามีเพียงไม่กี่คนที่ได้เห็น ภาพครอบครัวนี้อย่างครบถ้วนแต่สำหรับผู้ ที่เคยเห็นมันคือภาพของความเรียบง่ายพ่อ แม่แหกลูกที่ยิ้มให้กันโดยไม่มีเครื่อง แบบไม่มีตำแหน่งไม่มีพิธีการความสัมพันธ์ ที่เริ่มต้นด้วยความรักกลับต้องสิ้นสุดลง ในความเงียบ ช่วงต้นทศวรรษ 1990 มีข่าวลือกระซิบ กระซราบถึงความตึงเครียดระหว่างรัชทายาท และสุจารินในปีพุทธศักราช 2539 สื่อมวลชนเริ่มตีพิมพ์ข่าวการตัดขาดซึ่ง กลายเป็นกระแสที่ทำให้ผู้คนตกใจพระโอรส และพระธิดาทั้ง 5 ถูกถอดออกจากรายชื่อ ราชวงศ์สุจรินีและลูกๆย้ายไปพำนักถาวรใน
ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอหายไปจากหน้าสื่อไทยโดยสมบูรณ์ไม่มีคำ ชี้แจงไม่มีการสัมภาษณ์ไม่มีเสียงสะท้อน จากฝั่งของเธอเรื่องราวของสุจรินีกลาย เป็นเรื่องเล่าเงียบที่ไม่มีบทสรุปแต่ กลับยิ่งทำให้ผู้คนสงสัยและตั้งคำถามเธอ คือภรรยาจริงหรือไม่ลูกของเธอยังเป็นเจ้า ชายหรือเปล่าและที่สำคัญเธอยังอยู่ดีหรือ ไม่หลายปีผ่านไปมีเพียงภาพบางภาพที่หลุด ออกมาสุจรินีในวัยกลางคนใส่เสื้อยืด ธรรมดากำลังเดินจูงมือกับลูกชายไม่มี เครื่องราดไม่มีคำขามพระนามแต่มีรอยยิ้ม ที่สะท้อนถึงชีวิตที่สงบและความเป็นแม่ ที่ไม่เคยเสื่อมคลายลูกๆของเธอเติบโต๊ะ
ขึ้นและประสบความสำเร็จในเส้นทางของตนเอง โดยเฉพาะพระโอรสบางพระองค์ที่ได้รับการ ศึกษาระดับสูงจากมหาวิทยาลัยชื่อดังบางคน กลายเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อมนุษยธรรมและ ยังคงใช้ชื่อสกุลวิวัชรวงศ์อย่างภาคภูมิ แม้จะไม่มีตำแหน่งในราชสำนักแต่สำหรับใคร หลายคนสุจรินีคือพระชายาในเงาที่ผู้คนยัง จดจำเธออาจไม่เคยได้ครอบครองมงกุฎแต่เธอ ได้ครอบครองหัวใจของเจ้าชายและทิ้งรอยแผล ลึกไว้ในประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครกล้า เขียนต่อตอนที่ 3 ศรีรัตน์เจ้าหญิงผู้ เงียบงันผู้ให้กำเนิดองค์ชายหากความเงียบ เป็นคุณสมบัติของผู้หญิงในราชสำนัก ศรีรัตน์สูดีคือผู้หญิงที่นิยามความเงียบ
ได้ลึกซึ้งที่สุดเธอไม่ได้เกิดมาในวังไม่ ได้มีสายเลือดเจ้าขุนมูลนายแต่กลับได้รับ เลือกให้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งที่ใกล้ชิดกับ องค์รัชทายาทศรีรัตน์เคยเป็นพนักงานใน สำนักพระราชวังทำงานด้วยความจงรักภักดี และเรียบง่ายความอ่อนน้อมและกิริยาสุภาพ ของเธอทำให้ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงใน วันที่ 10 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะทรงดำรงพระ อิสริยยศมกุฎราชกุมาร มีพระราชพิธีสมรสกับศรีรัตน์และพระราชทาน พระนามว่าพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า ศรีรัตน์พระวรชายาหญิงสามัญกลายเป็นเจ้า หญิงและได้รับการยกย่องว่าเป็นพระชายา
แห่งความหวังเพราะไม่นานหลังจากนั้นเธอ ให้กำเนิดองค์ชายที่ประชาชนเฝ้ารอวันที่ 29 เมษายนพุทธศักราช 2548 ศรีรัตน์ให้กำเนิดพระโอรสพระองค์หนึ่งทรง พระนามว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้า ทีปังกรรัศมีโชติการประสูตินี้ถือเป็น เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์เจ้าฟ้า ทีปังกรถูกยกให้เป็นเจ้าฟ้าชั้นเอกทรง เป็นความหวังของราชวงศ์และเป็นองค์ชายพระ องค์แรกในรอบหลายทศวรรษประชาชนหลั่งไหล กันออกมาต้อนรับพระประสูติการอย่างล้น หลามด้วยความรู้สึกว่าองค์ชายองค์นี้อาจ เป็นกษัตริย์แห่งอนาคตภาพของศรีรัตน์อุ้ม เจ้าฟ้าน้อยปรากฏในหนังสือพิมพ์ถูกฉบับ
เธออยู่เคียงข้างสามีอิ้นอ่อนในชุดไทยและ มีแว้วตาแม่ที่เต็มไปด้วยความฝันไม่มีใคร คาดคิดว่าผู้หญิงที่เคยเป็นพระวรชายาผู้ ให้กำเนิดองค์ชายแห่งชาติจะกลายเป็นเพียง อดีตที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงปลายปีพุ พุทธศักราช 2557 มีข่าวใหญ่สะเทือนประเทศเครือญาติของ ศรีรัตน์ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการใช้ อำนาจโดยมิชอบและไม่นานชื่อของเธอก็หายไป จากกิจกรรมราชสำนักในวันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 สำนักพระราชวังออกประกาศว่าศรีรัตน์ขอสละ ฐานันดรศักดิ์แห่งพระบรมราชวงศ์นั่นหมาย ถึงเธอไม่ได้เป็นเจ้าหญิงอีกต่อไปและจะ ไม่ได้รับการกล่าวถึงในฐานะสมาชิกของ ราชวงศ์อีกการหายตัวของเธอเกิดขึ้นทันที
เธอไม่ได้ให้สัมภาษณ์ไม่เคยออกมาพูดไม่มี แม้กระทั่งภาพถ่ายใหม่หลุดออกมาเหมือนกับ ว่าชื่อของเธอถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ แต่สำหรับประชาชนบางกลุ่มเธอยังคงเป็นแม่ ของเจ้าชายและเป็นสตรีที่โลกภายนอกยัง อยากรู้ข่าวคราวแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแต่ ทุกครั้งที่ปรากฏพระฉายาักษณ์ของเจ้าฟ้า ปังกรคนก็มักจะถามแล้วแม่ของพระองค์ล่ะ ศรีรัตน์ยังมีชีวิตอยู่อาศัยในสถานที่ที่ ไม่เปิดเผยภายในประเทศดำเนินชีวิตอย่าง เงียบงันไม่มีตำแหน่งไม่มีพระเกียรติแต่ ก็ไม่มีคดีไม่มีความผิดใดๆในทางกฎหมายเธอ เป็นเจ้าหญิงเพียงองค์เดียวในรอบหลาย ทศวรรษที่ได้ให้กำเนิดองค์ชายและต้องถอด
ฐานันดรเป็นหญิงที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ใน จุดสูงสุดและกลับมาอยู่ในจุดจุดที่ต่ำที่ สุดในเวลาเพียงไม่กี่เดือนและนั่นเองคือ เหตุผลที่ผู้คนยังคงจำเธอในฐานะดวงดาวที่ ดับไปก่อนรุ่งสางและคือหนึ่งใน 5 พระชายะ ตามคำทำนายที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะหาย ไปเช่นนั้นตอนที่ 4 สุธิดาราชินีผู้ครอง ราชสมบัติกับพิธีการที่เปลี่ยนชะตา น้อยคนนักจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นราชินีแห่ง ประเทศไทยและยิ่งน้อยกว่านั้นที่ไม่ได้ เกิดมาในราชวงศ์ไม่ได้เป็นเจ้าขุนมูลนาย แต่กลับกลายเป็นสมเด็จพระราชินีอย่างเต็ม ภาคภูมินั่นคือเรื่องราวของสุธิดา ัชรสุทาภิมลักษณะ
ผู้หญิงธรรมดาจากครอบครัวสามัญชนที่เริ่ม ต้นเส้นทางของตนด้วยตำแหน่งพนักงานต้อน รับบนเครื่องบินและต่อมาได้เข้ารับราชการ ในหน่วยราชการลับของกองทัพบกในช่วงปี พุทธศักราช 2553 เป็นต้น เธอเริ่มปรากฏตัวข้างกายรัชทายาทบ่อย ครั้งทั้งในการฝึกทหารพิธีสำคัญและ กิจกรรมส่วนพระองค์และด้วยบุคลิกที่มั่น คงเด็ดขาดและสุภาพเธอค่อยๆก้าวขึ้นสู่ ตำแหน่งทางทหารระดับสูงในหน่วย ราชองครักษ์ วันที่ 1 พฤษภาคมพุทธศักราช 2562 ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง ประกอบพระราชพิธีราชาิพิเษกสมรสกับสุธิดา และพระราชทานพระอิสริยศว่าสมเด็จพระนาง เจ้าสุธิดาัชรสุธาภิมลักษ์
พระบรมราชินี ข่าวนี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ เพราะไม่มีสัญญาณใดมาก่อนและการสถาปนะ เกิดขึ้นเพียง 3 วันก่อนพิธีบรมราชาภิเษก สุธิดากลายเป็นราชินีอย่างเป็นทางการและ ยืนเคียงข้างพระมหากษัตริย์ในทุกพิธี สำคัญด้วยท่วงทาตุสง่างามและความมั่นใจ เธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของความต่อเนื่องของ ราชสำนัก แม้จะมีพระอิสริยศสูงสุดในหมู่สตรีของ ราชวงศ์แต่พระราชินีสุธิดากลับไม่ใช่ บุคคลที่ปรากฏตัวบ่อยครั้งต่อหน้า สาธารณชนพระองค์เลือกทำงานอย่างเงียบๆมัก จะเสด็จร่วมในพระราชพิธีสำคัญเท่านั้นโดย ไม่แสดงบทบาททางการเมืองหรือสังคมมากเกิน ไปภารกิจของพระองค์ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ
กองทัพโดยเฉพาะเพราะหน่วยรักษาความปลอด ภัยส่วนพระองค์ซึ่งเป็นหน่วยที่พระองค์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมาก่อนแม้ภารกิจจะไม่ เป็นข่าวแต่กลับถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่าง ยิ่งต่อความมั่นคงของราชวงศ์มีเพียงไม่ กี่ครั้งที่พระองค์ทรงเสด็จเดี่ยวเช่นการ เสด็จเยี่ยมผู้ป่วยหรือเป็นองค์ประธานใน พิธีมอบทุนแต่ในทุกครั้งภาพที่ปรากฏคือ ภาพของผู้หญิงที่นิ่งสุภาพและหนักแน่นไม่ มีความฉูดฉาดไม่มีคำปราศรัยมีเพียงการ กระทำที่ตอบคำถามแทนทุกเสียงหากพระชายา องค์อื่นเป็นดวงดาวแห่งอารมณ์และความพลิก ผันสุธิดาก็เปรียบได้กับจันทร์เต็มดวง เงียบกลมกลืนแต่เปล่งแสงอย่างมั่นคงพระ
องค์ไม่เคยมีข่าวอื้อฉาวไม่เคยมีการเมือง ภายในวังที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ไม่มีบท บาทที่โดดเด่นในสืบแต่ก็ไม่เคยถูกลืม เพราะทุกครั้งที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระ องค์คือผู้อยู่ข้างกายคือคู่บารมีตามแบบ ราชประเพณีคือราชินีตามคำขานแห่ง ราชอาณาจักรและนั่นทำให้เธอคือ 1 ใน 5 พระชายาตามคำทำนายที่หลายคนกล่าวขานว่าจะ มีหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่ได้ยืนเคียงข้าง ในพิธีบรมราชาภิเษกหญิงผู้นั้นคือสุธิดา ตอนที่ 5 สเน่หน้าเจ้าคุณพระนายตำนานกับ บทบาทที่เคยดับและฟื้นกลับมาในขณะที่ ประชาชนกำลังจับตามองราชินีมีคนใหม่กลับ มีชื่อหนึ่งที่ปรากฏขึ้นอย่างน่าประหลาด
ใจิเนทวงวชิราภัก์หญิงสาวที่เคยรับราชการ ในหน่วยรักษาความปลอดภัยและเคยเป็นนาย ทหารประจำพระองค์เธอไม่ใช่เจ้าขุนมูลนาย เธอไม่ใช่บุคคลในสายตาของสื่อกระแสหลัก แต่กลับได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ในเดือนกรกฎาคมพุทธศักราช 2562 ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคุณพระราชชายาซึ่งถือ เป็นการฟื้นฟูตำแหน่งเจ้าคุณพระที่ห่าง หายจากราชสำนักไทยมานานกว่า 90 ปีข่าวการ แต่งตั้งกล่าวสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้ง ประเทศเพราะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลัง จากการแต่งตั้งราชินีสุธิดาผู้คนเริ่ม ตั้งคำถามว่าตำแหน่งของซิเน่นาถหมายถึง อะไรเธอมีบทบาทเพียงใดในชีวิตส่วนพระองค์
ของพระมหากษัตริย์เพียงไม่กี่เดือนหลัง การแต่งตั้งในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศถอดตำแหน่งเจ้า คุณพระของสิเน่นาถเหตุผลที่ระบุไม่จงรัก ภักดีต่อพระมหากษัตริย์และแสดงกิริยาไม่ เหมาะสมต่อพระราชินีข่าวนี้กลายเป็นข่าว ใหญ่ระดับประเทศเพราะมันไม่เพียงเป็นการ ถอดยศแต่ยังเป็นการหายตัวอย่างสิ้นเชิง ของเธอจากสื่อไม่มีใครพบเห็นไม่มีภาพไม่ มีคำชี้แจงอย่างไรก็ตามในเดือนกันยายนพุ พุทธศักราช 2563 ราชกิจจานุเบกษา กลับประกาศฟื้นฟูตำแหน่งเดิมให้เธออีก ครั้งเธอกลับมาในตำแหน่งเจ้าคุณพระ สิเน่นาถวงศ์วชิราภัก์ พร้อมพระอิตรริยศที่เคยถูกถอนกลับคืนครบ
ถ้วนการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีคำอธิบาย แต่ภาพถ่ายใหม่ๆของเธอปรากฏข้างกายพระ มหากษัตริย์ในงานสำคัญหลายครั้งอย่าง เงียบแต่ชัดเจนเธอยังอยู่และเธออาจมีบท บาทที่มากกว่าใครจะคาดคิดเมื่อดวงดาวตก จากฟ้าใครกันที่ยังส่องแสงอยู่ในเงาบางคน เกิดในราชสกุลบางคนเป็นเพียงหญิงสามัญบาง คนได้สวมมงกุฎบางคนไม่เคยมีแม้กระทั่งคำ ขานามในพิธีการแต่พวกเธอกลับมีสิ่งหนึ่ง เหมือนกันคือเคยอยู่ใกล้หัวใจของอำนาจ โสมศวลีปลูกเมล็ดพันธุ์แรกสุจจรินีให้ กำเนิดทายาทแต่ไม่อาจอยู่ตีรัตน์ขึ้นสูง อย่างเงียบงันแล้วตกลงอย่างไม่มีคำอธิบาย สุธิดาได้รับเกียรติสูงสุดอย่างชัดเจนแต่
ถูกตั้งคำถามเสมอซีเน่นาทหายไปถูกลบกลับ มาแล้วก็เงียบอีกครั้ง 5 ดวงดาวไม่มีดวง ไหนคงอยู่ตลอดแต่บางดวงกลับยังสะท้อนในใจ ประชาชนราชินีในทางกฎหมายอาจมีเพียงหนึ่ง เดียวแต่ราชินีในสายตาของประชาชนอาจไม่ เหมือนกันบางคนยังเรียกศรีรัตน์ว่าแม่ของ องค์ชายบางคนคิดถึงสุจรินีในฐานะผู้หญิง ที่ถูกทิ้งบางคนชื่นชมความนิ่งของสุธิดา บางคนเห็นความกล้าของสิเน่นาถและบางคนยัง มองโสมสวลีด้วยสายตาอ่อนโยนเสมอความรัก ของประชาชนไม่ขึ้นกับฐานันดรแต่ขึ้นกับ สิ่งที่พวกเธอทิ้งไว้ในความทรงจำของผู้คน ในรอยแผลของอดีตและในบทเรียนของราชวงศ์คำ ทำนายว่าจะมี 5 พระชายาในรัชกาลที่ 10
บางคนบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญแต่เมื่อ มองย้อนหลังมันกลับเรียงตัวอย่างพอดี เหมือนจักรวาลที่วางแผนไว้แล้วเหมือนโชค ชะตาที่เขียนบทให้ครบทุกอารมณ์รักหวัง เสียใจยอมรับและเงียบหายและเมื่อดาวทั้ง 5 เรียงตัวกันอย่างสมบูรณ์ฟ้าก็เปลี่ยน วังหลวงก็เปลี่ยนและหัวใจของคนทั้งชาติก็ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปพวกเธอไม่ใช่แค่ผู้ หญิงในชีวิตกษัตริย์แต่เป็นสัญลักษณ์ของ ยุคสมัยที่แม้จะไม่เหลือมงกุฎแต่ยังเหลือ เรื่องราวให้เราพูดถึงไปอีกนานจบบริบูรณ์ ขอขอบคุณทุกการติดตามเพราะบางตำนานไม่ได้ จบด้วยบัลลังก์แต่มันจบลงในใจของคนทั้ง แผ่นดินเป็น
